Wednesday, 22 July 2026
คะแนนสอบ

'โรงเรียนสิริรัตนาธร' ออกหนังสือแจ้งผู้ปกครอง อย่าตัดสิน-ทำลายความมั่นใจเด็กจากคะแนนสอบ

โรงเรียนสิริรัตนาธร เขตบางนา กทม. ได้มีการออกหนังสือถึงผู้ปกครอง แจ้งเรื่องการสอบปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 

ซึ่งในหนังสือ กล่าวถึงการให้ผู้ปกครองมีทัศนคติกับคะแนนสอบในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งมีการระบุข้อความบางช่วงบางตอนว่า 

“ … โรงเรียนทราบว่าการสอบในครั้งนี้ อาจจะทำให้ท่านวิตกกังวลว่า นักเรียนของท่านจะทำข้อสอบได้หรือไม่ แต่โปรดเข้าใจไว้ว่าในกลุ่มนักเรียนที่นั่งสอบอยู่นี้ มีนักธุรกิจที่ไม่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์หรือการประพันธ์ภาษาอังกฤษ มีนักคอมพิวเตอร์ที่ไม่สนใจเรื่องคะแนนสอบวิชาเคมี มีศิลปินที่ไม่มีความจำเป็นที่จะรู้เรื่องคณิตศาสตร์ มีนักกีฬาที่สนใจความสามารถทางร่างกายมากกว่าวิชาฟิสิกส์ มีนักการเมืองที่สนใจเรื่องข่าวสารบ้านเมืองมากกว่าวิชาศิลปะ

ถ้านักเรียนในปกครองของท่านทำคะแนนได้สูงสุดนั้น หมายถึงเป็นหนึ่งหรือยืนหนึ่ง แต่ถ้าลูกทำไม่ได้โปรดอย่าทำลายความเชื่อมั่นและความนับถือของพวกเขา บอกลูกว่ามันดีมากแล้ว มันแค่การสอบ มันยังมีอะไรอีกมากในชีวิต บอกลูกท่านว่าไม่ว่าคะแนนสอบออกมาแบบไหน คุณก็รักเขาและจะไม่ตัดสินเขา

ระบบการศึกษาเวียดนาม ความคล้ายคลึงที่อาจไม่ต่างจากไทย เน้นสอนให้ท่องจำไว้ เพื่อดันผลคะแนนสอบ PISA ให้ได้สูงๆ

(8 ธ.ค.66) จากเพจ ‘Mr Strategist’ ได้โพสต์ข้อความชวนคิดในหัวข้อ ‘เด็กเวียดนามเรียนเก่งกว่าไทยจริงไหม?’ ความว่า...

เด็กเวียดนามเรียนเก่งกว่าไทยจริงไหม? วัดกันยากครับ ผมเคยไปพูดคุยกับคณะทำงานของฝั่งเวียดนาม เจ้าหน้าที่ระดับล่างและระดับกลางบ้านเขาก็ไม่ได้พูดอังกฤษเก่งนะ (จากการประเมินของผม)

ภาษาอังกฤษเขาก็ติดสำเนียงท้องถิ่น พูดแบบไม่แม่นแกรมม่าเหมือนบ้านเรานี่แหละ แต่เขาดูมีความพยายามมากๆ ในการพูด ถามว่าการแข่งขันเขาสูงไหม สูงมากครับ

สูงไม่ต่างจากจีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น เขาแข่งกัน ในแบบที่บ้านครอบครัวเด็กยากจนยังวิ่งหาเงิน เพื่อจ่ายค่าติวเตอร์/ส่งลูกเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนน่ะ…

เรื่องคะแนนคณิตศาสตร์เนี่ย แน่นอน พูดกันในเรื่องการออกแบบหลักสูตรแล้ว มันไม่ค่อยซับซ้อนอะไรมาก รัฐบาลเวียดนามสั่งกระทรวงศึกษาฯ ไปว่าอยากได้คะแนนสอบ PISA เยอะๆ

ทางโรงเรียนก็ไปเร่งสอน ไปบีบเด็กให้ท่องจำ ไปเน้นอัดความรู้ให้เด็กๆ แค่นี้เองครับ คนแวดวงการศึกษาของเวียดนามเคยเล่าให้ผมฟัง คะแนนคณิตศาสตร์บ้านเขาดี ก็เพราะหลักสูตรมันเน้นอัดทุกอย่างให้เด็กท่องจำไม่ต่างจากบ้านเรา

