Friday, 6 November 2026
การบริหารคน

ถึงแม้เจเนอเรชันจะเปลี่ยนไป แต่พลอยเชื่อมั่นว่า รากฐานของเบนซ์ทองหล่อจะยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม เราดูแลพนักงานเหมือนญาติพี่น้อง เจ็บป่วยก็พร้อมดูแล เพราะการบริหารแบบครอบครัว คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สร้างและทำมาโดยตลอด

วิสัยทัศน์ “พลอยกาญจน์ โพธิพิมพานนท์” เมื่อ ‘เบนซ์ทองหล่อ’ ขับเคลื่อนด้วยหัวใจครอบครัวและเทคโนโลยี AI

 

เกือบครึ่งศตวรรษที่ชื่อของ ‘เบนซ์ทองหล่อ’ ยืนหยัดในฐานะผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ผูกพันกับลูกค้าชาวไทย การส่งไม้ต่อจากรุ่นบุกเบิกอย่างคุณวสันต์ เบนซ์ทองหล่อ สู่เจเนอเรชันใหม่อย่าง “พลอย” พลอยกาญจน์ โพธิพิมพานนท์ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เบนซ์ทองหล่อ จึงไม่ใช่แค่การรับช่วงต่อธุรกิจ แต่คือการรักษารากฐานแห่งความผูกพัน พร้อมกับกางใบเรือรับลมพายุแห่งเทคโนโลยีเพื่อนำพา ‘เบนซ์ทองหล่อ’ ไปสู่อนาคต

 

เบื้องหลังการทำงานในฐานะผู้บริหารระดับสูง พลอยกาญจน์มีหลักปรัชญาที่เรียบง่ายทว่าทรงพลัง นั่นคือการผสาน “ความใส่ใจในระดับครอบครัว” เข้ากับ “การติดอาวุธทางปัญญา” ให้กับพนักงานทุกคน

 

ความพอดีในวัยเด็ก สู่ความใส่ใจในทุกรายละเอียด

 

หากมองหาแรงขับเคลื่อนของผู้บริหาร หลายคนอาจเริ่มต้นจากความทะเยอทะยานหรือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับพลอยกาญจน์ พื้นฐานวิธีคิดของเธอถูกหล่อหลอมมาจาก “ความพอ” ตั้งแต่วัยเยาว์

 

“ถ้าถามถึงความอยากได้ในวัยเด็ก พลอยไม่ค่อยอยากได้อะไรเท่าไหร่นะคะ พลอยจำได้ว่าเราได้รับมาตลอด เรามีความรู้สึกพอ เพียงพอ กับสิ่งที่เป็นอยู่ ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าขาดหรือต้องดิ้นรนว่าอยากได้นั่นอยากได้นี่”

 

ความรู้สึกเติมเต็มตั้งแต่วัยเด็กนี้เอง ที่กลายเป็นรากฐานสำคัญเมื่อเธอต้องก้าวเข้ามารับผิดชอบธุรกิจอย่างเต็มตัวหลังคว้าใบปริญญาโท มุมมองของเธอที่มีต่อบริษัทจึงไม่ใช่แค่ “ที่ทำงาน” แต่คือ “บ้าน” ที่เธอพร้อมจะดูแลทุกซอกทุกมุม

 

“ตอนกลับมาทำงานกับคุณพ่อ พลอยไม่ได้ระบุเลยว่าจะต้องทำตำแหน่งไหน เพราะสำหรับเรา ความเป็นเจ้าของคือการดูทุกอย่าง แน่นอนว่าเรื่องการเงิน การตลาด หรือการดูแลลูกค้าเป็นหน้าที่หลักที่ต้องดูอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราไม่ได้คิดว่าจะต้องลงมาดู เราก็ดูหมด ตั้งแต่ความสะอาด การเก็บโต๊ะ ไปจนถึงแม่บ้านทำห้องน้ำ เพราะเรารู้สึกว่านี่คือบ้าน คือของของเราที่เราต้องดูแล”

 

บริหารคนแบบ ‘ครอบครัว’ มรดกทางความคิดจากรุ่นสู่รุ่น

 

หัวใจสำคัญที่ทำให้เบนซ์ทองหล่อยืนหยัดมาได้เกือบ 50 ปี ไม่ใช่แค่คุณภาพของรถยนต์ แต่คือ “คน” พลอยกาญจน์ซึมซับแนวทางการบริหารคนมาจากคุณพ่อและคุณแม่โดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเน้นย้ำและยึดถือมาโดยตลอด

 

“เราดูแลพนักงานเหมือนดูแลคนในครอบครัว เหมือนญาติพี่น้อง เขาเจ็บป่วย ไม่สบาย เราดูแลหมด คุณพ่อกับคุณแม่ดูแลลูกน้องแบบนี้มาตลอด พลอยเชื่อว่าพนักงานทุกคนรับรู้ได้ว่าเราอยู่กันแบบครอบครัวและดูแลกันมาอย่างดี แม้เจเนอเรชันจะเปลี่ยนไป แต่พลอยมั่นใจและกล้าพูดได้เต็มปากว่า รากฐานของเบนซ์ทองหล่อที่คุณพ่อสร้างไว้ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม”

 

การดูแลด้วยความใส่ใจนี้ กลายเป็นกระดุมเม็ดแรกที่สร้างความจงรักภักดี (Loyalty) จากภายในองค์กร ก่อนจะสะท้อนออกไปสู่การบริการที่จริงใจต่อลูกค้าภายนอก

 

เปลี่ยนความท้าทาย ‘Anywhere, One Price’ สู่การยกระดับบริการด้วย ‘หัวใจ’ และ ‘AI’

 

ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งกระแสเศรษฐกิจและการแข่งขัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอย่างนโยบาย ‘Anywhere, One Price’ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ที่กำหนดให้การซื้อขายรถยนต์เป็นราคาเดียวกันทั่วประเทศ พลอยกาญจน์กลับมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในความท้าทายนี้

 

เธอชี้ให้เห็นว่า นโยบายนี้ไม่เพียงแต่สร้างความโปร่งใสและเป็นผลดีต่อตัวผู้บริโภคเท่านั้น แต่มิติของการบริหารโชว์รูมก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ยั่งยืนขึ้น “เมื่อโชว์รูมไม่ต้องเหนื่อยกับการหั่นราคาเพื่อแข่งขันกันอีกต่อไป เบนซ์ทองหล่อจึงสามารถทุ่มเททรัพยากรและเวลาทั้งหมดที่มี ไปกับการยกระดับคุณภาพการให้บริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่”

 

แต่เป้าหมายในการส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญอย่าง “พนักงาน” วิสัยทัศน์ในการพาเบนซ์ทองหล่อก้าวสู่อนาคตของพลอยกาญจน์ คือการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมองค์กรจากขนบเดิมในยุค ‘เถ้าแก่นำ ลูกน้องตาม’ สู่การสร้างทีมงานที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นเจ้าของ (Ownership) เพราะเธอเชื่อมั่นว่า หากพนักงานทุกคนรู้สึกว่าตัวเองคือหุ้นส่วนหรือเจ้าของกิจการคนหนึ่ง พวกเขาจะรักในสิ่งที่ทำ และพร้อมที่จะดูแลลูกค้าด้วยหัวใจในทุก ๆ ตำแหน่ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความประทับใจกลับไปทุกครั้งที่มาเยือนเบนซ์ทองหล่อ

 

และเมื่อ “ความใส่ใจแบบครอบครัว” ถูกยกระดับด้วยอินเนอร์ของความเป็นเจ้าของ สิ่งที่ผู้บริหารอย่างเธอต้องเติมเต็มให้ทีมงานคือ “เครื่องมือ” ที่จะช่วยให้การดูแลลูกค้านั้นเฉียบคมและแม่นยำยิ่งขึ้น พลอยกาญจน์จึงมุ่งเน้นการเสริมทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับพนักงานทุกคน โดยสานต่อวิสัยทัศน์จากคุณแม่ ผู้เป็นแบบอย่างของการไม่เคยหยุดเรียนรู้

 

“คุณแม่ของพลอยท่านให้ความสำคัญกับเรื่องการเทรนนิ่งเป็นพิเศษ ท่านเป็นคนชอบเรียนรู้ และชอบนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาถ่ายทอดให้พนักงาน พลอยจึงรับเอาวิสัยทัศน์ตรงนี้มาสานต่อ”

 

“ทุกวันนี้ AI เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ แต่พลอยมองว่า ยิ่งเราใช้งานเขาเก่งแค่ไหน ตั้งคำถามได้ถูกจุดเพียงใด คำตอบที่ได้ก็จะยิ่งฉลาดมากขึ้นเท่านั้น ทักษะที่เราพยายามถ่ายทอดและฝึกอบรมให้พนักงานในตอนนี้ คือการดึง AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและความต้องการของลูกค้า เพื่อให้เรามีมุมมองใหม่ ๆ ในการนำเสนอการบริการที่รู้ใจ ตอบสนองลูกค้าได้อย่างชาญฉลาดและตรงจุดที่สุด”

 

การผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณการดูแลแบบครอบครัวอันเป็นรากฐานของเบนซ์ทองหล่อ การปลูกฝังความเป็นเจ้าของ และการติดอาวุธทางเทคโนโลยี พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุด คือธุรกิจที่ไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง แต่ก็พร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นคง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top