Friday, 5 June 2026
ความมั่นคงโลก

จับสัญญาณ ‘เครื่องบินรบสหรัฐฯ’ ในตะวันออกกลาง พบเคลื่อนไหวผิดปกติ คาดมาช่วยอิสราเอลโจมตีเยเมน

(10 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘เจาะลึกตะวันออกกลาง’ โพสต์ข้อความว่า มีความเคลื่อนไหวของกองทัพมะกันผิดปกติในตะวันออกกลางและมหาสมุทรอินเดีย คาดว่ามะกันน่าจะมาช่วยอิสราเอลโจมตีเยเมนในอีกไม่ช้า

อิสราเอลไม่เคยรบกับใครแบบเดี่ยว ๆ จะต้องมีมะกันและยุโรปพ่วงด้วยเสมอ เหมือนคราวรบกับอิหร่าน ถ้ามะกันไม่เข้ามาขวาง คลังจรวดป้องกันมิสไซล์ของอิสราเอลเกลี้ยงแน่นอน ฐานทัพก็น่าจะโดนกวาดจนเกลี้ยง

และรอบนี้ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น หลายวันก่อนอิสราเอลถล่มท่าเรือเยเมน เยเมนสวนกลับทันควัน แถมยังจมเรือสินค้าที่จะลำเลียงข้าวของให้อิสราเอลไปถึง 2 ลำ

เนมันยาฮู ซึ่งยังอยู่ที่มะกันในขณะนี้ คงจะขอให้มะกันช่วยถล่มเยเมนอีกรอบ แล้วค่อยหาทางเปิดศึกรอบ 2 กับอิหร่าน เพราะรอบที่แล้วเนทันยาฮูพลาดท่า ถ้าไม่ได้แก้มือคงอายยันลูกบวช

ข่าวว่าผู้ดี MI6 (อังกฤษ) ก็จะมาแจมด้วย

ขณะที่ ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง โพสต์ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเคลื่อนไหวของเครื่องบินรบสหรัฐในตะวันออกกลาง มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจจะเตรียมพร้อมที่จะโจมตีอันศอรุลลอฮ์แห่งเยเมน หลังจากเรืออิสราเอลถูกจมสองลำ

พร้อมระบุด้วยว่า อิหร่านเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดหลังจากมีความเคลื่อนไหวของเครื่องบินรบสหรัฐ อังกฤษและอิสราเอล

‘อิหร่าน’ ลั่นจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ ‘อิสราเอล’ ผู้รุกราน หลังก่อสงครามทำลายการเจรจานิวเคลียร์ ‘อิหร่าน-สหรัฐฯ’

(10 ก.ค. 68) นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน เปิดเผยว่า สงครามของอิสราเอลได้ทำลายการเจรจาทางการทูต แต่สหรัฐฯ สามารถฟื้นฟูได้ ความมุ่งมั่นของอิหร่านในการดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบในระดับภูมิภาค ซึ่งไม่ควรถูกตีความอย่างผิด ๆ ว่าเป็นความอ่อนแอของอิหร่าน

“ในการประชุมเพียง 5 ครั้งตลอดเวลา 9 สัปดาห์ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และผมประสบความสำเร็จมากกว่าที่ผมทำได้ในสี่ปีของการเจรจานิวเคลียร์ที่ล้มเหลวกับรัฐบาลไบเดน เราอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อจัดการกับความกังวลของสหรัฐฯ ที่ว่า ในสักวันหนึ่ง อิหร่านอาจเบี่ยงเบนเป้าหมายจากโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ เราจึงได้หารือกันอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา รวมถึงเกี่ยวกับอนาคตของการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน มีแนวคิดมากมายสำหรับทางออกที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ซึ่งนำเสนอโดยทั้งสองฝ่ายและโดยโอมาน.

ที่สำคัญไม่แพ้กัน เรายังมุ่งเน้นไปที่การยุติการคว่ำบาตรและการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ อิหร่านเปิดรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะกระตุ้นเศรษฐกิจอิหร่านและตอบสนองภารกิจสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมอเมริกันที่กำลังล่มสลาย เช่น ภาคพลังงานนิวเคลียร์

สถานการณ์กำลังดูดีขึ้น มีการแลกเปลี่ยนข้อความกันอย่างมากมาย แต่เพียง 48 ชั่วโมงก่อนการประชุมสำคัญครั้งที่ 6 อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีประเทศของข้าพเจ้าโดยไม่มีการยั่วยุ นอกจากโรงงานนิวเคลียร์ที่ได้รับการคุ้มครองแล้ว บ้านเรือน โรงพยาบาล โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของเรา และแม้แต่เรือนจำก็ถูกทิ้งระเบิด นอกจากนี้ยังมีการลอบสังหารนักวิชาการและครอบครัวอย่างขี้ขลาดอีกด้วย นี่เป็นการทรยศต่อการทูตอย่างร้ายแรง ขณะที่การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น การโจมตีอย่างไม่ยั้งคิดนี้ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจน นั่นคือ อิสราเอลต้องการความขัดแย้งมากกว่าการแก้ไขปัญหา

