Thursday, 4 June 2026
กระทรวงอว

'ดร.อเนก' ยัน ไม่เกี่ยวอดีตอาจารย์ ม.ดัง ซื้อขายผลงานวิจัย พร้อมสั่ง!! ปลัดกระทรวง อว.เอาผิดพวกทุจริตทางวิชาการ

'เอนก' ยันไม่เกี่ยวข้องอดีต อจ. มหาลัยเอกชนดังเอี่ยวปมซื้อขายผลงานวิจัย ย้ำชัดไม่เคยเป็นทีมงาน สั่งปลัดกระทรวง อว.เอาผิดพวกทุจริตทางวิชาการ ขณะที่ กกอ. จี้ทุกมหาลัยเร่งตรวจสอบอาจารย์ในสังกัด ขีดเส้นรายงานผล 15 ก.พ.นี้ 

(18 ม.ค. 66) ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามี 'อดีตทีมงาน รมต.เอนก' เข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขายงานวิจัยและบทความวิชาการ ตนขอชี้แจงว่าบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างนั้นไม่เคยเป็นทีมงานของตนแต่อย่างใด เป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต ในสมัยที่ตนเป็นอธิการบดีวิทยาลัยรัฐกิจ ซึ่งเวลานั้นตนและผู้บริหารก็สงสัยในพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวที่ส่อถึงความไม่ตรงไปตรงมาทางวิชาการ และได้เฝ้าระวังมาตลอด และ ม.รังสิต ขณะนั้นก็ได้ดำเนินการสอบสวนบุคคลดังกล่าวด้วย

“ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาตนให้ความสำคัญกับการจัดการการผิดจริยธรรมและเอาเรื่องพวกทุจริตทางวิชาการนี้มาตั้งแต่เป็นผู้บริหารที่ ม.รังสิต และเมื่อเป็น รมว.อว. ก็จัดการกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน ต่อเนื่อง และในครั้งนี้ก็เช่นกันที่ได้มอบหมายให้ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ดำเนินการจัดการตรวจสอบ ติดตามและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็ว รวมถึงหาแนวทางป้องกันในอนาคต” ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 17 ม.ค. กกอ. ได้มีการจัดประชุมที่สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (สป.อว.) เพื่อพิจารณามาตรการต่าง ๆ ในประเด็นที่เป็นข่าวเรื่องซื้อผลงานวิจัย โดยหลังการประชุม ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. ในฐานะเลขานุการ กกอ. เปิดเผยว่า กกอ. มีมติสำคัญ 4 เรื่องด้วยกัน คือ...

1. ให้ สปอว. แจ้งให้ มหาวิทยาลัยทุกแห่ง ทำการตรวจสอบบุคลากรในสังกัด หากพบว่ามีข้อสังเกตที่จะนำไปสู่ความผิดจริยธรรมดังกล่าว ให้ทำการตรวจสอบอย่างยุติธรรมและรวดเร็ว และขอให้รายงานการดำเนินการแก่ สป.อว. ในครั้งแรก ภายในวันที่ 15 ก.พ. นี้

กระทรวง อว. ผนึก 6 หน่วยงาน รวมพลังพัฒนาบุคลากรยานยนต์ไฟฟ้า ยกระดับศักยภาพแรงงานไทยสู่เวทีโลก ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง EV ภูมิภาค

กระทรวง อว. โดย สอวช. ผนึกกำลังภาครัฐ-การศึกษา-เอกชน 6 หน่วยงาน เดินหน้าความร่วมมือ เร่งพัฒนากำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์สมัยใหม่ ตอบสนองอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

(19 พ.ย. 68) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงาน สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนากำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV – HRD) ระหว่าง สอวช. กับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์กรมหาชน) (สคช.) สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) โดยมี นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ดร.สุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน (รง.) กล่าวแสดงความยินดี และเป็นสักขีพยานในความร่วมมือ พร้อมด้วยผู้บริหารทั้ง 6 หน่วยงาน ร่วมลงนามความร่วมมือ ประกอบด้วย ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดี กพร. นางบัญชาลักษณ์ ลือสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ สอศ. นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการ สคช. นายสุโรจน์ แสงสนิท นายก EVAT และ ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา รองผู้อำนวยการ บพค. เป็นผู้ร่วมลงนามในพิธี โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน เข้าร่วมงาน ณ ห้องกมลทิพย์บอลรูม 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ กว่า 100 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดสด Online ผ่าน Facebook LIVE

