Thursday, 4 June 2026
ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว มุ่งสร้างความเชื่อมั่น พร้อมรองรับสถานการณ์ในทุกมิติ 

จากกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวจีนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ไปทำงานประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ประเทศไทย เป็นทางผ่าน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม 

วันนี้ (12 ม.ค. 68) พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปทท.ตร.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในทุกมิติ เพื่อความเชื่อมั่นในการเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปทท.ตร. (Tourist Safety Operations Center : TSOC) โดยมี พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศปทท.ตร. ขับเคลื่อนให้ตำรวจทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้อย่างเป็นระบบ 

ศปทท.ตร. พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว นำโดย พล.ต.ท.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมบูรณาการการปฏิบัติกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ด้วยมาตรการที่รัดกุมในการดูแลรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร โดยมีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Thailand Tourist police เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถดาวน์โหลด ส่งข้อความ รูปภาพ และพิกัดสถานที่ เพื่อสอบถามข้อมูล แจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เชื่อมโยงกับศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 ซึ่งมีบริการเจ้าหน้าที่ล่ามแปลภาษา 8 ภาษา ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานการทำงานกับศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ในการรับแจ้งเหตุและร่วมกันระงับเหตุ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และสนับสนุนตำรวจท้องที่ในการแปลภาษาตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถโทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่ได้ทันที ช่วยให้การประสานงานระหว่างนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมบูรณาการการปฏิบัติกับสถานทูตที่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศ หารือแลกเปลี่ยนยกระดับดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และร่วมกันวางแผนแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญเร่งด่วน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และประสานข้อมูลเหตุข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อแก้ไขปัญหา และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนของประเทศตนเองได้รับทราบข้อเท็จจริง 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายต่างทุ่มเทและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ยกระดับความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความปลอดภัย ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมระดับสากล

วุฒิสภาลงพื้นที่ระยอง–เกาะเสม็ด ยกเครื่องมาตรการความปลอดภัยท่องเที่ยว ครอบคลุมบก–น้ำ เสริมเครือข่ายกู้ชีพ 1669 รับมือเหตุฉุกเฉิน

วันที่ 14-15 สิงหาคม 2568 คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา นำโดย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ประธานคณะอนุกรรมาธิการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยในจังหวัดระยอง พร้อมอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษา โดยมีนายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และนายประสานต์ พฤกษชาติ รองนายก อบจ.ระยอง รวมถึงหน่วยงานรัฐ–เอกชน ร่วมให้การต้อนรับ

ที่ประชุมได้บรรยายสรุปมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ การสร้างเครือข่ายแพทย์ฉุกเฉินระหว่าง อบจ.ระยอง กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (1669) ครอบคลุมทั้งการเดินทางทางบกและทางน้ำ พร้อมพัฒนาระบบประสานงานให้การช่วยเหลือรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เยี่ยมชมศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง รวมถึงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ช่วยครูผู้สอนด้านปฐมพยาบาลและกู้ชีพขั้นพื้นฐาน ณ โรงแรมคามิโอ แกรนด์ เพื่อเสริมทักษะและสร้างเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว

จากนั้น ลงพื้นที่ท่าเรือ อบจ.ระยอง และเกาะเสม็ด เพื่อตรวจมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ การจัดระเบียบเรือโดยสาร และการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว พร้อมประชุมกับหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและหน่วยสาธารณสุข เสนอเพิ่มอุปกรณ์–บุคลากร จัดซ้อมแผนกู้ชีพร่วมทุกหน่วยงาน และพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ยังหารือกับอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด เรื่องการติดตั้งธงแดงเตือนภัยคลื่นลมแรง และประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว พร้อมตรวจเยี่ยมสำนักงานท่าเรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและหอควบคุมการเดินเรือ

พล.ต.ต.อังกูร ระบุว่า ความปลอดภัยคือปัจจัยสำคัญที่นักท่องเที่ยวใช้ตัดสินใจเลือกจุดหมาย จึงต้องมีมาตรการชัดเจน รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้จริง พร้อมย้ำบทเรียนจากเหตุเรือล่มภูเก็ตว่าการวางแผน ซ้อมแผน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ–เอกชน เป็นหัวใจในการป้องกันเหตุซ้ำรอย และสร้างความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top