Friday, 5 June 2026
คนอีสาน

'อีสานโพล' เผย!! ชาวอีสานชื่นชอบ 'ชัชชาติ' ยกให้เป็น 'นักการเมืองแห่งปี'

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ (8 ส.ค. 65) รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน หรือ มข. ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง 'เก็บคะแนนครึ่งปีแรกรางวัลแห่งปีของคนอีสาน ปี 2565' ซึ่งอีสานโพลได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเกี่ยวกับบุคคล องค์กร และผลงานที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งปี ในสาขาต่างๆ 12 รางวัล โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ (28 ก.ค. - 2 ส.ค. 65) จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,109 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล กล่าวว่า การสำรวจนี้ จะให้ชาวอีสานเสนอชื่อ บุคคลหรือองค์กรหรือผลงานที่สมควรได้รับรางวัลแห่งปีในสาขาต่าง ๆ 12 รางวัลแบบปลายเปิดไม่มีตัวเลือกให้ และจะมีการเก็บข้อมูลอีกครั้งช่วงปลายปีเพื่อสรุปคะแนนภาพรวมทั้งปี ซึ่งจากการประมวลผล พบว่า คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก แต่ละรางวัล ประกอบด้วย 

รางวัลนักการเมืองแห่งปี อันดับที่ 1 คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คะแนนร้อยละ 20.2 รองลงมาคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย คะแนนร้อยละ 16.2 และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คะแนนร้อยละ 12.6 

รางวัลบริษัทฯ/หน่วยงาน/รัฐวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งปี อันดับที่ 1 คือเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี คะแนนร้อยละ 10.8 รองลงมาคือ ปตท. คะแนนร้อยละ 10.6 และมูลนิธิกระจกเงา คะแนนร้อยละ 5.9

รางวัลนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแห่งปี อันดับที่ 1 คือคุณบุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี คะแนนร้อยละ 7.4 รองลงมาคือ พิมรี่พาย คะแนนร้อยละ 5.1 และเพนกวิน พริษฐ์ ชีวารักษ์ คะแนนร้อยละ 4.8 

รางวัลสถานีโทรทัศน์แห่งปี ครึ่งปีแรก อับดับที่ 1 คือช่อง 3HD คะแนนร้อยละ 23.5 รองลงมาคือ ช่อง 7HD คะแนนร้อยละ 17.6 และช่อง ONE 31 คะแนนร้อยละ 13.1 

รางวัลหนังสือพิมพ์/เว็บไซต์ข่าวแห่งปี อันดับที่ 1 เป็นของไทยรัฐ คะแนนร้อยละ 19.5 รองลงมาคือ เดลินิวส์ คะแนนร้อยละ 11.8 และมติชน คะแนนร้อยละ 8.6 

รางวัลพระเอกแห่งปี อันดับ 1 เป็นของณเดชน์ คูกิมิยะ คะแนนร้อยละ 11.3 รองลงมาคือ โป๊บ ธนวรรธน์ คะแนนร้อยละ 8.4 

รางวัลนางเอกแห่งปี อันดับ 1 เป็นของเบลล่า ราณี คะแนนร้อยละ 15.9 รองลงมา คือญาญ่า อุรัสยา คะแนนร้อยละ 8.9 และใบเฟิร์น พิมพ์ชนก คะแนนร้อยละ 9.3

ขอนแก่น-คนอีสานไม่เอา!บุหรี่ไฟฟ้า

รวมพลังภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบ 20 จังหวัดภาคอีสาน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ "คนอีสานไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า"ย้ำจุดยืน คนอีสานจะร่วมมือกันรณรงค์ป้องกันประชาชนภาคอีสานทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้ปลอดพ้นจากการเสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ


เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 เมษายน 2566 ที่ห้องออคิดบอลรูม โรงแรมพูลแมนขอนแก่น ราชา ออคิด จ.ขอนแก่น  นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดประกาศเจตนารมณ์คนอีสานไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า"ภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบ 20 จังหวัดภาคอีสาน โดยมี นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ,นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น, ตัวแทนสื่อมวลชนศูนย์ข่าวปลอดควันภาคอีสาน, ตัวแทนเครือช่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่, ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปลอดบุหรี่, ตัวแทนเยาวชน Gen Z Gen Strong เลือกไม่สูบ และตัวแทนผู้รับผิดชอบงานด้านควบคุมยาสูบจังหวัดต่าง ๆ กว่า 200 คน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ "คนอีสานไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า" ในงานสัมมนาเรื่อง "คนอีสานไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า" ซึ่งจัดขึ้นที่ โรงแรมพูลแมนขอนแก่น ราชา ออคิด จ.ขอนแก่น ย้ำจุดยืน คนอีสานจะร่วมมือกันรณรงค์ป้องกันประชาชนภาคอีสานทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้ปลอดพ้นจากการเสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ


นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานในการประกาศเจตนารมณ์ "คนอีสานไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า" ครั้งนี้ การระดมทุกภาคส่วนของภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบ 20 จังหวัดภาคอีสาน ให้มาร่วมกันรณรงค์ป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้ากับกลุ่มเด็กและเยาวชนถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าขยายวงกว้างไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยคำประกาศเจตนารมณ์ "คนอีสานไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า" มีแนวทางดังนี้1. พวกเราจะร่วมมือกันรณรงค์ป้องกันประชาชนภาคอีสานทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้ปลอดพ้นจากการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ  2.พวกเราจะร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในโรงเรียน และสถานศึกษาทุกระดับ เพื่อป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดของเด็กและเยาวชนภาคอีสาน โดยการบังคับใช้กฎหมายการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด 
3.พวกเราจะร่วมกันสื่อสารข้อมูล เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนภาคอีสาน ได้รับรู้ถึงอันตรายของการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า และรู้เท่าทันกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบ 4.พวกเราจะร่วมกันสร้างกลไกขับเคลื่อนงานของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมให้เกิดการเชื่อมประสานการทำงานในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง 5.พวกเราจะดำเนินการป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นวาระแห่งชาติ และประกาศเจตจำนงที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้รัฐบาลคงนโยบาย และมาตรการในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้

‘ศ.ดร.อภิรัฐ’ เล่าย้อนอดีต ‘ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ฯ’ ศูนย์แพทย์ที่ช่วยชีวิตคนอีสานนับแสน เผยเบื้องหลังการก่อสร้างเคยชะงักหลายปี แต่สำเร็จได้เพราะ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

(27 ต.ค. 68) ศ.ดร.อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ศาสตราจารย์อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร” เกี่ยวกับ…ถ้าไม่มีศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันนี้?

เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ประชากรภาคอีสาน มีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งคนแก่และเด็ก!

อดีตลูกน้องผมคนหนึ่ง เป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด ที่มีพ่อแม่เป็นเพียงคนสวนของ มข. และไม่มีความสามารถที่จะพาลูกไปรักษาที่ กทม …ซึ่งตอนนั้น ทั้งภาคอีสานก็ไม่มีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจเลย …แต่วันนี้ เขายังมีชีวิตที่สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้เพราะได้รับการผ่าตัดรักษาหัวใจจากศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยค่าใช้จ่ายไม่กี่บาท

ในสมัย รศ.นพ. นพดล ทองโสภิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ รศ.นพ. เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แพทย์ผ่าตัดหัวใจมือหนึ่งของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ได้มีนโยบายจัดตั้ง ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ ที่จะมีเครื่องมือที่ทันสมัยและรองรับผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น ไม่ต้องรอการผ่าตัดที่ใช้เวลาการรอที่ยาวนาน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของประชาชนชาวอีสาน โดยได้รับพระราชทานนามว่า “ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”

ในสมัย ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านต่อมา จึงได้เริ่มก่อสร้างอาคารศูนย์หัวใจสิริกิติ์ แต่เกิดปัญหาการตีความทางกฎหมายทางด้านการก่อสร้าง จนเป็นเหตุให้เกิดฟ้องร้อง ส่งผลให้การก่อสร้างชะงักอยู่หลายปี แม้ว่าทั้งฝ่ายผู้รับเหมาและฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยจะพยายามแก้ปัญหา แต่ยิ่งเวลานานขึ้น ก็ส่งผลให้ปัญหาการก่อสร้างมีความซับซ้อนมากขึ้น …แน่นอน ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ “ผู้ป่วยโรคหัวใจ” !!! ที่รอการรักษาและผ่าตัดในอาคารและเครื่องมือที่ทันสมัย!!!

ในสมัย รศ.ปริญญา จินดาประเสริฐ อธิการบดีคนต่อมา ที่มี พลตำรวจเอกเภา สารสิน ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยนั้น ได้รับพระราชกระแสผ่านข้าราชบริพารของสมเด็จพระนางเจ้าฯ อย่างไม่เป็นทางการ ว่า …พระองค์ทรงรอที่จะมาทำพิธีเปิดศูนย์หัวใจสิริกิติ์…(จำคำที่ถูกต้องไม่ได้) ..แต่เชื่อกันว่า พระองค์ทรงทราบดีว่า มีผู้ป่วยหลายคนที่ต้องเสียชีวิตระหว่างมารอเปิดศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ!!!!
.
สภามหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ขอให้คุณสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น ช่วยดำเนินการเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน ซึ่งคุณสุนทร อรุณานนท์ชัย ได้ประสานขอความช่วยเหลือจากพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ..แน่นอนครับว่า พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ช่วยเหลืออย่างทันที ด้วยการเชิญผู้รับเหมาและผู้บริหารมหาวิทยาลัย มาพูดคุยหาข้อตกลงกันจนสามารถก่อสร้างอาคารศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจนสำเร็จลุล่วง …ทำให้สามารถรักษาและผ่าตัดรักษาผู้ป่วยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เป็นพสกนิกรของพระองค์ท่านฯ ร่วมแสนคนในระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขาทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้เป็นที่รักของครอบครัวจำนวนไม่รู้เท่าไหร่

ผมจึงฝากคำถามว่า …หากไม่มีพระราชกระแสของสมเด็จฯ ที่มีความเป็นห่วงสุขภาพของคนอีสาน ในวันนั้น ..การก่อสร้างอาจจะต้องยืดเยื้อไปอีกหลายปี…แล้วจะมีผู้เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้างจำนวนมากมายเท่าใด?

นั่นจึงเป็นเหตุใดว่า ทำไมผมและพสกนิกรชาวไทยส่วนมากจึงรักและอาลัยต่อข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่านครับ
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top