ดังนั้น ผมว่าแค่คะแนนอะไรพวกนี้มันน่าจะวัดความเก่ง หรือสติปัญญาไม่น่าจะได้ และคะแนนที่เก็บสถิติมามันก็แค่ค่าเฉลี่ย ไม่สะท้อนภาพรวมทั้งประเทศ อย่างมากอาจจะวัดภาพรวมคุณภาพและการบริหารจัดการระบบการศึกษา

(เพราะท้ายที่สุด กลุ่มตัวอย่างที่ดึงให้คะแนนภาพรวมของประเทศขึ้นหรือลง มันคือกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ถ้าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รับการกระจายทรัพยากรการศึกษาที่ดีพอ ทำยังไงคะแนนภาพรวมในประเทศก็ไม่ขึ้นครับ)

แต่จุดเด่นหนึ่งที่เวียดนามเขาดีกว่าเราในตอนนี้คือ บ้านเขาประชากรยังหนุ่มสาวเยอะ มีวัยรุ่นพร้อมเป็นแรงงานราคาถูกมากกว่าประเทศไทย

เขาผลิตเด็กออกไปเป็นแรงงานในอุตสาหกรรมได้ แต่ไทยเราควรเลิกหวังเรื่องผลิตเด็กออกไปเป็นแรงงานพวก Semi Skilled หรือ Unskilled ได้แล้ว

ค่าแรงบ้านเราแพงครับ ยังไงก็แข่งไม่ได้ โรงงานของบริษัทข้ามชาติยังไงก็ชอบเวียดนามกับอินโดนีเซียมากกว่าบ้านเราในระยะยาว

ยังไงไทยก็ควรปรับ Position ตัวเองให้พร้อมกับการผลิตแรงงานป้อน Service Sector และ IT Sector ที่มันซับซ้อนกว่าแค่การเป็นแรงงานประกอบชิ้นส่วนครับ

สะเทือนวงการคนสอบ IELTS!! ผู้สอบกว่า 6 หมื่นคนสะเทือน Cambridge English ถูกปรับหนัก คะแนนฟัง-อ่านผิดพลาดกระทบ แก้ไขคะแนนมีผู้เปลี่ยนเกิน 2 หมื่น เชื้อเพลิงดราม่าจ่ายชดเชยกว่า 6 ล้านปอนด์

AEG Study&Travel เรียนต่อออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา แคนาดา

งานนี้กระทบคนสอบทั่วโลก โดยเฉพาะคนที่ต้องสอบไปเพื่อยื่นวีซ่าอังกฤษ (SELT) หรือใช้เรียนต่อมหาวิทยาลัย จากยอดการสอบทั้งหมด 7.7 ล้านครั้งในช่วงเวลานั้น มีคนที่ได้ผลคะแนนพาร์ทฟังกับอ่านผิดพลาดไปถึง 62,794 คน

พอตรวจทานและแก้คะแนนให้ถูกต้อง ปรากฎว่ามีคนประมาณ 21,717 คนที่คะแนน "Overall" เปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่ขยับขึ้นหรือลง 0.5 คะแนน
แม้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด จะได้คะแนนภาพรวม "เพิ่มขึ้น" แต่นั่นก็แปลว่า ในตอนแรกระบบที่ผิดพลาดกดคะแนนพวกเขาไว้ ไม่เป็นไปตามจริง
ที่น่าเศร้าคือ มีผู้สอบราว ๆ 1,115 คน ที่ตอนแรกระบบให้คะแนนเฟ้อเกินจริง พอตรวจใหม่เลยโดน "ดึงคะแนนลง" ซะงั้น

ทำให้ดราม่าใหญ่นี้ มีบทสรุปคือ
ทาง Cambridge English ยอมรับผิดแต่โดยดีและให้ความร่วมมือเต็มที่ ฝั่ง Ofqual เลยยอมลดค่าปรับลงมาเหลือ 875,000 ปอนด์ จากที่ควรจะโดนหนักกว่านี้
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ต้องควักกระเป๋าตัวเองไปแล้วกว่า 6 ล้านปอนด์ (เกือบ 280 ล้านบาท) เพื่อตามเช็ดตามล้างปัญหานี้
ทั้งการจ่ายเงินชดเชย เปิดศูนย์ช่วยเหลือลูกค้าแบบ 24 ชั่วโมง และอัปเกรดระบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องพัง ๆ แบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สรุปง่าย ๆ คือใครที่สอบ IELTS คอมฯ พาร์ทฟังกับอ่าน ในช่วงปี 2023 - 2025 แล้วมีการปรับคะแนนทีหลัง ต้นตอมาจากสิ่งนี้นี่เองค่ะ

ที่มา : Gov UK / #AEGNews
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1413835807456919&id=100064915381307&rdid=5KOUiilBlpn7Wymd#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top