Friday, 5 June 2026
กรุงเทพอภิวัฒน์

พระราชทานชื่อ รถไฟสีแดง-สถานีกลางบางซื่อ ‘นครวิถี-ธานีรัถยา’ และ ‘สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์’

พระราชทานชื่อรถไฟชานเมืองสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) "นครวิถี" สีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) “ธานีรัถยา” หมายถึง เส้นทางของเมือง สถานีกลางบางซื่อ “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” หมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งแห่งกรุงเทพมหานคร เผย (8 ก.ย. 65) ผู้โดยสารทำนิวไฮ 2.2 หมื่นคน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า จากที่กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ขอพระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) และสถานีกลางบางซื่อ โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มีหนังสือที่ นร 0508/ท 4784 ลว. 2 กันยายน 2565 แจ้งกระทรวงคมนาคมทราบว่า สลค.ได้ขอให้ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทต่อไปแล้ว และได้รับแจ้งจากสำนักพระราชวังว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟฯ และสถานีกลางบางซื่อ ดังนี้

1. พระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ระยะที่ 1 ว่า "นครวิถี" อ่านว่า “นะ-คอน-วิ-ถี” (Nakhon Withi) หมายถึง เส้นทางของเมือง

2. พระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) ระยะที่ 1 “ธานีรัถยา” อ่านว่า “ทา-นี-รัด-ถะ-ยา” (Thani Ratthaya) หมายถึง เส้นทางของเมือง

3. พระราชทานชื่อสถานีกลางบางซื่อว่า “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” อ่านว่า “สะ-ถา-นี-กลาง-กรุง-เทบ-อะ-พิ-วัด” (Krung Thep Aphiwat Central Terminal) หมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งแห่งกรุงเทพมหานคร

สำหรับโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ระยะทาง 15 กิโลเมตร จำนวน 3 สถานี ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) ระยะทาง 26 กิโลเมตร จำนวน 10 สถานี ใช้เวลาเดินทาง 25 นาที

19 ม.ค. 66 บันทึกประวัติศาสตร์ ‘รถไฟไทย’ ทางไกลสายเหนือ-ใต้-อีสาน ใช้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

เพจโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure โพสต์ข้อความระบุว่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง!!! หลัง 19 มกราคม 66 12:00 น. หลังเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์!!! {ย้ายต้นทาง/ปลายทาง รถไฟ 52 ขบวน/ปิด 6 สถานีระดับดิน/รถไฟโดยสารทั้งหมดขึ้นยกระดับ}

19 มกราคม 2566 อีกหนึ่งวันที่จะเป็นวันสำคัญ ที่จะต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ของการพัฒนาระบบรางไทย!!! ที่จะเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยการย้ายรถไฟทางไกล 52 ขบวน มาเริ่มต้นทางที่สถานีนี้

ซึ่งจะเป็นการยกระดับใหญ่อีกครั้งหนึ่งของการรถไฟ และโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของไทย!!!

แล้ว 19 มกราคม 2566 หลังเที่ยง (12:00 น.) จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง??? มาเตรียมตัวและทำความเข้าใจไปด้วยกันครับ!!!

แน่นอน ว่าเราทราบกันแล้วว่าจะมีรถไฟทางไกล ทั้งหมด 52 ขบวน เข้ามาเริ่มต้น/สิ้นสุด ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แบ่งตามสายทางได้ดังนี้
- สายเหนือมี 18 ขบวน ได้แก่
3 4 7 8 9 10 13 14 51 52 109 102 105 106
107 108 111 และ 112

รถไฟทางไกลสายใต้ มี 24 ขบวน ได้แก่
31 32 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46
83 84 85 86 167 168 169 170 171 172
173 และ 174

รถไฟทางไกลสายอีสาน มี 24 ขบวน ได้แก่
21 22 23 24 25 26 67 68 71 72 75 76
77 78 133 134 135 136 139 140
141 142 145 และ 146 