อิสราเอลอ้างอย่างเท็จว่า การโจมตีทางอากาศมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ในความเป็นจริง ในฐานะผู้ลงนามในสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านได้มุ่งมั่นมาโดยตลอดที่จะดำเนินโครงการนิวเคลียร์อย่างสันติภายใต้การเฝ้าระวังของสหประชาชาติ เช่นเดียวกับประเทศที่มีเกียรติใด ๆ ที่ถูกโจมตี อิหร่านได้ต่อต้านการรุกรานอย่างดุเดือด จนกระทั่งอิสราเอลต้องพึ่งพาให้ประธานาธิบดีทรัมป์ช่วยยุติสงครามที่อิสราเอลเริ่มต้นขึ้นก่อน

อิหร่านเคยถูกกระทำอย่างผิด ๆ มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่บัดนี้มีความระมัดระวังมากขึ้นเป็นสองเท่า ความมุ่งมั่นของเราที่จะปฏิบัติอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบในระดับภูมิภาค ไม่ควรถูกตีความผิดว่าเราอ่อนแอ เราสามารถเอาชนะการโจมตีใด ๆ ต่อประชาชนของเราในอนาคต และหากวันนั้นมาถึง เราจะเปิดเผยศักยภาพที่แท้จริงของเรา เพื่อขจัดภาพลวงตาเกี่ยวกับอำนาจของอิหร่าน

แน่นอนว่า ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ถูกบ่อนทำลาย ไม่ใช่โดยอิหร่าน แต่โดยพันธมิตรที่ดูเหมือนจะเป็นของอเมริกา นี่ยังไม่รวมถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของสหรัฐอเมริกาที่ปล่อยให้ตัวเองถูกหลอกล่อให้บ่อนทำลายกฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญาสันติภาพ (NPT) ด้วยการโจมตีของตนเอง

แม้ว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อิหร่านจะได้รับข้อความที่ระบุว่าสหรัฐฯ อาจพร้อมที่จะกลับเข้าสู่การเจรจา แต่เราจะเชื่อมั่นในการมีส่วนร่วมต่อไปได้อย่างไร อิหร่านได้ลงนามข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์กับ 6 ประเทศในปี 2558 รวมถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งวอชิงตันได้ยกเลิกข้อตกลงนี้ไปเพียงฝ่ายเดียวในอีกสามปีต่อมา และหลังจากตกลงที่จะเจรจาครั้งใหม่ด้วยความสุจริตใจ เราก็ได้เห็นความปรารถนาดีของเราได้รับการตอบแทนด้วยการโจมตีจากกองทัพที่มีอาวุธนิวเคลียร์ของสองประเทศ

อิหร่านยังคงให้ความสนใจในการทูต แต่เรามีเหตุผลที่ดีที่จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเจรจาต่อไป หากมีความปรารถนาที่จะแก้ไขปัญหานี้โดยสันติ สหรัฐฯ ควรแสดงความพร้อมอย่างแท้จริงสำหรับข้อตกลงที่เป็นธรรม วอชิงตันควรทราบด้วยว่า การกระทำของอิหร่านในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ไป

ชาวอิหร่านจะไม่มีวันยอมจำนน อิหร่านมีอารยธรรมเก่าแก่นับพันปีที่เอาชนะการรุกรานนับครั้งไม่ถ้วน และมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในทุกครั้ง เราปรารถนาสันติภาพมาโดยตลอด แต่เรากลับเป็นผู้กำหนดเสมอว่า การรุกรานประชาชนของเราจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและอย่างไร ดังที่การคำนวณผิดพลาดของอิสราเอลได้พิสูจน์ให้เห็น ชาวอิหร่านมักจะรวมตัวกันต่อต้านผู้รุกรานอย่างพร้อมเพรียงกัน

การเจรจาภายใต้เงาของสงครามนั้นไม่มั่นคงโดยเนื้อแท้ และการเจรจาท่ามกลางภัยคุกคามไม่เคยเกิดขึ้นจริง การทูตจะประสบความสำเร็จได้ต้องสร้างขึ้นบนพื้นฐานความเคารพซึ่งกันและกัน และไม่สามารถอยู่รอดจากการก่อวินาศกรรมอย่างต่อเนื่องโดยบุคคลที่สาม ซึ่งหวาดกลัวการหาข้อยุติได้ ชาวอเมริกันสมควรได้รับรู้ว่าประเทศของพวกเขากำลังถูกผลักดันไปสู่สงครามที่หลีกเลี่ยงได้โดยสิ้นเชิงอย่างไร้เหตุผลสมควรโดยต่างชาติที่ไม่ได้แบ่งปันผลประโยชน์ของพวกเขา สำหรับวอชิงตัน พวกเขาควรรู้ว่าการรุกรานครั้งนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์และความสำเร็จของพวกเขามีค่าสำหรับเรามากกว่าที่เคย

