Saturday, 5 September 2026
การเมืองสงขลา

‘นิพนธ์-สรรเพชญ’ ขึ้นป้ายสวัสดีปีใหม่ 67 ทั่วสงขลา แต่ไร้โลโก้ ปชป. คอการเมืองลือสนั่น!! หรือเลือกตั้ง อบจ.ปี 68 บ้านใหญ่จะหวนคืนสังเวียน?

(27 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวบรรยากาศการเมืองในจังหวัดสงขลา ก่อนการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 มีการพูดถึงพรรคการเมืองที่อยู่คู่ภาคใต้และจังหวัดสงขลามาอย่างยาวนานอย่าง ‘พรรคประชาธิปัตย์’ (ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม) ที่ภายหลังการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจบริหารในพรรค โดยทีมบริหารชุดเก่าแพ้ให้กับทีมบริหารชุดใหม่ ภายใต้การนำของ ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน มี ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ สส.สงขลา ขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรค พร้อมกับวลี ‘ตระบัดสัตย์’ เพราะเฉลิมชัยเคยลั่นวาจาไว้ว่า “ถ้าผลการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ได้น้อยกว่าเดิม (52 ที่นั่ง) จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต”

แต่เฉลิมชัยกลับเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งหมายถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต แปลความได้ว่า ไม่ได้เลิกเล่นการเมืองจริง สมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งจึงทยอยลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค

แฟนคลับประชาธิปัตย์ต่างมีความเห็นแตกต่างกันไปหลายฝ่าย โดยในจังหวัดสงขลามีการจับตาไปที่ ‘บ้านบุญญามณี’ ซึ่งถือเป็นบ้านใหญ่การเมืองในจังหวัดสงขลา ที่ขณะนี้ มีการขึ้นป้ายสวัสดีปีใหม่ 2567 ไปทั่วเมือง ในขณะที่เจ้าตัวเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัว จ.แม่ฮ่องสอน

ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า รูปภาพสวัสดีปีใหม่ของนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.ประชาธิปัตย์หลายสมัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ไม่ปรากฎรูปโลโก้พรรคประชาธิปัตย์แต่อย่างใด รวมทั้งเมื่อสำรวจไปพื้นที่เขตอำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ สส.ของ นายสรรเพชญ บุญญามณี เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นลูกชายของนายนิพนธ์ก็ไม่มีโลโก้พรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผมเช่นเดียวกัน ทำให้เป็นที่พูดคุยกันในกลุ่มคอการเมือง ผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงเครือข่ายการเมืองต่างพูดคุยกันว่า มีความไม่ปกติใดเกิดขึ้นหรือไม่ หรืออนาคตจะไม่มี ‘บุญญามณี’ อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์?

นอกจากนี้ ยังพบว่า ภาพป้ายสวัสดีปีใหม่ 2567 ของนายนิพนธ์ บุญญามณี นั้น ยังปรากฏทั่วจังหวัดสงขลา จึงมีการจับโยงวิจารณ์ถึงวาระนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่จะหมดวาระลงในเดือนธันวาคม ปี 67 และจะมีการเลือกตั้งในต้นปี 68 วงร้านกาแฟวิจารณ์กันสนั่นว่า เป็นไปได้หรือไม่? ที่นายนิพนธ์จะย้อนกลับมาลงชิงนายกฯ อบจ.สงขลาอีกครั้ง โดยละทิ้งจากพรรคประชาธิปัตย์

กล่าวสำหรับนายกฯ อบจ.สงขลา ปัจจุบัน ‘ไพเจน มากสุวรรณ์’ นั่งบริหารอยู่ และถือได้ว่าเป็นทีมเดียวกับนายนิพนธ์ โจทย์ของคอการเมืองจึงยากขึ้น ในขณะที่มีการวางตัวคนที่จะมาสืบทอดต่อจากนายไพเจนแล้วด้วย รอเพียงให้เกษียณอายุราชการเท่านั้น

แต่อย่าลืมว่า ‘การเมือง’ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป มีเหตุผลอธิบายได้

หลังวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ “นิพนธ์-สมยศ” ต้องกุมขมับคิดหนัก ในการตัดสินใจครั้งใหญ่

มีคำถามมากมายว่าน้ำท่วมใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ที่โหดร้าย รุนแรง กระทบการเมืองอย่างไร การเมืองในสงขลา / ขั้วนิพนธ์ บุญญามณี ได้ตัดสินใจแล้วย้ายไปภูมิใจไทย จะกลับใจได้ไหม ทันไหม มีสรรเพชญ บุญญามณี / สมยศ พลายด้วง ย้ายตามไปด้วย