นางเพ็ญนภา กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจรในครั้งนี้ คือการร่วมกัน “สร้างคน สร้างอนาคต” จากพลังของภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ที่ผสานกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อพัฒนาบุคลากรตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเรียนรู้ การวิจัย ไปจนถึงการสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่รวดเร็วของโลกยานยนต์ไฟฟ้า กระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญในการยกระดับองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนระบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่ผสานประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรมเข้ากับการเรียนในสถาบันการศึกษา ตามแนวทาง “สร้างคน – สร้างงาน – สร้างนวัตกรรม” อย่างแท้จริง ความร่วมมือครั้งนี้ คือรากฐานสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาค มุ่งสู่เป้าหมาย EV30@30 และร่วมสร้างอนาคต ที่ยั่งยืนด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 (Net Zero 2050) เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ ด้วย “คนไทย” ที่มีศักยภาพพร้อมแข่งขันบนเวทีโลก

ดร.สุรพงษ์ กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ โดย สอศ. มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเชื่อมโยง “ผู้ผลิตกำลังคน” กับ “ผู้ใช้กำลังคน” เพื่อสร้างแรงงานสายอาชีพ และคณาจารย์ ที่มีทักษะสอดคล้องกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และร่วมมือกับ สอวช. ในการพัฒนาหลักสูตรและสมรรถนะของครูอาชีวศึกษารองรับการพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนสนับสนุนกำลังคนวัยทำงานให้สามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้ตลอดชีวิต ผ่านหลักสูตรที่ยืดหยุ่นร่วมกับ กพร. เป็นต้น นอกจากนี้ยังร่วมกับ EVAT เพื่อเสริมประสบการณ์และสมรรถนะผู้เรียนอาชีวศึกษา ให้พร้อมปฏิบัติงานจริงในช่วงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ความร่วมมือกับหน่วยงานในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือในฐานะ “พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์” ที่จะสามารถยกระดับศักยภาพแรงงานไทยให้พร้อมแข่งขันในอนาคต สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจประเทศ และนำพาไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

นายสิบหมื่นชัย กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาทักษะแรงงานไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับทักษะเดิม (Upskill) และการสร้างทักษะใหม่ (Reskill) ให้พร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โดย กพร. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ผ่านหลักสูตรที่ทันสมัยและตอบโจทย์จริง เช่น ระบบแบตเตอรี่และการประจุพลังงานไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า และการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ คือ การผนึกพลังทุกภาคส่วน เพื่อสร้างแรงงานที่มีมาตรฐานฝีมือ พร้อมรองรับความต้องการของตลาดแรงงาน และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ให้คนไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่โลกอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจและมีศักยภาพ นี่คือก้าวสำคัญในการเตรียม “กำลังคนคุณภาพ” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสอาชีพใหม่ให้กับแรงงานไทยในยุคเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ดร.สิริพร กล่าวว่า พิธีลงนามในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี ที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนประเทศ เพราะเกิดจากพลังของภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ที่ร่วมผนึกกำลัง กันอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม เพื่อตอบโจทย์อนาคตของประเทศไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการพัฒนากำลังคนให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ตั้งแต่การเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่ในระบบการศึกษา การยกระดับทักษะของแรงงาน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในสถานประกอบการ ผ่านการร่วมกันออกแบบหลักสูตรทั้งรูปแบบ degree และ non-degree หลักสูตรเฉพาะทาง การฝึกอบรม การฝึกงาน รวมถึงการรับรองมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เราจะมุ่งเน้นการ Upskill — Reskill — และ Newskill เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่ไม่เพียงสอดรับกับความต้องการ ของอุตสาหกรรม แต่ยังนำพาให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง สอวช. มีบทบาทสำคัญ

ในการเชื่อมร้อยพลังของทุกภาคส่วน ทั้งการอุดมศึกษาและภาคเอกชน รวมถึงการสนับสนุนนโยบายและการให้ทุนพัฒนาบุคลากรที่จำเป็น เพื่อให้การขับเคลื่อนในครั้งนี้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

การร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน สอวช. กพร. สอศ. สคช. EVAT และ บพค. ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการเติมเต็มช่องว่างและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบนิเวศด้านการพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรม ยานยนต์สมัยใหม่ของประเทศ ต่อยอดสู่การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย และวางรากฐานการพัฒนาแห่งอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top