Friday, 5 June 2026
กมธ

กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภั

(2 ธ.ค. 67) เวลา 10.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม สำนักงานประสานงานชายแดนไทย – มาเลเซีย      (สน.ปทม.) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลเอก สวัสดิ์  ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา  พร้อมด้วยกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ได้ร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน พร้อมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจในการปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของเจ้าหน้าที่ในห้วงวิกฤติอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, พลตรี วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตำรวจตรี ชุมพล  ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับแนวโน้มของสถานการณ์ แผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผลการดำเนินงานในห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนปัญหาและอุปสรรค เพื่อประมวลเป็นข้อเสนอแนะแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อคิดเห็นต่างๆ มาประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป

กมธ. เตรียมสรุปมาตรการคุมบุหรี่ไฟฟ้าในไทยยันป้องกันเด็กและเยาวชน แต่ต้องไม่ริดรอนสิทธิในทางเลือกของผู้สูบบุหรี่

(10 ธ.ค. 67) โฆษก กมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ย้ำศึกษากฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างโปร่งใส พิจารณาข้อมูลจากทุกฝ่าย และใกล้สรุปรายงานฉบับสมบูรณ์เพื่อเสนอสภาฯ ภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ เข้าใจสังคมและฝ่ายสุขภาพกังวลเรื่องเด็กใช้บุหรี่ไฟฟ้า ชี้ กมธ. เห็นปัญหาและต้องการแก้ไขอย่างรอบด้าน ไม่ผลักให้ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย

กรณีการจัดเวทีเสียงประชาชน รัฐบาลและรัฐสภารวมพลังคนไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายทศพร ทองศิริ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการชี้แจงความคืบหน้าการทำงานของ กมธ. ว่า “คณะกรรมาธิการฯ เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 โดยเชิญหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ตัวแทนสมาคมแพทย์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้า มาร่วมแสดงความคิดเห็น มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการ 2 คณะ เพื่อพิจารณากฎหมายและรวบรวมข้อมูล ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสรุปผลและจัดทำรายงาน รายงานฉบับดังกล่าวจะเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 3 ทางเลือก ได้แก่ 1) การคงการแบนบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบใช้ความร้อน พร้อมเพิ่มมาตรการปราบปรามเข้มงวด 2) การคงการแบนบุหรี่ไฟฟ้าแต่ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบใช้ความร้อน และ 3) การควบคุมผลิตภัณฑ์ทั้งสองแบบภายใต้กฎหมาย”
 
พร้อมเสริมว่า “การศึกษานโยบายบุหรี่ไฟฟ้าที่ผ่านมา มีการดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีการพิจารณาข้อมูลจากทุกฝ่าย คณะกรรมาธิการประกอบด้วยสมาชิก 35 คน มาจากทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ข้อกล่าวหาที่ว่าการทำงานของ กมธ. ถูกแทรกแซงโดยกลุ่มอุตสาหกรรมยาสูบจึงเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เป็นการกล่าวอ้างที่ไร้ความรับผิดชอบ กมธ. เห็นว่า วิธีที่ดีที่สุดในการศึกษาประเด็นต่างๆ คือการรวมความเห็นและข้อมูลจากทุกกลุ่ม เพื่อให้แน่ใจว่ารายงานจะครบถ้วน รอบด้าน สมบูรณ์ ดังนั้น การรวมมุมมองที่หลากหลาย รวมถึงมุมมองของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณานโยบายและกฎระเบียบที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างสมดุล เหมาะสม และทั่วถึง”
 
นายทศพร ยังกล่าวถึงความกังวลเรื่องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนว่า “เรื่องนี้กำลังเป็นที่กังวลของคนในสังคม ซึ่ง กมธ. ยินดีรับฟังเสียงของประชาชน และเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่รอบคอบและมีประสิทธิภาพ เราเข้าใจและรับฟังข้อเสนอของฝ่ายสุขภาพ แต่ก็ต้องพิจารณามิติในด้านอื่นให้รอบด้าน ไม่สามารถมองเฉพาะมิติด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียวได้ ยกตัวอย่างเช่น มิติทางเศรษฐกิจ มิติทางสังคม มิติทางกฏหมายและการบังคับใช้ เป็นต้น เราดูทั้งบริบทในประเทศ และตัวอย่างจากประเทศที่ทั้งควบคุมให้ถูกกฎหมาย จึงอยากให้นำเรื่องนี้มาช่วยกันพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหา แต่อยากให้ใช้กลไกของรัฐสภาในการพูดคุยกันอย่างมีเหตุผลมากกว่าที่จะผลักให้ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นอาชญากรที่ทำผิดกฎหมาย

กมธ.การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภาประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

กมธ.การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เดินทางไปราชการเพื่อประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหาร และผู้แทนของหน่วยงานในกำกับของกระทรวง

เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.67) เวลา 13.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา โดยนายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะ เข้าร่วมประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ

ซึ่งได้หารือและให้ความคิดเห็นในประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Protection) การศึกษาด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการกับข่าวปลอมและเนื้อหาอันตราย ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคที่ควรเร่งดำเนินการแก้ไข

ทั้งนี้ การประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกันในครั้งนี้ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชนและส่งเสริมความก้าวหน้าของประเทศไทยในยุคดิจิทัลต่อไป

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ถกเข้มปมเกาะกูด พื้นที่อ้างสิทธิไทย-กัมพูชา จ่อลงพื้นที่ จ.ตราดดับชนวนปัญหาที่ทับซ้อน 30 ม.ค.-1 ก.พ.นี้ แนะทัพเรือตีปิ๊บความจำเป็นซื้อเรือฟรีเกต 

เมื่อวันที่ (10 ม.ค.68) ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ครั้งที่ 1/2568 วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกมธ.ฯ เป็นประธานการประชุม ที่ห้องประชุม กมธ.CA330 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาการดำเนินงานของอนุกมธ.ฯ หลักๆ คือ อนุกมธ.กิจการทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยมีการรับทราบข้อมูลแนวคิดการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ

พร้อมเชิญผู้แทนกองทัพเรือเข้าให้ข้อมูล ซึ่งการหารือทางกองทัพเรือมีความเห็นสอดคล้องกันในการส่งเสริมการผลิตในประเทศเป็นอันดับแรก ซึ่งรวมถึงการจัดหาเรือฟรีเกต ด้วยเหตุนี้ที่ประชุมให้ข้อสังเกตว่าควรต้องสร้างการรับรู้สู่สาธารณะถึงความจำเป็นต้องมีเรือฟรีเกตรวมถึงผลประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ ทั้งนี้ทางกอนุกมธ.ฯมีกำหนดเข้าหารือกับ ผบ.ทร.เรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศด้วย

รวมทั้งยังได้พิจารณาผลดำเนินงานอนุกมธ.กิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวมกรณีการศึกษาเรื่องพื้นที่อ้างสิทธิระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาบริเวณทางทะเลเกาะกูด ซึ่งมีการยกร่างรายงานเบื้องต้นเสร็จแล้วและจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อให้ข้อสังเกตเพิ่มเติม รวมทั้งจะเดินทางไปศึกษาดูงานเกาะกูด จ.ตราด ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.นี้ ในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนและการออกเอกสารสิทธิที่ดินบนเกาะกูด ก่อนจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์เสนอต่อที่ประชุมต่อไป ทั้งนี้ทางกมธ.ฯ กำหนดการประชุมหารือครั้งต่อไปวันที่ 16 ม.ค.นี้

'ปราชญ์ สามสี' โพสต์วิจารณ์ กมธ.ทหาร ชี้ทำให้ 'ประชาชน-ทหาร' เกลียดกันแทนที่จะร่วมมือ ทั้งที่ทุกฝ่ายกำลังสามัคคีรบกัมพูชา

เพจเฟซบุ๊ก ‘ปราชญ์ สามสี’ โพสต์เมื่อวันที่ (31 ต.ค. 68) ถึงประเด็นการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า “สรุปผล กมธ.ทหาร คือเพื่อให้ประชาชนกับทหารเกลียดกันเท่านั้น หาประโยชน์อะไรไม่ได้ ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายสามัคคีกันรบกับกัมพูชา”

กมธ.วุฒิสภา ลุยชลบุรี! เปิดปมทิ้งกากพิษ– จี้รัฐฟันเจ้าหน้าที่เอี่ยวทุจริต เร่งสร้างธรรมาภิบาลโปร่งใส

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ (13 พ.ย. 68) ที่ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร ประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นำคณะลงพื้นที่ ศึกษาปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม พร้อมตรวจสอบแนวทางป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่

โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับ และมอบหมายให้ นายอำนาจ เจริญศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมผู้บริหารจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์และแนวทางแก้ไข

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการที่ร่วมลงพื้นที่ประกอบด้วย พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร ประธานคณะกรรมาธิการ นายสุทนต์ กล้าการขาย เลขานุการคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นางวาสนา ยศสอน กรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการร่วมปฏิบัติภารกิจ

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้น ถอดบทเรียนจากพื้นที่ที่ประสบปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน ตลอดจนวิเคราะห์ช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมาย และพฤติกรรมการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่บางราย เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและยับยั้งการทุจริตอย่างเป็นระบบ

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการ ให้ความสำคัญกับการสร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็งและโปร่งใส โดยเฉพาะในหน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตหรือกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเห็นถึงธรรมาภิบาลในภาครัฐอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังเสนอแนวทางให้จังหวัดเพิ่มการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ใช้เทคโนโลยีติดตามการขนส่งของเสียอันตรายแบบเรียลไทม์ และเสริมระบบตรวจสอบภายใน เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกันในทุกภาคส่วน

ภายหลังการประชุม คณะกรรมาธิการได้มอบของที่ระลึกแก่รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top