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน น้ำท่วมเป็นเหตุ รัฐบาลภายใต้อนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี ถูกวิจารณ์หนักถึงความล้มเหลวในการบริหารภาวะวิกฤต จะมีผลให้กลุ่มนิพนธ์ /สมยศ ตัดสินใจไม่ย้ายพรรคได้หรือไม่
-จะกลื่นเลือด หรือกลับคำ

สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ โดยเฉพาะ สงขลา ไม่ได้เป็นแค่ภัยพิบัติธรรมชาติ แต่ส่งแรงสะเทือนทางการเมืองเป็น “โดมิโน” โดยเฉพาะ ขั้วนิพนธ์ บุญญามณี ที่ตัดสินใจย้ายไปพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แล้ว

1) การเมืองสงขลาที่กำลังสั่นไหว เดิมมีสัญญาณชัดว่า นิพนธ์ บุญญามณี ตัดสินใจย้ายไปภูมิใจไทย มีสรรเพชญ บุญญามณี และสมยศ พลายด้วง ตามไปด้วย

เตรียม “แพ็กทีม” ย้ายตามไปด้วย ถือเป็น “บล็อกการเมือง” ที่มีฐานคะแนนแข็งในเมืองสงขลา ย่านควนลัง–คอหงส์ และเครือข่าย อบจ./อบต.ที่เข้มแข็ง

การย้ายครั้งนี้เกือบจะลงล็อกอยู่แล้ว แต่…?

2) น้ำท่วมทำให้สถานการณ์เปลี่ยน สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น น้ำท่วมครั้งนี้กลายเป็น “ตัวแปรใหม่” เพราะประชาชนตั้งคำถามดังๆ ว่า

รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน บริหารวิกฤตล้มเหลว
 -แจ้งเตือนช้า /ไม่เน้นย้ำ
 -การช่วยเหลือไม่ทัน
 -ภาพรวมการประสานงานดูยุ่งเหยิง
 -ท้องถิ่นต้องแก้ปัญหาเอง
 -ภูมิใจไทยในฐานะพรรคเจ้ากระทรวงหลัก ถูกวิจารณ์หนัก
 -ให้ข้าราชการเป็นแพะรับบาป

เมื่อรัฐบาลเสียภาพลักษณ์ คนที่กำลังจะย้ายเข้าภูมิใจไทย…ย่อมต้อง คิดหนัก คิดใหม่

3) คำถามสำคัญ: กลุ่มนิพนธ์–สมยศ จะ “กลืนเลือด” หรือ “กลับคำ”?

ปัจจัยที่อาจทำให้ “ไม่ย้าย”
1.กลัวถูกมองว่าเลือกพรรคผิดเวลา น้ำท่วมยังไม่ทันแห้ง ประชาชนกำลังโกรธรัฐบาล หากประกาศย้ายตอนนี้ ถูกด่าเละแน่
2.ภาพลักษณ์พื้นที่ในสงขลา ยังเป็นพื้นที่ที่คนให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อปัญหาน้ำท่วม ใครขยับผิดจังหวะ คะแนนหายทันทีแน่นอน
3.คะแนนเสียงฐานเดิมของนิพนธ์คอการเมืองสงขลารู้ดีว่า
ยี้ห้อ “บุญญามณี” การันตีได้ มีน้ำหนักในพื้นที่
แต่เสี่ยงถูกกัดเซาะคะแนน หากไปอยู่พรรคที่เพิ่งถูกวิจารณ์จากภัยพิบัติ
4.สัญญาณภายในภูมิใจไทยเอง ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจัดการวิกฤตได้ดี ภูมิใจไทย (ภท.)อาจตกอยู่ในโหมด “ป้องกันความเสียหาย” มากกว่าดึงคนเข้า ภูมิใจไทยจะกู้วิกฤตได้ด้วยมาตรการฟื้นฟู-เยียวยา ที่เร็วและแรงพอ ไม่งั้นตายอย่างเขียด

4)แต่โอกาส “กลืนเลือด แล้วย้ายต่อ” ก็ยังมี มุมกลับคือ กลุ่มนิพนธ์อาจเลือก “เดินหน้าตามดีลเดิม” ด้วยเหตุผลคือ
 -ดีลผลประโยชน์และพื้นที่เลือกตั้งอาจลงตัวไปหมดแล้ว
 -การเมืองระดับชาติยังต้องรอดู “ปีเลือกตั้ง”
 -ภท. อาจแก้วิกฤตได้บางส่วนในช่วงต่อไป
 -กลุ่มนิพนธ์ต้องการพรรคที่ให้โอกาสทางการเมืองมากกว่าพรรคเดิม

