Friday, 5 June 2026
กองบัญชาการกองทัพไทย

เพชรบูรณ์ รองเสนาธิการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ตรวจผลการปฏิบัติงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16

พลตรี ณัญฐวุฒิ  นิลนนท์ รองเสนาธิการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย หัวหน้าชุดตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงาน โครงการ ประจำปี พ.ศ.2566 และคณะ ได้เดินทางมาตรวจผลการปฏิบัติงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16   สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยมี นาวาอากาศเอก ยุทธศาสตร์ ธรรมเดชศักดิ์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16   สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำกำลังพลให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16  ในการพัฒนาและช่วยเหลือประชาชน

หลังจากนั้นได้เดินทางไปตรวจติดตามแผนงานโครงการ งานอาคารบริการน้ำดื่ม ระบบ RO ที่โรงเรียนบ้านดงน้ำเดื่อ ตำบลช้างตะลูด อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งได้เปิดการเรียนการสอนในระดับอนุบาล ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนและคณะครู รวม 582 คน ซึ่งทำให้ครู นักเรียนและผู้ปกครอง  ได้มีน้ำสะอาดไว้ดื่มกิน อีกทั้ง ยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ในการซื้อน้ำดื่มช่วงเปิดภาคเรียนของผู้ปกครอง  เพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงของรัฐบาล เป็นการเตรียม คน ชุมชน พื้นที่ ให้เกื้อกูลกับการผนึกกำลังป้องกันประเทศ

อีกทั้ง ได้เดินทางไปตรวจติดตามโครงการปรับปรุง ถนนลูกรัง เป็น ค.ส.ล. ที่บ้านหนองดินดำ และได้เดินทางไปตรวจติดตามกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงจิ้งหรีด และพบปะเกษตรกรต้นแบบในโครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้การดำเนินโครงการต่างๆ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากำหนดไว้ ณ ตำบลบ้านกลาง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

ทั้งนี้ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16   สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา       พร้อมดำเนินโครงการ 8 แผนงานหลัก ในการพัฒนาช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดี และพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้กับประชาชนต่อไป

ราเมธ  บงแก้ว/มนสิชา  คล้ายแก้ว

กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติฯ จัดงาน 'วันรณรงค์การดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดสากล' ประจำปี 2568

(4 เ.ม.ย.) ที่อาคารนิมมาณกลยุทธ ค่ายนิมมาณกลยุทธ กองพันทหารราบที่ 2กรมทหารราบที่ 12รักษาพระองค์ ตำบลแซร์ออ อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว พลเอก ศักดิ์สิทธิ์  แสงชนินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ  ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานในงาน “วันรณรงค์การดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดสากล” ประจำปี 2568 ของประเทศไทย  โดยมีผู้แทนจากส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม รวมทั้งหน่วยงานต่างประเทศ เข้าร่วมงานด้วย อาทิ เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.), องค์การความช่วยเหลือแห่งประชาชนชาวนอร์เวย์ สมาคมเก็บกู้ทุ่นระเบิดพลเรือนไทย  

สืบเนื่องจากสหประชาชาติ ตระหนักดีว่าทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและสรรพาวุธระเบิดที่ตกค้างจากสงคราม ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก จึงมีมติกำหนดให้วันที่ 4 เมษายน ของทุกปี เป็น “วันรณรงค์การดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดสากล” เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ได้ตื่นตัว ร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิด ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมของประเทศไทย 

