Friday, 5 June 2026
ความมั่นคงชายแดน

‘ฮุน เซน’ โวยโดนรุกรานซ้ำรอย ‘พระวิหาร’ หนุนส่งกองกำลัง-อาวุธหนักประชิดชายแดน

(29 พ.ค.68) สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา บิดาของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนปัจจุบันโพสต์เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ถึงกรณีทหารกัมพูชา ปะทะทหารไทย บริเวณช่องบก เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชา เสียชีวิต 1 นาย โดยระบุว่า...

ก่อนอื่น ขอแสดงความเสียใจ และร่วมไว้อาลัย กับครอบครัว นาย ปริญบาล เอกส่วน รุ่น เนื่องจากกองทัพบุกรุก ขอบเขตความร่วมมือและการพัฒนามิตรภาพสันติภาพไม่ควรเกิดขึ้น ฉันขอประณามบุคคลหรือบุคคลหรือชนชั้นใดที่ตัดสินใจทําการรุกรานดังกล่าว คล้ายกับการบุกรุกจากปี 2008 ถึง 2011 ที่วัดพระวิหาร

ไม่ต้องการเห็นการต่อสู้เกิดขึ้น แต่สนับสนุนรัฐบาลตัดสินใจส่งทหารและอาวุธหนักไปยังชายแดน เพื่อเตรียมพร้อมโจมตีในกรณีมีการบุกรุกเพิ่มเติม หวังว่าการเจรจาต่อรองที่จะทําในวันพรุ่งนี้ ระหว่าง ผบ. ทหาร ทั้ง 2 ประเทศ จะส่งผลดีนะครับ หวังว่าจะไม่มีความตึงเครียดข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศ จนถึงขนาดปิดกั้นความร่วมมือในส่วนอื่น เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

ฉันขอร้องเพื่อนร่วมชาติ โปรดอย่าทําให้ความขัดแย้งนี้กลายเป็นเหยียดเชื้อชาติ และโปรดเชื่อมั่นในปณิธานของรัฐบาลและกองทัพของทั้งสองประเทศ เราเกลียดสงครามแต่เรายืนยันที่จะทําสงครามต่อต้านการรุกรานต่างประเทศเนื่องจากมันทําในปี 2008 ถึง 2011 โดยใช้ลูกศร 3 ลูก: ทหาร การทูตและกฎหมาย

ก่อนอื่น ขอแสดงความเสียใจและขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ สว. ซุน รอน ที่เสียชีวิตจากการทําร้ายร่างกายโดยการบุกรุก สงบสุข เป็นมิตร ร่วมมือ และชายแดนพัฒนาไม่ควรเป็นพยานเหตุการณ์ดังกล่าว ข้าพเจ้าขอประณามบุคคล นิติบุคคล หรือผู้มีอํานาจใด ๆ ที่ได้ตัดสินใจให้ดําเนินการ การรุกรานดังกล่าวซึ่งคล้ายกับการรุกรานที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2008 ถึง 2011 ณ วัดพระวิหาร

ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นความขัดแย้งติดอาวุธใด ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ฉันสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะนํากองกําลังและอาวุธหนักไปยังพื้นที่ชายแดนเพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการป้องกันในกรณีที่มีการรุกรานอย่างต่อเนื่อง หวังว่าการเจรจาสําหรับวันพรุ่งนี้ ระหว่างผู้บัญชาการกองทัพของทั้งสองชาติ จะส่งผลดี ฉันหวังว่าจะไม่มีความตึงเครียดตลอดทั้งเส้นชายแดนที่สามารถขัดขวางความร่วมมือในส่วนอื่น ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันต่อทั้งสองประเทศ

ฉันขอร้องให้เพื่อนประชาชนของฉันไม่เพิ่มความขัดแย้งนี้ให้เป็นความเกลียดชังชาติพันธุ์และให้ความไว้วางใจในความพยายามทางทหารของรัฐบาลและทั้งสองประเทศในการแก้ไขปัญหา เราเกลียดสงคราม แต่เราถูกบังคับให้ใช้มันเมื่อเผชิญหน้ากับความรุกรานต่างประเทศ เช่นเดียวกับที่เราทําระหว่างปี 2008 ถึง 2011 โดยใช้วิธีการสามง่าม: แนวทางทหาร การทูต และกฎหมาย

ตำรวจภูธรภาค 2 เกาะติดสถานการณ์ไทย – กัมพูชา 'ผบช.ภ.2' ประชุมเข้มกำชับซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ดูแลประชาชน 3 จังหวัดชายแดน

เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.68) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 (ศปก.ภ.2) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เป็นประธานการประชุมติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ผบก.ภ.จว.ตราด ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ผบก.สส.ภ.2 ผบก.อก.ภ.2 และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 2 มีพื้นที่ติดต่อชายแดนประเทศกัมพูชา 3 จังหวัด คือ จันทบุรี ตราด และสระแก้ว จึงได้เน้นย้ำการเฝ้าระวังเชิงรุก บูรณาการข้อมูล และเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ตำรวจภาค 2 ประชุมเกาะติดสถานการณ์ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