สรุปว่า

แนวโน้มที่ 1 — กลับคำ ไม่ย้าย (50%)
น้ำท่วมส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์รัฐบาล–ภูมิใจไทย หากคะแนนเสียงในพื้นที่สะเทือนหนัก  กลุ่มนิพนธ์อาจ “พับดีล” หรือ “ชะลอ” การย้าย

แนวโน้มที่ 2 กลืนเลือด แล้วย้ายต่อ (50%)
ถ้าดีลผลประโยชน์/พื้นที่ได้เปรียบมากกว่า และประเมินว่าคะแนนไม่เสียมากก็อาจเดินหน้าตามแผน แม้สถานการณ์จะไม่เอื้อ

ประโยคสรุปสั้นที่สุด
น้ำท่วมทำให้เกมย้ายพรรคของกลุ่มนิพนธ์–สมยศ “ไม่จบเหมือนเดิม” แต่เปิดโอกาสให้ทุกอย่าง “กลับตาลปัตร” ได้ทันที หากประชาชนโทษรัฐบาลหนักขึ้นเรื่อยๆ

แต่นักการเมืองไม่ควรชักเข้าชักออก ตัดสินใจแล้วเดินหน้า แพ้ชนะไปว่ากันในสนามเลือกตั้ง

สงครามการเมืองสงขลา!! ‘บุญญามณี’ ตอบโต้ ‘ขาวทอง’ ดีสเครดิต สาดปมที่ดินสาธารณะ สองตระกูลใหญ่ประชันพรรคเก่าใหม่ ใครคือผู้แทนคนรุ่นใหม่จริง?

เปิดปมการเมืองสงขลาเดือด ”บุญญามณี-ขาวทอง“ ดีสเครดิตตัดขานิพนธ์ก้าวกลับสู่การเมือง หลังพ้นคดี

เป็นประเด็นร้อนการเมืองสงขลาที่ปะทุขึ้น เป็นศึกคนในบ้านเดียวกัน -แต่ต่างพรรค ประชาธิปัตย์ชนภูมิใจไทย แต่เป็นรุ่นพ่อปะทะรุ่นลูก
ฝั่งของ นิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย ออกมาตอบโต้ ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง (สส.สิงโต) สส.เขต 9 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายของ เดชอิศม์ ขาวทอง

เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อเพจหาดใหญ่โฟกัสโพสต์ข้อความข่าว "นักการเมือง น." บุกรุกที่สาธารณะ ขอออกโฉนดที่ดินอุโบว์
วันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ศักดิ์สิทธิ์แชร์ข่าวเรื่อง ที่ดินกุโบร์ท่ายาง ต.นาทับ อ.จะนะ ซึ่งเป็นที่ฝังศพมุสลิมที่ชาวบ้านร้องว่าเป็นที่สาธารณะ แต่มีคนไปขอออกโฉนดทับที่สาธารณะ โดยแคปชั่นพาดพิงว่า "นักการเมือง น." บุกรุก
คนในพื้นที่จะรู้ทันทีว่า น. หมายถึงใคร เพราะนิพนธ์เกิดและโตที่นาทับ จะนะ

นิพนธ์โต้กลับแรง ปฏิเสธ แฉกลับ นิพนธ์ออกมาตอบเมื่อ 30 ส.ค. 69 ชัด 3 ประเด็น
ประเด็นที่ 1: ปฏิเสธไม่มีที่ดินตรงนั้น
"ผมพูดตรงๆ วันนี้เลยว่า ผมไม่มีที่ดินตรงกุโบร์แม้แต่แปลงเดียว เพราะฉะนั้นใครมีหลักฐานก็เอาออกมา อย่าพูดกันตามร้านน้ำชาแล้วเอามาแต่งเรื่องต่อ" และบอกว่าถ้าใครออกโฉนดทับที่สาธารณะจริง ก็ต้องรับผิดเอง จะเป็นญาติใครก็ต้องโดนเพิกถอน ดำเนินคดี
ประเด็นที่ 2: เตือนสติ "อย่ารีบกระโดดลงบ่อน้ำเน่า"

"สิงโตยังเป็นคนรุ่นใหม่ ผมเห็นเหมือนลูกเหมือนหลาน จึงอยากฝากว่า ถ้าคิดจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ก็อย่ารีบกระโดดลงไปในบ่อน้ำเน่าของการเมืองแบบเก่า หากมีหลักฐานก็เอาหลักฐานมากาง"
นิพนธ์ย้ำว่าการเมืองรุ่นใหม่ไม่ได้อยู่ที่อายุ แต่อยู่ที่วิธีคิด ต้องสะอาดทั้งวิธีหาเงินและวิธีหาคะแนน
ประเด็นที่ 3: แฉกลับเรื่องครอบครัว + บุกรุกโบราณสถาน
นี่คือหมัดหนักสุด