ภายใต้ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้จัดกิจกรรมฯ ครั้งนี้ขึ้น เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้ตื่นตัวและตระหนักรู้ถึงภัยอันตรายจากทุ่นระเบิด โดยมีกิจกรรมที่สำคัญได้แก่ การมอบหนังสือส่งมอบและประกาศรับรองพื้นที่ปลอดภัยให้กับจังหวัดสระแก้ว การมอบรางวัลการประกวดวาดภาพระบายสี การจัดบูธนิทรรศการเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายจากทุ่นระเบิด การแจ้งเตือนและให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของทุ่นระเบิด การจัดแสดงเครื่องมือและยุทธโปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน การมอบถุงยังชีพ ขาเทียม รถโยก และเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้พิการซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยทุ่นระเบิด การมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมฯ รวมทั้งสาธิตการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม “วันรณรงค์การดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดสากล” ดังกล่าว นอกจากเป็นการแสดงออกถึงการให้ความร่วมมือของประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะกระตุ้นเตือนให้ ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ได้ตระหนักรู้ว่าปัญหาทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและสรรพาวุธระเบิดที่ตกค้างจากสงครามยังคงส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนตามชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งภาครัฐไม่ควรทอดทิ้งและต้องดูแลให้ผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดเหล่านี้ ได้รับความช่วยเหลือ  เท่าที่จำเป็นอย่างทั่วถึง อาทิ ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน การบริการทางการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย  การสวัสดิการเบื้องต้น รวมทั้งการฝึกอาชีพ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข และมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติฯ พร้อมด้วยองค์กรพัฒนาเอกชนด้านการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมที่เกี่ยวข้อง มีความมุ่งมั่นพร้อมที่จะดำเนินการในทุกด้านเพื่อทำให้พื้นที่อันตรายจากทุ่นระเบิดที่ตกค้างดังกล่าว กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย และส่งมอบคืนให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง โดยจะดำเนินการสำรวจและเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้หมดไปจากประเทศไทยตามระยะเวลาที่กำหนดไว้โดยเร็ว

‘พล.ต.วันชนะ’ เผย!! แผนที่เขมร คลาดเคลื่อนสูงกว่าไทย เปรียบ!! ใช้เมจิกหัวใหญ่ กินแดนของไทย ไปโดยอัตโนมัติ

(8 มิ.ย. 68) พลตรี วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

แค่ใช้ 1/2แสนก็ไม่แม่นแล้ว

เขมรยึดถือแผนที่ 1ต่อ 200,000 ไทยใช้แผนที่ 1ต่อ 50,000(L 7018) อธิบายง่ายๆว่า ถ้าขีดเส้น 1เส้นลงไปในแผนที่ 1ต่อ 200,000 จะมีความกว้าง 200 เมตร 

ส่วนใน 1ต่อ 50,000 จะมีความกว้าง 50 เมตร ซึ่งต่างกันถึง 4 เท่า เหมือนเขมรเอาเมจิกหัวใหญ่ ทู่ ส่วนไทยใช้เมจิกหัวเล็กแหลม ขีดเส้นบนแผนที่ หัวใหญ่ทู่จะกินดินแดนของอีกฝ่ายไปโดยอัตโนมัติ เกิดความคลาดเคลื่อนสูงกว่าไทยแน่นอน คาดเดาต่อไปว่า

1 เขมรน่าจะทำแผนที่ 1ต่อ 50,000 ไม่ได้ เพราะการทำจะต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงกว่า แต่อาจมีใช้จากการสนับสนุนจากต่างประเทศ

2 และถ้าใช้แผนที่ 1/200,000 การยิงอาวุธระยะไกล ไม่แม่นแน่นอนครับ 

อธิบายด้วยภาพชัดเจน ว่าช่องบกที่ปะทะ อยู่ในไทยครับ 

‘กองทัพไทย’ ประณาม!! การรุกล้ำชายแดนของกัมพูชา พร้อมเรียกร้อง!! ความรับผิดชอบ อย่างเป็นรูปธรรม

(20 ก.ค. 68) พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน ซึ่งทหารกัมพูชาได้รุกล้ำเขตแดนเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในพื้นที่ของประเทศไทย กองทัพไทยขอยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนว่า การกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ ไม่อาจยอมรับได้ และ กัมพูชาจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม

แม้เราจะยึดมั่นในหลักการของสันติวิธีและความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด แต่การละเมิดอธิปไตยและสร้างภัยคุกคามต่อชีวิตของประชาชนและกำลังพลของเราเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความไว้วางใจและความร่วมมือที่เราพยายามสร้างสรรค์มา กองทัพไทยตระหนักดีว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด ดังนั้น เราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้