ผบช.ภ.2 กล่าวด้วยว่า ให้ฝ่ายอำนวยการเตรียมความพร้อมตรวจสอบอัตรากำลัง เกาะติดข่าวสารประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เตรียมสนับสนุนการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง กำชับตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งาน จัดเตรียมกำลังพลพร้อมปฏิบัติทุกด้าน ให้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดอย่างเคร่งครัด พร้อมจัดทำข้อมูลบุคคลเข้า-ออก ประเทศ ให้สอดคล้องตามมาตรการและแผนยุทธการของกองทัพ สำหรับให้หน่วยพื้นที่ สภ. ที่ติดแนวชายแดน เตรียมพร้อมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุทุกสถานการณ์ เน้นการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

นครพนม: ทหารไทย-ลาว เปิดการลาดตระเวน ร่วมทางน้ำ เพื่อสะกัดกั้นกระทำผิดกฏหมายตามแนวลำน้ำโขง

เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.68) เวลา 09.30 น. ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 พลเรือตรีณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่นาโขง, เป็นประธานเปิดการลาดตระเวน ร่วมกันทางน้ำ ไทย-ลาว โดยมี พันเอกบุนเลิด  บุบผาวัน หัวหน้าการทหารกองบัญชาการทหาร แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (หน.การทหาร กบช. ข.คำม่วน สปป.ลาว) และคณะ ฝ่ายทหารไทย โดยมี  พันเอกศิวดล  ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคง ประกอบไปด้วย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และ ฝ่ายปกครอง  ร่วมพิธีการลาดตระเวนร่วมไทย- ลาว เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือ จากชุดประสานงานประจำพื้นที่ของทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งได้ร่วมกันวางแผนและกรอบแนวทางตามลำดับขั้น โดยในวันนี้จะเป็นการลาดตระเวน ร่วมไทย-ลาว จังหวัดนครพนม-แขวงคำม่วน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการสกัดกั้นและการกระทำผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนร่วมกัน ตลอดจนสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นระหว่างกัน ซึ่งจะนำไปสู่สันติภาพและ  ความเจริญรุ่งเรืองทั้ง 2 ประเทศในระยะยาว  ซึ่งวันนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้จัดตั้งการลาดตระเวนทางน้ำร่วมกัน จุดประสงค์เพื่อสะกัดกั้นกรั่นกรองอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศทำงานร่วมกัน มีการพัฒนาชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และพบปะแลกเปลี่ยนสร้างความสนิทสนมระหว่างไทย-ลาว ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ร่วมกัน 

โดยในวันนี้ในช่วงก่อนลาดลาดตระเวน ทางน้ำ ฝ่ายไทย-ลาว ทางด้านพลโท ณรงค์  สวนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  (ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.) พร้อมคณะได้ร่วมในการลาดตระเวน ร่วมทางน้ำ เพื่อสกัดกั้นกระทำผิดกฎหมายตามแนวลำน้ำโขงในครั้งนี้ ซึ่งท่านเคยเป็นอดีตผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มาก่อนและในวันนี้ทางด้านศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดนครพนม 

พลโท ณรงค์  สวนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  (ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าว ภายหลังจากการลาดลาดตระเวน ทางน้ำร่วมไทย-ลาว ว่า จังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่ดูแลของ นรข. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือตามแนวชายแดนของทั้ง สองประเทศ  ซึ่งผลการปฏิบัติการในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกส่วนมีความเข้าใจถึงภัยคุกคามภายนอกมีหลายปัจจัย ในฐานะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จึงได้ลงพื้นที่ เพื่อทำงานร่วมกันในพื้นที่   

พลเรือตรีณรงค์  เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่นาโขงกล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีความเห็น การลาดตระเวนทางน้ำร่วมกัน 3 เดือนต่อครั้ง และจัดการประชุมพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร 6 เดือนต่อครั้ง โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ ทั้งเห็นควร ประสานงานร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเครือข่ายเป้าหมายยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดน ตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกำลังพล ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา  เพื่อดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืน”

(14 พ.ย. 68) พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของกำลังพลในพื้นที่กองกำลังสุรนารี เพื่อประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกมิติ ทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ การวิเคราะห์ข่าวกรอง และการปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังภัยคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมยกระดับความพร้อมรบของกำลังพล เพื่อป้องกันเหตุร้ายและรักษาเสถียรภาพพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญ ต่อการปกป้องชีวิตกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และยึดมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ได้เดินตรวจเยี่ยมการพัฒนาเส้นทางยุทธวิธีในพื้นที่ การปรับปรุงฐานที่มั่นให้มีความมั่นคงแข็งแรง และสอบถามสารทุกข์สุกดิบต่อกำลังพล ช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนให้มีกำลังใจในการปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้ให้แนวทางการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของทหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อดทน มีระเบียบวินัย และให้มีความพร้อมรบอยู่เสมอ สร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลผู้ปฏิบัติงานในแนวหน้า เพื่อดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top