Thursday, 4 June 2026
คนไทยในต่างแดน

‘ก้าวไกล’ ร่วม 3 พรรค ร้อง กกต.ปมเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร แนะ ใช้วิธีเลือกตั้งทางไปรษณีย์-ไม่เลือกตั้งกระทบวันทำงาน

‘ก้าวไกล’ ร่วมอีก 3 พรรคการเมือง ยื่น กกต. ประสานกระทรวงการต่างประเทศ อำนวยความสะดวกเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ‘ชัยธวัช’ ชี้ ตอนนี้ปัญหาเพียบ สร้างความลำบากผู้ใช้สิทธิ สงสัยเอื้อประโยชน์ผู้มีอำนาจกลุ่มใดหรือไม่ เรียกร้องใช้วิธีเลือกตั้งทางไปรษณีย์-ไม่เลือกตั้งวันทำงาน

(31 มี.ค. 66) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมกับตัวแทนอีก 3 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อขอให้แก้ไขวิธีการเลือกตั้งของคนไทยนอกราชอาณาจักร

นายชัยธวัช กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนมีความคาดหวังสูงมาก เพราะมองเป็นโอกาสเปลี่ยนชีวิตและเปลี่ยนประเทศ แต่ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งเท่าไร ประชาชนกลับยิ่งไม่เชื่อมั่นมากขึ้น ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างเสรีและเป็นธรรมได้จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การพิมพ์บัตรเลือกตั้ง การรายงานผลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ วันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร

ปัญหาของการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร มีทั้งการกำหนดวันหย่อนบัตรเลือกตั้งเป็นวันทำงาน เช่น เบลเยียม มาเลเซีย การไม่มีการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ประชาชนต้องไปใช้สิทธิด้วยตัวเองที่สถานทูตหรือหน่วยเลือกตั้ง เช่น เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ หรือต่อให้มีการเลือกตั้งแบบไปรษณีย์ ก็กำหนดวันส่งบัตรเลือกตั้งกลับไปที่สถานทูต เร็วอย่างไม่สมเหตุสมผล ไม่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้สิทธิ เช่น ญี่ปุ่นและนอร์เวย์ กำหนดส่งบัตรกลับถึงสถานทูตวันที่ 28 เมษายน ซึ่งเป็นเวลาที่เหลือมากเกินความจำเป็นในการส่งบัตรกลับประเทศไทย ที่จะต้องส่งถึงเขตเลือกตั้งก่อน 17.00 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม

“การใช้ความสะดวกความสบายของผู้จัดการเลือกตั้งมากำหนดการเลือกตั้ง แทนที่จะมุ่งรักษาสิทธิคนไทยในต่างประเทศ ตั้งคำถามได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้มีอำนาจคนใดคนหนึ่งหรือไม่ เพราะผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ชัดเจนมากว่าคนไทยนอกราชอาณาจักรส่วนใหญ่ ไม่ได้เลือกผู้มีอำนาจในปัจจุบัน จึงเป็นไปได้หรือไม่ ที่มีความพยายามจะลดสัดส่วนคะแนนจากคนกลุ่มนี้ แทนที่จะส่งเสริม” นายชัยธวัช กล่าว

ดังนั้น จึงขอเสนอให้ กกต. ประสานกระทรวงการต่างประเทศ นำวิธีเลือกตั้งทางไปรษณีย์กลับมาเป็นวิธีหลัก ส่วนกรณีเลือกตั้งที่สถานทูต ไม่สมควรจัดการเลือกตั้งในวันธรรมดา และขอให้มีการกำหนดวันส่งบัตรเลือกตั้งกลับมายังสถานทูตไทย โดยมีระยะเวลาที่ไม่เร่งรัดประชาชนมากเกินไป เช่น ให้ส่งกลับมาสถานทูต วันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่เพียงพอในการส่งบัตรกลับประเทศไทย อีกทั้งขอให้สถานทูตที่มีความพร้อม สามารถนับคะแนนที่สถานทูตและส่งผลการนับคะแนนที่รับรองกลับประเทศไทย โดยไม่ต้องส่งบัตรกลับมานับในประเทศ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ไม่สามารถส่งบัตรเลือกตั้งกลับประเทศทันเวลา

เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งในประเทศ โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต ที่ระบุแค่หมายเลข ในชั้นกรรมาธิการร่างกฎหมายเลือกตั้ง พรรคร่วมฝ่ายค้านได้พยายามผลักดันให้หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต และหมายเลขพรรคการเมือง เป็นเบอร์เดียวกัน เพื่อสะดวกต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และแสดงความยึดโยงระหว่างพรรคกับผู้สมัคร แต่ก็ไม่สำเร็จ

เปิดมุมมอง ‘คนไทย’ ได้สัญชาติออสเตรเลีย รับ!! ‘ผูกพัน-บ้านอีกหลัง’ แต่เมื่อเกิดที่ไทย โตมาที่ไทย ก็ยังรู้สึกว่าเป็นคนไทยแท้ 100%

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 66 เพจ ‘Sydney Moments’ ได้แชร์มุมมองความภูมิใจในการเป็นคนไทย แม้จะได้สัญชาติออสเตรเลียแล้วก็ตามไว้อย่างน่าสนใจ ว่า...

คำถามสุดคลาสสิก :

รู้สึกว่าตัวเองเป็น ‘ออสซี่’ หลังจากได้สัญชาติออสเตรเลียไหม? 🇦🇺

ถ้าถามผม ผมเฉยๆ นะ แม้ว่าผมจะได้มา 10 กว่าปีแล้ว ผมก็ยังรู้สึกว่าผมยังเป็นคนไทย ที่ได้ใบสัญชาติ และพาสปอร์ตออสเตรเลียมา… แค่นั้นเองครับ

เพียงแต่ผมรู้สึกผูกพัน และรักในประเทศนี้มากขึ้น เพราะผมเรียกที่นี่ว่า ‘บ้าน’ อีกหลังของผม นางให้ที่พักอาศัย ให้งานทำ ให้มีข้าวกินหล่อเลี้ยงชีวิต ให้ลูกๆ ของผมได้มีการศึกษา (thank you)

และการเป็นออสเตรเลียน มันก็เพิ่ม option ความสะดวกในการใช้ชีวิต และการเดินทางมากขึ้น

เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าพาสปอร์ตของออสเตรเลียนั้นทรงอิทธิพลมากระดับ Top 10 ของโลก 🌍

แต่… เวลาผมไปไหน ผมจะ Represent ตัวเองเป็น ‘คนไทย’ เสมอ 🇹🇭

แม้กระทั่งเวลาผมเจอชาวออสซี่ในต่างประเทศ (บ่อยมาก) เวลาเราทักกันผมก็บอกผมก็เป็นคนไทยที่อยู่ซิดนีย์ บางทีเพื่อนชาวออสซี่ก็บอกผมว่า คุณต้องเรียกตัวเองว่า ‘ออสซี่’ สิ เพราะว่าคุณเป็นออสเตรเลียนเหมือนกัน

“Well, it depends”

ผมบอกว่าผมก็ Celebrate ทั้ง 2 อย่าง 😊

เพราะการเป็นออสเตรเลียน (ตามกฎหมาย) มันมาได้หลายวิธี การเกิด, ทักษะ, ลี้ภัย หรือแม้แต่การสมรส

แต่ทางด้านจิตใจ มันขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะรู้สึกถึงความเป็น ‘ออสซี่’ แตกต่างกันไป ซึ่งผมมองว่า จริงๆ มันแล้วแต่คนนะ บางคนอาจจะแบบ patriotic มากๆ หลังจากได้สัญชาติ

เขาก็ไม่ผิด… มันสิทธิ์ของเขา

ผมก็มีเพื่อนที่เป็นคนต่างชาติ แล้วพอได้สัญชาติออสเตรเลีย เขาก็ represent ตัวเองเป็นออสซี่เลย เขาภูมิใจในความเป็นออสซี่มาก แล้วความเป็นออสซี่จริงๆ ที่ผมสัมผัสได้ตลอดเกือบสิบกว่าปีที่นี่ คือ กีฬา, ธรรมชาติ, อาหาร, ความชิลของการใช้ชีวิต และความมีมิตรไมตรีต่อคนแปลกหน้า นี่แหละ ‘ออสซี่’ สำหรับผม

ผมไม่ Relate ความเป็น ‘ออสซี่’ ของตัวเองผ่านรูปลักษณ์ภายนอก บางคนอาจจะบอกว่า ‘ออสซี่’ มีไว้เรียกแค่ ‘ฝรั่งผิวขาว’ เท่านั้น!!