เราคาดหวังว่ากัมพูชาจะแสดงความรับผิดชอบโดย:

* ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส: การสอบสวนอย่างละเอียดและเปิดเผยถึงสาเหตุและผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

* ดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิด: ผู้ที่รับผิดชอบต่อการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ของไทยจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการจัดการปัญหาและป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการนอกขอบเขตอำนาจอีก

* ให้หลักประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกกัมพูชาต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีการรุกล้ำอธิปไตยหรือการกระทำที่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทยเกิดขึ้นอีกในอนาคต

* เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น: การประเมินและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต ทรัพย์สิน และขวัญกำลังใจของประชาชนชาวไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความรับผิดชอบที่จำเป็น

กองทัพไทยเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านจะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายเคารพในอธิปไตยซึ่งกันและกัน และปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด หากไม่มีการดำเนินการเพื่อแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจจากฝ่ายกัมพูชา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสองประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะทำให้สถานการณ์ชายแดนไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้

เราพร้อมเสมอที่จะหารือและร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างสันติวิธี แต่ในขณะเดียวกัน กองทัพไทยก็มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนไทยในทุกสถานการณ์

OR ผนึกกำลังหน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน ส่งมอบ!! ‘น้ำดื่ม - อาหาร’ บรรเทาความเดือดร้อน ในพื้นที่เข้าถึงยาก

(27 ก.ค. 68) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมกับ หน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ 31 (นพค.31) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย นำโดย พันเอก จิรายุ จิตธรรม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 9,600 ขวด ให้แก่ นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน รวมทั้งร่วมลงพื้นที่มอบอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา ที่ประสบภัยพิบัติรุนแรง และเข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ OR ยังได้ส่งมอบน้ำดื่มเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน โดยมี นายแพทย์ณัฐวิชช์ จักรเจริญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษและสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลน่าน เป็นผู้รับมอบ 

ความช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ OR ในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยก่อนหน้านี้ OR ได้ส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่านมาแล้ว ทั้งนี้ OR ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

กองทัพไทยจัดงาน “Meet The Youth Hacker 2025” เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปลูกฝังจิตสำนึกปกป้องประเทศ

(11 ส.ค. 68) หน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เตรียมจัดกิจกรรม “Meet The Youth Hacker Thailand 2025” ในวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 เวลา 07.00 – 16.30 น. ณ อาคาร 15 กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนไทยเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมส่งเสริมจิตสำนึกในการปกป้องประเทศในมิติทางไซเบอร์

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย Talk & Inspire บรรยายสร้างแรงบันดาลใจจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์, Youth Forum เสวนารวมเยาวชนจากโครงการ Boot Camp, นักแข่งขัน CTF และกลุ่ม Hacker จิตอาสา รวมถึง Cyber Operations Show การสาธิตปฏิบัติการไซเบอร์ 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ Cyber Intelligence Gathering, Intelligence & Surveillance และ Red Team / Blue Team Exercise

ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประกาศนียบัตรออนไลน์ ของที่ระลึกจากกองทัพ และมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ โดยเปิดรับสมัครเยาวชนระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยทุกสาขา รวมถึงบุคลากรด้านไอที หรือผู้สนใจด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อายุไม่เกิน 25 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จำกัดจำนวน 400 คน ปิดรับสมัครวันที่ 3 กันยายน 2568

ผู้สนใจสามารถสมัครได้ผ่านการสแกน QR Code บนสื่อประชาสัมพันธ์ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทางอีเมล [email protected] และโทรศัพท์ 080-095-9548

‘ผู้กองอะตอม’ ลั่น!! ไม่เคยใส่ ‘บิกินี - แต่งโป๊’ เผย!! ถูกมือดี ตัดต่อ ‘ภาพวาบหวิว’ ลงโซเชียล

(23 ส.ค. 68) ‘ผู้กองอะตอม’ ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์  ผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และล่ามประจำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว@atompavichaya หลังมีผู้ไม่หวังดีนำภาพตัดต่อของเธอในลักษณะวาบหวิวเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุข้อความว่า...

“ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ชี้แจงนะคะ ภาพที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นภาพใส่ชุดว่ายน้ำเอย ภาพอื่น ๆ เอย เป็นภาพตัดต่อทั้งหมดนะคะ ชีวิตนี้ยังไม่เคยใส่บิกินี่หรือแต่งตัววาบหวิวเลยค่ะ เพราะแม่ดุมาก หากเจอฝากรีพอร์ตด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

ผบ.เหล่าทัพมีมติเอกฉันท์ ปิดด่าน ‘ไทย–กัมพูชา’ ไม่มีกำหนด จนกว่าเขมรจะไม่เป็นภัยคุกคาม!! ไฟเขียวสร้างรั้วตามแนวชายแดน

(19 ก.ย. 68) ที่กองบัญชาการกองทัพไทย คณะผู้บัญชาการทางทหาร (คบท.) มีมติเอกฉันท์ให้ปิดจุดผ่านแดนและด่านผ่อนปรนระหว่างไทย–กัมพูชาอย่างไม่มีกำหนด จนกว่ากัมพูชาจะสิ้นสภาพเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยมติครั้งนี้มีขึ้นในที่ประชุมครั้งที่ 5 ของปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมีผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งชุดปัจจุบันและชุดใหม่ร่วมประชุมพร้อมหน้า

โดยในที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการเสริมความมั่นคงชายแดน ได้แก่ การสร้างรั้วตามแนวชายแดนในพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับเส้นเขตแล้ว การลาดตระเวนและเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่ยังตกลงไม่ได้ รวมถึงการเปิดเส้นทางยุทธวิธีตลอดแนวชายแดน 

นอกจากนี้ คบท. อนุมัติปรับแก้หลักปฏิบัติการใช้กำลัง (Rules of Engagement – ROE) ให้สามารถปฏิบัติการป้องกันตนเองได้ทันทีเมื่อพบการกระทำหรือเจตนาปรปักษ์ (Hostile Act/Intent) เช่น การสอดแนมหรือเตรียมการโจมตี แนวทางทั้งเชิงรุกและเชิงรับดังกล่าวได้ถูกนำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณาต่อไปเพื่อเร่งดำเนินการตามมติเหล่านี้

พล.อ.ทรงวิทย์ ลงพื้นที่ภูมะเขือ–ปราสาทตาควาย จารึกชื่อ “ถนนนักรบไทย” สดุดีผู้ปกป้องแผ่นดิน

เมื่อวันที่ (22 ก.ย. 68) พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณปราสาทตาควาย และภูมะเขือ พร้อมให้กำลังใจหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิด และเจ้าหน้าที่ที่ร่วมก่อสร้างถนนขึ้นภูมะเขือ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.อ.ทรงวิทย์ได้ร่วมเขียนชื่อ “ถนนนักรบไทย” บนพื้นถนนซีเมนต์ที่กำลังก่อสร้าง โดยถนนเส้นดังกล่าวเป็นผลงานของหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 53 (นพค.53) ซึ่งสร้างขึ้นจากเงินบริจาคของประชาชนและพระสงฆ์ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมในพื้นที่ชายแดน

ผบ.ทหารสูงสุดได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “นักรบ” ว่าไม่ได้หมายถึงเพียงทหารหรือตำรวจตระเวนชายแดน แต่ครอบคลุมถึงคนไทยทุกคน ทุกอาชีพ ที่ร่วมกันปกป้องผืนแผ่นดิน พร้อมย้ำว่า “ขอสลักชื่อนี้ไว้ในแผ่นดิน เพื่อสดุดีนักรบไทยทุกหมู่เหล่า และผู้สละชีพเพื่อชาติ เพราะคนไทยรักอิสรภาพและไม่ยอมให้ใครมาข่มเหง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top