Saturday, 5 April 2025
กันต์

ประเด็นร้อน คลิปฉาว!! จาก ‘ดิไอคอน’ ‘ลุงป้อม’ สั่งเด้ง!! ‘ส.’ พ้นรองโฆษกฯ

(19 ต.ค. 67) ใช่หรือไม่ว่า..มหากาพย์ ดิไอคอน กรุ๊ป เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงการทำธุรกิจที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนฉ้อฉล จากการบูรณาการความชั่วร้ายสามฝ่าย..นักธุรกิจ  ข้าราชการ และนักการเมือง..?

เพจดัง2-3เพจนำคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง ‘บอสพอล’ วรัตน์พล วรัทย์วรกุล กับบุคคลนิรนามที่คอข่าวการเมืองคุ้นน้ำเสียง คาดเดากันเบื้องต้นว่าน่าจะชื่อ ‘ส.’ แต่ไม่รู้ส.ไหน...เบื้องต้น ‘บอสพอล’ ยอมรับเป็นเสียงของตนเองจริงแต่ไม่ยอมบอกชื่อบุรุษนิรนามในคลิปเสียง แม้กระทั่งชื่อย่อ.

แต่ต่อมาวันที่ 15 ต.ค. ‘บอสพอส’ ได้โพสต์ข้อความขอให้ทุกสื่อลบคลิปเสียงทุกคลิป พร้อมกราบเท้าขอโทษนักการส.และยืนยันไม่เคยให้เงินท่านส.แม้แต่บาทเดียว..

ชื่อย่อส.เสือค่อยชัดเจนขึ้นเมื่อ..ทีมทนายอเวนเจอร์นำโดย ‘ทนายตั้ม’ ษิทรา เบี้ยบังเกิด ไปยื่นหนังสือให้พล.องประวิตร วงษ์สุวรรณ ‘ลุงป้อม’ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ตรวจสอบว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็น ‘นายสามารถ เจนชัยจิตวนิช’รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐหรือไม่..ถ้าใช่ขอให้ขับออกจากสมาชิกพรรค..!!

มีกระแสกดดันภายในพรรคพลังประชารัฐ กระทั่งนายไพบูลย์ เลขาธิการพรรคเสนอให้หัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร ออกคำสั่งให้นายสามารถพ้นจากตำแหน่งรองโฆษกพรรค มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. พร้อมกับส่งสัญญาณให้นายสามารถลาออกจากพรรค แต่มีสัญญาณตอบกลับว่า..ไม่ลาออก

เป็นที่มาของข่าวที่ว่า วันที่ 29 ต.ค.จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อขับนายสามารถ...ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการขับรอบสองเลยทีเดียว..

กล่าวถึงนายสามารถ ชัยเจนจิตรวนิช ต้องยอมรับว่าชีวิต-บทบาทของเขาไม่ธรรมดา

ปี 2557 ลงสมัครสส.เขตที่ 32 กทม.ในนามพรรคเครือข่ายประชาชน..แต่เลือกตั้งเป็นโมฆะ

ช่วงปี2559-60 มีขบวนการแชร์ลูกโซ่หลอกลวงประชาชนเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง  ‘สามารถ’ โดดเข้าช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ก่อตั้งสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ในขณะนี้รัฐบาลลุงตู่ประกาศให้ปัญหาร์ลูกโซ่เป็นวาระแห่งชาติ มอบหมายให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ‘บิ๊กป้อม’ รองนายกฯ เป็นประธาน..

ช่วงปี2560-61 นั่นเองทำให้ส.สามารถหนุ่มปริญาโท..ที่พาชาวบ้านไปร้องขอให้รัฐบาลบาลช่วยเหลือ ได้สัมผัสและเข้าถึงกลไกอำนาจรัฐผ่านพรรคพลังประชารัฐในฐานะผู้รอบรู้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ และไม่กี่พริบตาเขาก็กลมกลืนเป็นพลังประชารัฐ..

หลังเลือกตั้งปี 2562 ได้ลงสมัครสส.บัญชีรายชื่อลำดับ 48 ของพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้รับเลือก  

ที่ต้องขีดเส้นใต้..ปี 2562 แม้ไม่ได้เป็นสส.แต่ได้รับบำเหน็จเป็น ‘กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรมว.ยุติธรรม (สมศักดิ์  เทพสุทิน)’  ที่มีบทบาทโดดเด่น...แน่นอนว่าไม่พลาดที่จะเป็นมือทำงานใน ‘คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดฉ้อโกงประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่’ ด้วย..

อย่างไรก็ตามปี 2564 ส.สามารถถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าส่งคนเข้าไปสอบแทนตัวเองในการศึกษาระดับป.เอก ของม.รามตำแหน่ง ทางพรรคตรวจสอบและให้เขาพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด แต่เรื่องราวก็ยุติไป และปี2565-66 เขาก็ย่างสามขุมกลับสู่พรรคพปชร.อีกครั้ง..

นัยว่า..’ลุงป้อม’ และใครต่อใครในพรรคพปชร.ที่กำลังมีไฟสุมขอนช่วงปี2566 ได้ให้โอกาสแก้ตัวแก้มือ...และบทบาทการตอบโต้ของนายสามารถก็เผ็ดร้อน..

แต่ความเผ็ดร้อนที่ว่าอาจจะเป็นคนละบริบทกับปัญหาเก่า ๆ ของเขาที่กำลังถูกตั้งคำถาม..