คำสัญญาของทรัมป์ที่ว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” กำลังถูกบิดเบือนไปเป็น “อิสราเอลต้องมาก่อน”
หลังจากได้เห็นการเสียสละชีวิตของชาวอเมริกันหลายพันคน และการสิ้นเปลืองเงินภาษีของประชาชนหลายล้านล้านดอลลาร์ในภูมิภาคของเรา ชาวอเมริกันดูเหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว เส้นทางสู่สันติภาพต้องอาศัยการยอมรับในสหรัฐอเมริกาว่า การเจรจาอย่างเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การบีบบังคับอย่างไม่ยั้งคิด เป็นหนทางเดียวที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน “ทางเลือกเป็นของอเมริกา ในที่สุดแล้วสหรัฐฯ จะเลือกใช้วิธีทางการทูตหรือไม่ หรือจะยังคงติดหล่มอยู่ในสงครามของผู้อื่นตลอดไป”

กองทัพไทย ผนึกกำลังนานาชาติ จัดประชุม Thailand Security Dialogue 2025 ถกประเด็นความมั่นคงโลก

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ความท้าทายด้านความมั่นคงได้ทวีความซับซ้อนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวและแสดงบทบาทเชิงรุกในการสร้างสันติภาพในภูมิภาค กองทัพไทย โดย สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ จึงได้ริเริ่มจัดงานประชุมสัมมนาความมั่นคงนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่องาน Thailand Security Dialogue 2025 หรือ TSD 2025 ในหัวข้อ “ความมั่นคงและสันติภาพท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วระดับโลก” (Peace and Security in a Global Disruption) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร
พลเอก พงศ์เทพ แก้วไชโย ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กล่าวว่า เวทีดังกล่าวจะส่งเสริมให้ผู้นำทั้งจากระดับโลกและระดับภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และนักวิชาการ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือและนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการจัดการกับประเด็นความมั่นคงที่มีผลกระทบต่อทั้งโลก ภูมิภาค และประเทศไทย

การประชุม TSD 2025 จึงมีเป้าหมายหลักในการสร้างพื้นที่แห่งการพูดคุยที่สร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคี และระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงในปัจจุบัน โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากนานาชาติได้พบปะกันอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน อันเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานร่วมกันในระดับสากล

เวทีนี้ได้เชิญผู้เข้าร่วมที่มาจากหลากหลายภาคส่วนและนานาชาติ ได้แก่ เอกอัครราชทูตของมิตรประเทศ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดชาติสมาชิกอาเซียน ผู้ช่วยทูตทหาร 24 ประเทศในประเทศไทย องค์กรระหว่างประเทศ 4 องค์กร ได้แก่ UNHCR, TBC, ICRC และ FCCT รวมถึงเครือข่ายหน่วยงานวิชาการด้านความมั่นคงแห่งอาเซียน หรือ Track II Network of ASEAN Defense and Security Institution (NADI) จาก 10 ประเทศ และหน่วยงานคลังสมอง (Think Tank) ชั้นนำจากต่างประเทศ เช่น IISS สิงคโปร์ และ Synergia Foundation จากอินเดีย นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ หน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรภาคเอกชน และสื่อมวลชนในประเทศไทย

หัวใจสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการทำความเข้าใจผลกระทบของ “Global Disruption” หรือเหตุการณ์ขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสงครามเศรษฐกิจ หรือการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน แต่ในมุมมองของกองทัพไทย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ใช่แค่ภัยคุกคาม หากแต่เป็น โอกาส ที่จะผลักดันให้เกิดการปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ หากเราเตรียมตัวและปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงบทบาทนำของกองทัพไทยในการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงและสันติภาพ โดยการนำผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมารวมตัวกันและส่งเสริมการสนทนาที่มีความหมาย ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางแก้ไขที่แปลกใหม่และการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความสำเร็จของงานจะมาจากแผนงานที่ชัดเจนและเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

การจัดงาน TSD 2025 เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการสร้างสภาวะแวดล้อมแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจและสันติภาพในภูมิภาค ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก บทบาทของกองทัพไทยในฐานะเจ้าภาพจึงมิใช่เพียงการจัดงาน แต่เป็นการเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ในการร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงและสันติสุขร่วมกัน

จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนผู้สนใจร่วมติดตามข่าวสาร และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความมั่นคงในระดับสากลไปพร้อมกับกองทัพไทย เพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนในยุคแห่งความผันผวนของโลกใบนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top