นิพนธ์บอกว่า ครอบครัวตัวเองสอนให้หาเงินสุจริต มีสถานประกอบการตรวจสอบได้ ไม่ได้สอนให้ "ไปเปิดบ่อน ไปทำเว็บพนัน หรือเอาธุรกิจถูกกฎหมายมาบังหน้าเรื่องที่ผิดกฎหมาย"
แล้วโยงไปคดีเก่า บุกรุกโบราณสถานเขาน้อย-เขาแดง อ.สิงหนคร ที่ศาลจังหวัดสงขลาตัดสินจำคุกจำเลยหลัก 6 ปีไม่รอลงอาญา ชดใช้ 10.5 ล้าน และศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยืนเมื่อ 7 ก.ค. 69
นิพนธ์ระบุว่า หนึ่งในจำเลยที่โดนจำคุก 6 ปี เป็นพี่สาวของนายเดชอิศม์ ขาวทอง ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของศักดิ์สิทธิ์โดยตรง
หลักการที่นิพนธ์จะสื่อคือ "ญาติทำ ญาติก็รับผิด คนอื่นไม่ได้รับผิดแทน" จะเอามาโยนใส่กันไม่ได้

สรุปว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองสงขลา?
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ดินอย่างเดียวครับ แต่เป็น สงครามตัวแทน 2 ตระกูลใหญ่ “บุญญามณี-ขาวทอง”ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย สงขลา

ตระกูลบุญญามณี - บ้านใหญ่เขารูปข้าง ฐานเสียงมุสลิมและคนเก่าแก่หนาแน่น มี “น้องเพชญ สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เป็นทายาทสืบต่อภารกิจการเมือง
ตระกูลขาวทอง - บ้านใหญ่รัตภูมิ เดชอิศม์ ขาวทอง เป็นเจ้าบ้าน มีศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง เป็นทายาท ที่กำลังสร้างภาพนักการเมืองรุ่นใหม่
ทั้งคู่เคยอยู่พรรคเดียวกัน คือประชาธิปัตย์แต่ตอนนี้ต้องแย่งพื้นที่กันเอง เพราะประชาธิปัตย์เหลือ สส.สงขลาน้อยลง ต้องแย่งกันเป็นเบอร์ 1 ของจังหวัด
ฝั่งสิงโตใช้วิธีเกาะกระแสที่ดินสาธารณะซึ่งชาวนาทับร้องเรียนมา 40 ปีจริง มาสร้างบทบาทผู้ตรวจสอบ
ฝั่งนิพนธ์ใช้วิธีตอบโต้แบบผู้ใหญ่สอนเด็ก แล้วตอกกลับด้วยเรื่องมาตรฐานเดียวกัน "ถ้าจะปกป้องที่หลวง ก็ต้องปกป้องทุกที่ ทั้งกุโบร์และโบราณสถาน" และย้ำเรื่องที่มาของเงิน
ดังนั้นภาพ "บ่อน้ำเน่า" คือคำนิยามที่นิพนธ์พยายามติดป้ายให้การเมืองแบบโพสต์แฉโดยไม่มีหลักฐาน คือ ผลประโยชน์ทับซ้อน, การเมืองสกปรก, แบล็คเมล์ ดีสสเครดิต, ทุนสีเทาครอบงำ
ตอนนี้เรื่องเลยไปไกลกว่าที่ดินแล้ว กลายเป็นเรื่อง ใครกันแน่ที่เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่จริง และใครมีทุนสีเทาหนุนหลัง ครับ

เมื่อ นิพนธ์กำลังพ้นคดีละเว้น (157) มีแฟนคลับเชียร์ให้ลงชิงนายกฯอบจ.อีกครั้ง แน่นอนว่า มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า เดชอิศม์ ขาวทอง อาจจะหวลคืนเวทีนายกฯอบจ.ชิงแขมปีจากสุพิศ พิทักษ์ธรรม ที่เดชอิศม์ เคยสนับสนุนมาก่อน

นิพนธ์ยังไม่แสดงท่าทีอะไรว่าจะลงของนายกฯอบจ.หรือไม่ แต่เกมการเมือง เกมดีสเครดิต เพื่อทำลายกัน ได้เริ่มขึ้นแล้ว….?


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top