Thursday, 8 October 2026
VRANDA

‘VRANDA’ เตรียมโอนโครงการ ‘วีรันดา พูลวิลล่า หัวหิน ชะอำ’ มั่นใจ!! ‘ธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ท’ ไตรมาส 4/66 คึกคักรับไฮซีซั่น

(15 พ.ย. 66) บมจ.วีรันดา รีสอร์ท หรือ VRANDA ประกาศผลประกอบการมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 60 ลบ. แม้ว่าจะมีผลขาดทุนสุทธิ 20 ลบ. ในไตรมาส 3/66 หลังได้รับผลกระทบจากธุรกิจโรงแรมช่วงโลว์ซีซั่นซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยน้อยกว่าคาดการณ์ ประกอบกับอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งตลาดได้ทยอยรับรู้ปัจจัยลบดังกล่าวไปบ้างแล้ว ชี้ตลาดธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ในไตรมาส 4 ปี 2566 มีแนวโน้มคึกคัก รับนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เตรียมโอนโครงการใหม่ ‘วีรันดา พูลวิลล่า หัวหิน-ชะอำ’ เริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีหนุนรายได้ ต่อเนื่องไปถึงปี 2567

นายภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้นำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไลฟ์สไตล์การพักผ่อนแบบ Exclusive เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทของไทยในไตรมาส 3 ปี 2566 ได้รับผลกระทบจากการธุรกิจท่องเที่ยวไทยยังมีปัจจัยลบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางมายังประเทศไทยน้อยกว่าคาดประกอบกับ VRANDA อยู่ในช่วงปรับโครงสร้างธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มซึ่งจะแล้วเสร็จในสิ้นปี 2566 นี้ 

อย่างไรก็ตามจากโดยสถิตินักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยของ ททท. ในช่วง 9 เดือนแรก 19 ล้านคน โดยตั้งเป้าไว้ที่ 28 ล้านคน ซึ่งมั่นใจได้ว่าในไตรมาส 4/66 ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก อาทิ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เช่าเครื่องบินเหมาลำเดินทางมาประเทศไทย ฯลฯ เสริมให้ภาพรวมธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทกลับมาคึกคักอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ VRANDA ยังคงมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 4/2566 จะเริ่มรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา พูลวิลล่า หัวหิน ชะอำ ด้านการเปิดขาย ‘โครงการวีรันดา วิลล่า แอนด์ สวีท ภูเก็ต’ ประกอบด้วย วิลล่า 6 หลัง และคอนโดมิเนียม 12 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมประมาณ 850 ล้านบาท ที่มียอดจองแล้วกว่า 70% รวมทั้งยังได้ประโยชน์จากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยของภาครัฐ อาทิ มาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจากจีน คาซัคสถาน อินเดีย และใต้หวัน ล่าสุดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีนโยบายผลักดันรายได้การท่องเที่ยวไทยจากตลาดยุโรปให้มากกว่า ‘5 แสนล้านบาท’ ภายในปี 2567 ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท รวมถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ VRANDA 

สำหรับผลการดำเนินงานของ VRANDA ในช่วง 9 เดือนปี 2566 (มกราคม-กันยายน) มีรายได้รวม 1,026 ล้านบาท มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 219 ล้านบาท โดยมีขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจาก VRANDA อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มซึ่งจะสิ้นสุดภายในปีนี้ ขณะที่ไตรมาส 3/2566 มีรายได้รวม 329 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 20 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซันและอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 60 ล้านบาท

VRANDA ชี้ท่องเที่ยวโต!! รายได้ครึ่งปีแรกพุ่ง 16% สถานการณ์ท่องเที่ยวสดใสทั่วไทย รับแรงหนุนโครงการภูเก็ตราว 400 ลบ. เดินหน้าขยายตลาดลดความเสี่ยง

VRANDA ชี้ตลาดท่องเที่ยวครึ่งปีหลังสดใส
ชูจุดแข็ง Leader Domestic-Focused รับอานิสงส์ปัจจัยบวกแน่น
รับรู้รายได้อสังหาฯภูเก็ตร่วม 400 ล้านบาท ในปีนี้

‘บมจ. วีรันดา รีสอร์ท’ หรือ VRANDA เผยภาพรวมตลาดท่องเที่ยวไทยครึ่งปีหลัง 2569 มีทิศทางสดใส ชูจุดแข็งผู้นำโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก (Leader Domestic-Focused) รับอานิสงส์ปัจจัยบวกแน่น พร้อมรับแรงส่งจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรูในโครงการ Veranda Villas & Suites Phuket อีก 300-400 ล้านบาท ขณะที่ผลงานครึ่งปีแรก 2569 ทำรายได้รวม 857 ล้านบาท เติบโต 16% และมี EBITDA จากการดำเนินงานปกติ 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% และมีกำไรสุทธิปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 61 ล้านบาท เติบโต 662% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโตโดดเด่น

นายภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้นำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจากปัจจัยบวกที่หลากหลาย อาทิ “กรุงเทพฯ” ที่เตรียมรับอานิสงส์จากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม World Bank ซึ่งจะช่วยกระตุ้นอัตราการเข้าพักโรงแรม รายได้กลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม (F&B) และงานจัดเลี้ยงอย่างมีนัยสำคัญ “พัทยา” จะได้รับผลบวกจากการจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ในเดือนธันวาคมนี้ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ขณะที่ “เชียงใหม่” ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ดีจากฐานนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และ “หัวหิน” จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ที่แล้วเสร็จ สะท้อนจากโรงแรมในเครือทั้ง 2 แห่งในหัวหินที่มียอดจองเต็ม (Fully Booked) ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจของ VRANDA ในครึ่งปีหลัง เนื่องจากบริษัทฯ มีโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลักข้างต้น โดยมีจุดเด่น “ผู้นำโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย” (Leader Domestic-Focused) จากการรับประโยชน์ดังกล่าว

“แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจสร้างความกังวลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุโรปบางส่วน แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทฯ เนื่องจากเรากระจายฐานลูกค้า (Diversification) ทั้งในเอเชีย สหรัฐอเมริกาและคนไทย ประกอบกับประเทศไทยยังคงมีภาพลักษณ์เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาในภูมิภาคนี้” นายภวัฒก์ กล่าว

ทั้งนี้บริษัทฯ สามารถลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มตัวแทน (OTA) และหันมามุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนการจองตรง (Direct Booking) โดยการใช้ Loyalty Program การมอบสิทธิประโยชน์เชิงประสบการณ์ และการอัปเกรดระบบจองบนเว็บไซต์ให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรุกตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) จากจีนผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Xiaohong Shu, WeChat และ Douyin รวมถึงการขยายตลาดสู่กลุ่มยุโรป รัสเซีย และเอเชีย เพื่อช่วยจำกัดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) บริษัทฯ มีรายได้รวม 857 ล้านบาท เติบโต 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากการดำเนินงานปกติ (Normalized EBITDA) รวม 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 61 ล้านบาท เติบโต 662% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบันทึกรายการบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด (Non-cash item) จากการรับรู้ผลขาดทุนจากการชำระเงินกู้ก่อนกำหนด (Refinance) จำนวน 56 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการลดต้นทุนทางการเงิน (Finance Cost) อย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องไปอีกหลายปี เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนทางการเงินก่อน Refinance

ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการ Veranda Villas & Suites Phuket พร้อมเริ่มโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรับรู้รายได้ในปีนี้ไว้ที่ 300-400 ล้านบาท ในครึ่งปีหลัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top