ผมจะบอกว่า “คุณผิด” ครับ

แล้วคนอะบอริจิน หรือคนผิวอื่นๆ ที่เกิดที่นี่ล่ะครับ?

ก็ออสซี่หมดแหละครับ!

ประเทศนี้เป็นประเทศพหุวัฒนธรรม (Multicultural) ที่แต่ละคนมีรากเหง้าที่มาต่างกัน แต่เรามา Celebrate วัฒนธรรมของเราร่วมกันที่ดินแดนแห่งนี้

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน ถ้าคุณได้เป็นคนออสเตรเลียแล้ว คุณก็เป็นออสเตรเลียน ไม่มาก และไม่น้อยไปกว่าคนอื่น ในทางนิตินัย แต่ทางพฤตินัยนั้น ก็แล้วแต่ใจคุณครับ

สำหรับผม ผมเกิดไทย โตมาที่ไทย ก็รู้สึกว่าเป็นคนไทย 100% ครับ 

ขอจบโพสต์นี้ ด้วยท่อนเพลงสุดคลาสสิกของวง The Seekers ครับ

"I am. You are. We are Australian" 🎵

อ้น
Just another Australian

ตม.สหรัฐลุยขับไล่ผู้อพยพในชิคาโก เจอคนไทยถูกรวบ พบมีประวัติอาชญากรรม

(27 ม.ค. 68) เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ICE) ของสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการขับไล่ผู้อพยพในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเน้นการขับไล่ผู้ที่อยู่อาศัยผิดกฎหมายออกจากประเทศ โดยหนึ่งในผู้ถูกจับกุมเปิดเผยว่าเขามีพื้นเพมาจากประเทศไทย

โฆษกของ ICE กล่าวว่า ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและเสริมสร้างความมั่นคงในชุมชน โดยเฉพาะการขจัดบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยสาธารณะ

เอมิล โบฟ รองอัยการสูงสุดของสหรัฐฯ กล่าวเสริมว่า “เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชุมชนของเรามีความปลอดภัย และจะไม่หยุดจนกว่าภารกิจนี้จะสำเร็จ”

การจับกุมครั้งนี้ได้สร้างความวิตกกังวลในชุมชนผู้อพยพในชิคาโก โดยมีการรายงานจากกลุ่มองค์กรสนับสนุนผู้อพยพว่า มีผู้ถูกจับกุมจากหลายพื้นที่ในเมือง รวมถึงย่านอัลบานีพาร์กและเฮอร์โมซา

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมมือกับดร.ฟิล แม็กกรอว์ นักจัดรายการสื่อฝ่ายขวาในการถ่ายทอดสดบางส่วนของการจับกุมทาง Merit TV โดยมีการถ่ายทำภาพชายคนหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวพร้อมกับคำสัมภาษณ์จากดร.ฟิล

ชายผู้นั้นบอกว่าเขามีสัญชาติไทย และเกิดที่ประเทศไทย เมื่อถูกถามว่าเคยถูกตั้งข้อหาหรือไม่ เขาตอบว่า “ผมไม่อยากพูดอะไร ผมต้องการคุยกับทนายความ” พร้อมกับยืนยันว่าแม่ของเขาคือพลเมืองสหรัฐฯ แต่เขาไม่ได้รับสัญชาติ

ตามข้อมูลจาก Merit TV ชายคนนี้ถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีล่วงละเมิดทางเพศและการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย แต่รายละเอียดนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการสหรัฐฯ

เปิดแผลสังคมชายแดน แรงงานไทย ‘บ่อน-แก๊งสแกมเมอร์-ค้าบริการ’ เสี่ยงตาย ไร้รัฐปกป้อง!! วงจรอุบาทว์คนไทย ในธุรกิจมืดต่างแดน

