(1 ต.ค. 68) Hot Line กฟผ. กับภารกิจบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า เส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ซ่อมสายส่งด้วยนวัตกรรม เน้นความปลอดภัย - ประสิทธิภาพสูง ระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ สังคม และชีวิตประจำวันของคนไทยทั่วประเทศ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าจะถูกส่งผ่านสายส่งแรงสูงไปยังศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า และเชื่อมโยงหลายระบบเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายและต่อเนื่อง แน่นอนว่า หากเกิดความเสียหายแม้เพียงจุดเดียวในระบบส่ง อาจนำไปสู่ไฟฟ้าตกหรือดับในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อครัวเรือน อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ดังนั้น การดูแลรักษาให้ระบบส่งไฟฟ้าอยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งานจึงเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง
Hot Line กับภารกิจบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า เพื่อไฟฟ้าที่มั่นคง ภารกิจบำรุงรักษา: งานที่ต้องทำก่อนเกิดปัญหา ทีมงานที่รับภารกิจนี้คือ ทีม Hot Line ช่างไฟฟ้าผู้ชำนาญการในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
เพราะการบำรุงรักษาระบบส่งไฟฟ้าไม่ใช่แค่การซ่อมเมื่อเกิดปัญหา แต่คือการตรวจสอบและดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายล่วงหน้า อุปกรณ์ทุกชิ้นในระบบส่งจะมีแผนการตรวจสอบเป็นวาระ เช่น การตรวจสอบประจำปี การตรวจสอบทุก 5 ปี หรือ การตรวจสอบจุดร้อน (Hot Spot) เป็นต้น โดยข้อมูลจากการตรวจสอบจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงมีความมั่นคง ปลอดภัย และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ งานของทีม Hot Line ถือเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง ต้องใช้ความชำนาญ และความสามัคคี ในการทำงาน โดยที่ผ่านมาผู้ปฏิบัติงานต้องปีนเสาสูง 24–70 เมตร (เทียบกับตึกสูงประมาณ 8-20 ชั้น) และไต่สายตัวนำออกไปยังจุดซ่อม ซึ่งต้องใช้แรงและความอดทนอย่างมาก
ดังนั้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของทีม Hot Line ทาง กฟผ. จึงได้มีการพัฒนา “Lineman Lift” นวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขึ้นปฏิบัติงานบนเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งสามารถยกคนหรืออุปกรณ์ขึ้นเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับ 70 เมตรได้ภายใน 3 นาที และไปยังจุดที่ต้องดำเนินการได้โดยตรง ควบคุมได้ด้วยรีโมตระยะไกล โดยมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้
• สามารถรับแรงดึงสูงสุดได้ที่ 400 กิโลกรัม และรับแรงดึงอย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดความเสี่ยงได้ที่ 200 กก.
• มี Emergency Switch ตัดการทำงานเมื่อเครื่องขัดข้อง
• โหมด Manual, Auto และ Remote สามารถควบคุมได้ไกลได้ 500 เมตร
• ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (LiFePO4) ซึ่งยากต่อการติดไฟ
• มีจอแสดงผลระดับแบตเตอรี่และสถานการณ์ทำงาน
Lineman Lift นั้นทำให้ทีม Hot Line ลดความเสี่ยงในการปีนเสาและไต่สาย เข้าถึงจุดซ่อมได้ตรงจุด ทำให้ลดเวลาในการทำงาน สามารถลดจำนวนผู้ที่ต้องขึ้นไปปฏิบัติงานบนที่สูง ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และยังลดต้นทุนเนื่องจากการผลิตขึ้นเองมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ
อีกทั้ง สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายภารกิจ ไม่ว่าจะเป็น งานเปลี่ยนลูกถ้วย 500 kV ด้วยวิธีไม่ดับกระแสไฟฟ้า งานทำความสะอาดลูกถ้วย 230 kV งานติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า งานซ่อมสายไฟฟ้า และกังหันลมผลิตไฟฟ้า เป็นต้น
ปัจจุบัน Lineman Lift มีจำนวนรวม 15 เครื่อง ซึ่งได้ขยายผลไปนำใช้งานยังทุกภูมิภาคของประเทศ และยังได้มีการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์กับบริษัทเอกชนในงานซ่อมสายส่งและกังหันลมอีกด้วย
ทั้งนี้ การนำ Lineman Lift มาใช้งาน ไม่เพียงแต่เกิดประโยชน์ต่อทีมบำรุงรักษาระบบส่งไฟฟ้าเท่านั้น แต่ผู้ใช้ไฟฟ้ายังได้ประโยชน์ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น
1. ลดความเสี่ยงไฟฟ้าดับ: ป้องกันเหตุขัดข้องเฉียบพลัน
2. ไฟฟ้ามีคุณภาพ: ลดไฟตก ไฟกะพริบ
3. รองรับโหลดที่เพิ่มขึ้น: โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและภาคอุตสาหกรรม
4. สร้างความเชื่อมั่น: ส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าทีม Hot Line คือ จิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งของความมั่นคงทางพลังงาน เพราะภารกิจของทีม Hot Line ไม่ใช่แค่การซ่อมสายไฟ แต่คือการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทยให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีนวัตกรรมอย่าง Lineman Lift เป็นแรงเสริมที่ช่วยให้ภารกิจนี้ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต