Thursday, 4 June 2026
กาฐมาณฑุ

ชาวเนปาลนับหมื่นลงถนน เรียกร้องฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ หลังไม่พอใจรัฐบาล ทำเศรษฐกิจประเทศตกต่ำ

เมื่อวานนี้ (29 พ.ค.68) ประชาชนหลายหมื่นคนออกมารวมตัวกันในกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เรียกร้องให้ฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ที่ถูกยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2008 ท่ามกลางความไม่พอใจต่อสภาพเศรษฐกิจและการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน โดยผู้ชุมนุมยังเรียกร้องให้ศาสนาฮินดูกลับมาเป็นศาสนาประจำชาติ

กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนข้อว่า “จงนำกษัตริย์กลับคืนราชบัลลังก์และช่วยชาติ เรารักกษัตริย์มากกว่าชีวิต” ขณะที่เป้าหมายของการเรียกร้องครั้งนี้คือการให้ กษัตริย์เกียนเอนทรา ชาห์ วัย 77 ปี อดีตกษัตริย์พระองค์สุดท้ายของเนปาล ซึ่งยังพำนักอยู่ในกาฐมาณฑุ กลับคืนสู่บัลลังก์อีกครั้ง

เนปาลกลายเป็นสาธารณรัฐหลังยกเลิกระบอบกษัตริย์ และปัจจุบันมีประธานาธิบดีเป็นประมุข อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนบางส่วนที่ไม่พอใจกับชนชั้นการเมืองและสภาพเศรษฐกิจ ที่ทำให้ชาวเนปาลจำนวนมากต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อส่งเงินกลับบ้าน

แม้จะมีเสียงเรียกร้องเพิ่มขึ้น แต่โอกาสในการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ยังคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากพรรคการเมืองหลักทั้งสามพรรคในสภายังคัดค้านแนวคิดดังกล่าว ขณะที่พรรคฝ่ายหนุนกษัตริย์อย่าง Rastriya Prajatantra Party มีเพียง 13 ที่นั่งจากทั้งหมด 275 ที่นั่งในรัฐสภาเท่านั้น

ทหารเนปาลเข้าควบคุมสถานการณ์กรุงกาฐมาณฑุ หลังกลุ่ม Gen Z ประท้วงรุนแรง ปะทะกับตำรวจ จนมีผู้เสียชีวิต 25 คน

(11 ก.ย. 68) ทหารเนปาลเข้าฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยทั่วกรุงกาฐมาณฑุ หลังเกิดการประท้วงรุนแรงของกลุ่ม Gen Z เมื่อวันอังคาร (9 ก.ย.) ที่บุกเผาอาคารรัฐบาล ทำร้ายนักการเมือง และแม้นายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี จะประกาศลาออกก็ตาม ทหารออกลาดตระเวนตามพื้นที่สำคัญ พร้อมบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวต่อเนื่องจนถึงเช้าวันพฤหัสบดี

กองทัพเนปาลแถลงว่า ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยจี้ปล้น 27 คน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประท้วงยุติการเคลื่อนไหวและแก้ปัญหาผ่านการเจรจา ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีการเตรียมหารือระหว่างทางการกับผู้ประท้วงเพื่อหาทางออกโดยสันติ บาราลาม เค.ซี. อดีตผู้พิพากษาศาลสูงสุด เสนอให้ผู้ประท้วงจัดทีมเจรจาและเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่

ความรุนแรงเกิดจากความโกรธแค้นของคนรุ่น Gen Z ต่อการแบนโซเชียลมีเดียนับสิบแพลตฟอร์ม และความไม่พอใจต่อความคอร์รัปชันของนักการเมือง ทำให้มีการปะทะกับตำรวจ มีผู้เสียชีวิต 25 คน และบาดเจ็บ 633 คน อาคารรัฐสภา ศาลสูงสุด ทำเนียบประธานาธิบดี สำนักนายกรัฐมนตรี และบ้านพักนักการเมืองหลายหลังถูกจุดไฟเผา

นอกจากนั้น มีรายงานว่าผู้ประท้วงไล่ทำร้ายผู้นำพรรคการเมืองและครอบครัว ตำรวจและทหารต้องส่งเฮลิคอปเตอร์นำรัฐมนตรีบางคนไปยังพื้นที่ปลอดภัย นักโทษหลายร้อยคนหลบหนีออกจากเรือนจำ ขณะที่อัตราว่างงานของเยาวชนเนปาลอยู่ที่ราว 20% ทำให้เกิดความตึงเครียดทางสังคมสูง และประธานาธิบดีรามจันทรา เปาเดล เรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาอย่างสันติ และให้โอลีดำรงตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลรักษาการจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top