แน่นอน..จากนี้ไปก็อยู่ที่ส.สามารถจะพิสูจน์ได้หรือไม่ว่า เขาไม่ใช่ของเสียงในคลิปฉาวโฉ่  และเขาไม่มีพฤติการณ์รีดไถอย่างที่ใครต่อใครกำลังตั้งคำถามหรือกล่าวหา..!?

นักข่าวไทยในอังกฤษ ชี้!! หากบอสดิไอคอน โอนเงินหนี 8 พันล้านบาท เผย!! สามารถตามแกะรอยได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องนำมาแลกเงินจริง

(20 ต.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Pui Vijitphan’ ซึ่งเป็นคนไทยที่ทำงานด้านสื่อมวลชนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ได้โพสต์ข้อความในฐานะ ‘ผู้เสียหายโดยตรง’ จากกรณีดิไอคอน โดยได้ระบุว่า ...

‘เอก สายไหมต้องรอด’ แฉว่าพบความผิดปกติ ก่อนที่ บอสดิไอคอนคนสุดท้ายจะถูกจับ มีการโอนเงินหนี 8 พันล้านบาท หรือ 247,911,936 USDT 

ถ้าให้เรามอง ในรูปนี้จะเห็นการโอน USDT (Tether) ผ่านสองเครือข่ายบล็อกเชน คือ Ethereum (ETH) และ TRON แบบตรงๆ เลย ซึ่งแปลว่าการโอนเงินครั้งนี้มันเป็น wallet-to-wallet หรือพูดง่ายๆ คือ โยกเงินจากกระเป๋านึงไปอีกกระเป๋านึงโดยตรง ไม่ได้ผ่านเว็บแลกเปลี่ยนแบบที่เราคุ้นเคยทั่วไป เช่น ผ่าน Bitkub อะไรพวกนี้

1. สองรายการแรกเป็นการโอน USDT ที่ใช้เครือข่าย Ethereum ผ่านมาตรฐาน ERC-20 แบบตรงๆ บนบล็อกเชนของ ETH
2. สองรายการหลังเป็นการโอน USDT ผ่านเครือข่าย TRON ใช้มาตรฐาน TRC-20 ทำให้เห็นว่ามีการย้ายเงินไปบนบล็อกเชนของ TRON โดยตรง

ถ้าจะให้เราสรุปคร่าวๆ คือ การโอนแบบนี้บ่งบอกได้ว่า เจ้าของกระเป๋าน่าจะเป็นคนโยกเอง หรือไม่ก็มีกระเป๋าของตัวเองที่ควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นการโยกจากกระเป๋าประเภทซอฟต์แวร์อย่าง MetaMask หรือ Trust Wallet กระเป๋าฮาร์ดแวร์แบบ Ledger หรือ Trezor หรือแม้แต่กระเป๋าเก็บออฟไลน์แบบ Cold Storage ก็ได้ทั้งนั้น

ถ้าดูจากช่วงเวลาการโอนแล้ว ก็อาจจะโยกเงินหนีกันก่อนที่จะมีการดำเนินคดีหรือการจับกุม อย่างในกรณีของ The ICON Group

ถ้าถามว่าตำรวจจะตามรอยเงินจากกระเป๋าคริปโตได้มั้ย บอกเลยว่าทำได้ แต่ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนะ เพราะถึงแม้ว่าเราจะเห็นธุรกรรมทั้งหมดบนบล็อกเชนได้แบบเปิดเผย แต่กระเป๋าคริปโตมันไม่ได้บอกชื่อจริงใครตรงๆ ไง มันจะมีแค่ที่อยู่ (address) เป็นรหัสยาวๆ เท่านั้น ซึ่งทำให้ตามไปถึงตัวคนจริงๆ

อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงคือการโอนเงินข้ามเครือข่าย (cross-chain) แบบโอนจาก Ethereum ไป TRON หรือเครือข่ายอื่นๆ ซึ่งทำให้เส้นทางเงินดูซับซ้อนขึ้น เพราะเงินมันอาจจะถูกแปลงเป็นคริปโตเหรียญอื่น หรือโทเค็นอื่นระหว่างทาง พวกนี้จะทำให้การตามรอยยากขึ้นไปอีก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตามไม่ได้ ถ้ามีเทคนิคและเครื่องมือที่ดี

ถึงจะซับซ้อนยังไง ถ้ามีจุดที่เงินไปแสดงตัวตนหรือลิงก์เข้ากับข้อมูลที่ระบุตัวคน (KYC) เช่น เบอร์โทร อีเมล หรือชื่อที่ใช้บนเว็บแลกเปลี่ยน ตำรวจก็มีโอกาสตามเจอจนได้ เพราะสุดท้ายแล้ว เงินต้องไปจบที่ไหนสักแห่งที่มีการแลกเป็นเงินจริง หรือเอามาใช้จริง

สรุปสั้นๆ ก็คือ ถ้าตำรวจจะตามจริงๆ ก็มีหนทาง แต่ต้องใช้เวลา ความพยายาม และข้อมูลมากหน่อย ที่สำคัญคือ ต้องเจอจุดเชื่อมที่ชี้ไปหาเจ้าของกระเป๋าที่แท้จริงให้ได้ก่อน ไม่งั้นก็คงจะตามเงินไปเรื่อยๆ แบบงงๆ ได้เหมือนกัน

#ที่เขียนยาวๆนี่ เพราะตรูเป็นผู้เสียหายโดยตรง แม้ไม่ได้โดนหลอกโดยตรง แต่เครือข่ายอีบอสมันมาเข้าทางคนใกล้ตัวให้หลงเชื่อ เจ็บใจมานานมากก และสะใจมากที่มีวันนี้ ที่ได้เห็น คุณบอสพอลเข้าคุก ค่ะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top