*** รถไฟสายเหนือ-อีสาน 'ทั้งหมด'!!! จะขึ้นทางยกระดับร่วมกับรถไฟสายสีแดง 
โดยจอดแค่ สถานีดอนเมือง และ รังสิต เท่านั้น!!!
สถานีระดับดินตั้งแต่ กม.11 ถึง รังสิต จะปิดทั้งหมด!!!
ผู้โดยสารที่มีตั๋ว และจะลงระหว่างทางในสถานีเดิม สามารถใช้ตั๋วโดยสาร ต่อรถไฟไปลงที่สถานีที่ต้องการได้ฟรี!!!
รายละเอียดการใช้ตั๋วโดยสารเดินทางสายสีแดง
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/1597488807356259/

ขสมก. - รฟท.จัดรถ Shuttle Bus ให้บริการฟรี เชื่อม สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – หัวลำโพง

ขสมก. - รฟท. จัดรถ Shuttle Bus บริการฟรี! เชื่อมต่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-หัวลำโพง ตั้งแต่เวลา 04.30-23.00 น.

(19 ม.ค. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางของขบวนรถไฟทางไกล สายเหนือ ใต้ อีสาน ทั้งขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว จำนวน 52 ขบวน มาที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยเริ่มจะจำหน่ายตั๋วโดยสารอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ 19 ม.ค. นี้ เป็นต้นไป

น.ส.รัชดา กล่าวว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดเดินรถ Shuttle Bus บริการฟรี เส้นทาง “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) (ทางด่วน)รองรับการเปิดให้บริการรถไฟทางไกล จำนวน 52 ขบวน ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทาง เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟทั้ง 2 แห่ง

‘ศักดิ์สยาม’ เป็นประธานเปิดบริการรถไฟทางไกล ดีเดย์วันนี้ 52 ขบวน ขึ้นลงที่ ‘สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์’

‘ศักดิ์สยาม’ เป็นประธานพิธีเปิดให้บริการขบวนรถไฟทางไกล และปล่อยขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ - ที่หยุดรถมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต)

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีเปิดให้บริการขบวนรถไฟทางไกล และปล่อยขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ - ที่หยุดรถมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายนิรุฒ มณีพันธ์  ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ในวันที่ 19 มกราคม 2566 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กรุงเทพฯ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพในด้านโครงข่ายคมนาคม เพื่อการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ โดยกระทรวงคมนาคม ได้แปรนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบราง เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีมาตรฐานทัดเทียมในระดับนานาชาติ  

กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ศูนย์กลางการขนส่งระบบรางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการเดินทางทางรางทุกเส้นทาง โดยระยะแรกได้เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟชานเมืองสายสีแดง (บางซื่อ - ตลิ่งชัน และ บางซื่อ - รังสิต) อย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งมีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินการก่อสร้างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งระบบรางที่สามารถเชื่อมโยงทุกจุดหมายทั่วประเทศ และเพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางแก่ประชาชน ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ขบวนรถไฟทางไกลจะเปิดให้บริการ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อลดภาระความแออัดการให้บริการของสถานีกรุงเทพหรือหัวลำโพง และลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครบริเวณจุดตัดทางรถไฟ รวมทั้งลดปัญหามลภาวะทางสิ่งแวดล้อม PM 2.5 และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถไฟให้มีความตรงต่อเวลามากยิ่งขึ้น ซึ่งในลำดับแรกจะดำเนินการเปิดให้บริการขบวนรถไฟทางไกล ณ บริเวณประตู 4 ชั้น 2 จำนวน 8 ชานชาลา รวม 52 ขบวน แบ่งเป็น รถไฟสายเหนือ 14 ขบวน รถไฟสายใต้ 20 ขบวน และรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ 18 ขบวน โดยในวันนี้ (19 มกราคม 2566) มีขบวนรถไฟเข้า-ออก สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จำนวน 27  ขบวน แบ่งเป็น สายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ขาออก จำนวน 10 ขบวน ขาเข้า จำนวน 7 ขบวน และรถไฟสายใต้ ขาเข้า จำนวน 1 ขบวน ขาออก จำนวน 9 ขบวน 

ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า ภายหลังการเปิดให้บริการขบวนรถไฟทางไกล จะส่งผลให้มีผู้ใช้บริการสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เพิ่มขึ้นอีก 10,000 คนต่อวัน ซึ่งกระทรวงคมนาคมมีมาตรการรองรับและมีความพร้อมในการให้บริการแก่ผู้โดยสารรถไฟทางไกล ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ทั้งป้ายบอกทาง จุดพักคอยผู้โดยสาร รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถโดยสารปรับอากาศให้บริการเส้นทางระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และสถานีหัวลำโพง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมีความถี่ทุก ๆ 30 นาที หรือตามจำนวนเที่ยวที่ขบวนรถไฟมาถึงสถานี และการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ได้แก่ รถไฟชานเมืองสายสีแดง รถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล ซึ่งในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศผ่านระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยการดำเนินงานในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พี่ประชาชนได้รับความสะดวก สบาย ปลอดภัย ตรงต่อเวลา ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม รวมทั้งเป็นการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งทางรางของประเทศในระยะยาว 

ก.อุตสาหกรรม - คมนาคม ผนึกกำลังภาคเอกชน เปิดพื้นที่ 'กรุงเทพอภิวัฒน์' จัดบิ๊กอีเวนท์กระตุ้นเศรษฐกิจ

กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลัง กระทรวงคมนาคม และภาคเอกชน จัดบิ๊กอีเวนท์ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' เปิดพื้นที่ใจกลางการขนส่ง 'กรุงเทพอภิวัฒน์' หวังบูมเศรษฐกิจกลางปีได้กว่า 300 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.68) กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับ กระทรวงคมนาคม และภาคเอกชน แถลงข่าวเตรียมจัดงานบิ๊กอีเวนท์ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' ภายใต้แนวคิด 'รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย' ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บางซื่อ พบกับมหกรรมสินค้าคุณภาพ ราคาประหยัด ลดค่าครองชีพ อาทิ เสื้อผ้า อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอุปโภค-บริโภค และสินค้าอื่น ๆ อีกมากมายที่ยกขบวนพาเหรดจากเครือสหพัฒน์และผู้ประกอบการ SME ไทยทั่วประเทศ พร้อม Mind Motorshow รถที่ใช่ดีลที่ชอบ นอกจากนี้ ภายในงานยังจะมีความร่วมมือครั้งสำคัญในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมรางเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งโลจิสติกส์ ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต โดยคาดว่าการจัดงานในครั้งนี้จะสามารถกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจกลางปีได้กว่า 300 ล้านบาท

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้บูรณาการ ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย 
บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ สมาคมยานยนต์แห่งประเทศไทย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะ MIND Ambassador และบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในการจัดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 :รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการทดสอบตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชน อีกทั้งผู้ประกอบการโรงงานยังได้มีพื้นที่ในการกระจายสินค้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสินค้าอุตสาหกรรมไทยที่มีคุณภาพและราคาเป็นธรรมเพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาเหมาะสม อันจะเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงกลางปีได้กว่า 300 ล้านบาท
มีผู้เข้าชมงานกว่า 30,000 คน

กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ไม่ว่าจะเป็น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (สปอ.) ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงคมนาคมและภาคเอกชนในการจัดงานครั้งนี้ โดยภายในงาน 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 : รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย' จะมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ามากมายให้ช้อปกันอย่างจุใจในสถานีกลาง พื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร ซึ่งแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่

1. โซนมหกรรมสินค้าอุปโภค - บริโภคราคาประหยัดจากเครือสหพัฒน์ พบกับสินค้าคุณภาพราคาประหยัด ที่จะยกขบวนมาลดราคา อาทิ ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน - ผงซักฟอก น้ำยาล้างจานโปร ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก – ผลิตภัณฑ์โคโดโม ผลิตภัณฑ์เซนต์แอนดรูว ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล - ยาสีฟันซิสเท็มมา ผลิตภัณฑ์อาหาร - มาม่า ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า - วาโก้ แอร์โรว์ และ เครื่องสำอาง BSC MTI  2. โซน 'รถที่ใช่ดีลที่ชอบ' จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ รถจักรยานยนต์คุณภาพดีและข้อเสนอพิเศษสุดในงานจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ ยามาฮ่า เป็นต้น 3. โซนมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า พบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพมีมาตรฐาน มอก. ราคาประหยัด เช่น พัดลม หม้อหุงข้าว ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ Hatari Mitsubishi Samsung LG Panasonic Sharp ไทยสเตนเลสสติล (Seagull) ลักกี้เฟลม (Luckyflame) อาร์ซลิกฮิตาชิ (Hitachi) ไทยทาซากิ (Tasaki) เป็นต้น

4. โซนมหกรรมจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 155 บูธ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของใช้ของตกแต่งบ้าน งานคราฟต์ สินค้าสายมู อาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มชงสด อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มแปรรูป เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโซนการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะ MIND Ambassador ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยทาง โตโยต้า ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมของกระทรวงอุตสาหกรรมในปีที่ผ่านมาร่วมจัดแสดงภายในงานเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม อีกทั้ง ยังได้มีการจัดกิจกรรมบนเวทีกลางที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ การจัดเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ เช่น เบลนด์น้ำหอม (Perfume Blending Workshop) Talk & share (ไทย-จีน-อังกฤษ) Taste of Siam เมื่ออาหาร คือสูตรลับแห่งสุขภาพ เลือกคนให้ถูกงาน เลือกงานให้ถูกคน Herbal Plantasia ทำน้ำมันหอมระเหย Hobby Hut Craft ทำตุ๊กตาจากผ้า (กระต่าย) การเวิร์คช็อปฝึกอาชีพ เล่นเกมชิงรางวัล และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ไอซ์ ศรัณยู / อะตอม ชนกันต์ / ป๊อป ปองกูล / อ๊อฟ ปองศักดิ์

ขณะเดียวกัน การจัดงานในครั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญที่เกิดขึ้น คือ การลงนามบันทึก ความเข้าใจ (MOU) การยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทางรางและการสร้างฐานการผลิตรถไฟมาตรฐานสากลภายในประเทศ ระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กับ กระทรวงคมนาคม โดย สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) ซึ่งจะมีการลงนามในวันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2568 ก่อนช่วงพิธีเปิดงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 โดยที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคมได้มีการทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมรางเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน ดร.ณัฐพล กล่าว

ด้าน นายวิทยา ยาม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคม มีความยินดี เป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม และเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 ที่จะจัดขึ้น ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือสำคัญระหว่างสองกระทรวงในการดำเนินกิจกรรมร่วมกันในการพัฒนาการขนส่งทางราง ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และประเทศไทยให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางอย่างต่อเนื่อง การลงนามใน MOU ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ระหว่างกระทรวงคมนาคม โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) กับกระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมระบบรางเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย เพื่อยกระดับให้การขนส่งทางรางมีความสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับการจัดงาน 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' ขนาดใหญ่ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ครั้งนี้ จะเป็น การประชาสัมพันธ์และตอกย้ำภาพลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสถานีฯ ในฐานะศูนย์กลางการคมนาคม ที่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดของประเทศ ไม่เพียงแต่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางสำหรับรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางไกล รถไฟฟ้าชานเมือง และรถโดยสารสาธารณะ แต่ยังเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้สัมผัสถึงความพร้อมและมาตรฐานระดับโลกของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทย ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้โดยสาร มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน อาทิ ห้องน้ำสะอาด ร้านค้า ร้านอาหาร และป้ายบอกทางที่ชัดเจน 

กระทรวงคมนาคม ได้เตรียมการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานได้รับความสะดวก รวดเร็ว และประหยัด ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รถไฟชานเมือง (สายสีแดง) เชื่อมต่อ จากพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกได้อย่างรวดเร็ว รถไฟฟ้า MRT (สายสีน้ำเงิน) ครอบคลุมเส้นทางสำคัญในเมืองในอัตรา ค่าโดยสาร 20 บาท ตลอดสาย รถไฟทางไกลที่จะอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด รวมทั้งรถโดยสารสาธารณะที่สามารถเดินทางเข้าถึงยังพื้นที่จัดงาน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจร หรือหากนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาร่วมงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย มีพื้นที่จอดรถและจุดรับ-ส่ง ที่จัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอ นายวิทยา กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคม มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของประเทศควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ประชาชนคนไทยทุกคน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top