ดูข่าวไม่กี่วันมานี้มีแต่ข่าวปั่นโดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่พยายามจะเล่นสื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามอย่างล่าสุดเรื่องที่ทูตจีนออกมากล่าวเรื่องรักษาอธิปไตยของกัมพูชา เอย่านี่ซูดปากบอกแหมเล่นใหญ่สไลเดอร์แต่อเมริกาบอกเป็นกลางแต่ให้เงินสนับสนุนเขาที่เป็นตัวเลขบนกระดาน 20 กว่าล้านบาท ไม่รู้เงินใต้โต๊ะอีกเท่าไร ทีอย่างนี้ไม่เห็นสื่อไหนออกมาบอกว่าอเมริกาสนับสนุนกัมพูชาเลยสักคำ สื่อไทยใจขี้ข้าอเมริกาหรือเปล่าก็ไม่รู้ก็งับข่าวไปแปลหรือไม่ก็เขาแปลมาให้แล้ว แค่เอาข่าวไปลง เอาเป็นว่าเรื่องนี้เอย่าจะไม่พูดดีกว่า มาคุยเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องกันคือไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวอดีตเชฟหนุ่มไทยเสียชีวิตในปอยเปต ประเด็นคือทำไมโรงพยาบาลในปอยเปตจึงไม่ทำการรักษา โดยจนถึงวันนี้ที่เอย่าเขียนบทความนี้ก็ได้ความว่า โดยทั่วไปหากใครก็ตามที่ไม่มีเอกสารอะไรติดตัวเลย ส่วนใหญ่โรงพยาบาลก็จะไม่รับรักษายกเว้นมีการส่งตัวจากเจ้าหน้าที่หรือมีใครที่สามารถการันตีหรือสื่อสารได้ว่าเขาคือใครเป็นอะไรมาจากไหนจึงจะสามารถรับรักษาได้ ธรรมเนียมปฏิบัติในการรักษาคนไข้นี้เป็นเหมือนกันทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยเรายึดถือธรรมเนียมปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วยแบบนี้มาช้านานแล้ว

ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจคือ ทำไมผู้เสียชีวิตไม่มีเอกสารติดตัวเลย โดยทั่วไปการที่คนสักคนจะไปอยู่ต่างประเทศโดยเฉพาะชายแดนไทยโดยที่ไม่มีเอกสารอะไรเลยมีอยู่ไม่กี่สาเหตุ สาเหตุหลักๆ อาจจะมาจากการที่เข้าไปทำงานกับกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศนั้นซึ่งเมื่อเข้าไปทางพวกสแกมเมอร์จะยึดพาสปอร์ตดังนั้นต่อให้หนีออกมาก็จะไม่ได้เอกสารการเดินทางต่างๆ ออกมาด้วยนั่นเอง

แต่จากนี้มีประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ คนไทยที่ไปทำธุรกิจตามชายแดน มีใครข้ามไปทำอะไรกันบ้าง เอาเป็นว่าวันนี้เอย่าจะมาขยายเรื่องนี้ให้ทราบกัน

อาชีพแรกที่เรารู้ว่าจะต้องข้ามไปทำงานบริเวณชายแดนไทยกับชายแดนเพื่อนบ้านเป็นประจำก็คือนักธุรกิจชายแดนที่ค้าขายสินค้ากับพ่อค้าคนกลางหรือนักธุรกิจเพื่อนบ้านต่างชาติที่อาจจะต้องข้ามฝั่งไปเยี่ยมเยียนหากันบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อสานสัมพันธ์การค้าไม่ว่าธุรกิจสีขาว สีเทา หรือ สีดำก็ตาม อาชีพต่อมาคนที่ทำงานในบ่อน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟ หรือดีลเลอร์คนแจกไพ่บ่อน รวมถึงเชฟ และพนักงานในส่วนของโรงแรมที่พักหรือพนักงานในส่วนอื่นๆ ที่เอนเตอร์เทนเมนต์นั้นๆ ต้องการ ส่วนอาชีพที่ดูแล้วเหมือนจะสมัครใจหรือโดนหลอกไปที่บริเวณชายแดนก็คือกลุ่มที่ไปทำงานสแกมเมอร์และขายบริการนั่นเอง ถามว่าทำไมถึงมีการโฟกัสที่กลุ่มนี้นั่นก็เพราะว่ากลุ่มที่ทำงานสแกมเมอร์ที่เป็นคนไทยเองถึงแม้ว่าจะมีการประกาศเอย มีลงข่าวอย่างต่อเนื่องเรื่องการทำงานในประเทศเพื่อนบ้านก็ยังมีคนไทยจำนวนมากหลงเชื่อว่าไปทำงานแอดมินเพจในประเทศเพื่อนบ้าน รายได้ดี ทั้งๆ ที่หากทำงานแอดมินเพจจริงๆ นั้น สามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ  

จากข้อมูลของอดีตแอดมินเพจมองพม่าได้ให้ข้อมูลกับเอย่าไว้ว่าในแต่ละปีมีคนจำนวนไม่น้อยเดินทางแบบเต็มใจก็ดี ไม่เต็มใจก็ดีเข้ามาทำงานในระบบสแกมเมอร์เพียงเพื่อหวังงานสบายรายได้ดี แต่ส่วนใหญ่คนที่ทำงานสแกมเมอร์ เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกมาทำงานและได้รับการช่วยเหลือจนกลับไปไทยได้จะไม่กลับมาอีก ซึ่งต่างจากกลุ่มค้าบริการทางเพศที่แม้ว่าจะโดนทำร้าย หน่วงเหนี่ยว กักขังจนสุดท้ายสามารถช่วยเหลือจนเดินทางกลับประเทศไทยได้ แต่ไม่นานก็เดินทางกลับมายังชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอีก โดยหลายรายอ้างว่าคิดถึงแฟน (คนที่หน่วงเหนี่ยว กักขัง ทำร้าย) จนเป็นที่มาที่ต้องไปช่วยเหลือนั่นเอง

ประเด็นสำคัญคือเราควรไปเสียเวลาช่วยคนกลุ่มนี้ไหม ซึ่งหลายครั้งคนกลุ่มนี้พยายามติดต่อใครก็ตามที่สามารถช่วยเหลือพวกเขาออกมาได้ แต่ความจริงแล้วคนที่ควรติดต่อนั่นคือเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ เสียมากกว่า แต่ถ้าหากเดินทางเข้าไปยังประเทศนั้นๆ แบบไม่ถูกต้องแล้วทางเอย่าก็คงตอบได้แค่เพียงว่าค่าใช้จ่ายในการออกจากประเทศนั้นๆ แพงกว่าการเดินทางเข้าไปยังประเทศนั้น 10-20 เท่า หรือบางคนอาจจะต้องยอมเป็นทาสอารมณ์ปรนเปรอกามให้แก่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ก่อนจะได้เดินทางกลับมาจริงซึ่งสุดท้ายจากข้อมูลที่ทางเพจมองพม่าให้มาบอกว่า หลายคนไปแต่ตัวก็กลับมาแต่ตัว หลายคนบอกว่ามีชีวิตกลับมาก็ดีแล้วแต่อีกหลายคนเลือกที่จะกลับไปเพราะเงินมันหอมจนคนพวกนั้นไม่คิดจะหาเงินโดยวิธีอื่น ซึ่งนั่นก็คือราคาที่คนเหล่านั้นต้องจ่ายเพราะการขายบริการทางเพศนั้นส่วนใหญ่ไม่มีกฎเรื่องการใส่ถุงยางป้องกัน รวมถึงหลายคนมีรสนิยมทางเพศที่ผิดธรรมชาติรวมถึงการเสพยาที่มีมากมายหาง่ายในกลุ่มจีนเทาที่อยู่ตามขอบชายแดน แหล่งข่าวของเอย่าที่ชายแดนอีกท่านให้ความเห็นว่าบางทีเราอาจจะควรต้องดำเนินคดีสำหรับคนที่ไปทำงานเป็นสแกมเมอร์และกลุ่มค้าบริการในประเทศเพื่อนบ้านเพราะคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่สร้างปัญหาไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้าออกประเทศอย่างผิดกฎหมาย ยาเสพติดและฉ้อโกงประชาชน เพราะทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีการประชาสัมพันธ์ ออกข่าว รณรงค์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อคนพวกนี้แต่สุดท้ายคนกลุ่มนี้ก็ยังเลือกที่จะเดินทางไปแต่พออยากกลับไทยก็หงายการ์ดว่าโดนหลอกไปทุกที


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top