Sunday, 23 August 2026
ThailandTourismSkillLab

"TPQ!" ผนึกภาคีเครือข่าย จัดอบรม "พัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว" THAILAND TOURISM SKILL LAB "ห้องปฏิบัติการฝึกอบรมกักษะด้านการท่องเกี่ยว" ยกระดับสมรรถนะบุคลากรในจังหวัดร้อยเอ็ด เน้นทักษะบริการ เล่าเรื่อง เชื่อมทุนวัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยวคุ

“สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)” ผนึกกำลังหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดโครงการอบรม “พัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ภายใต้ชื่อ THAILAND TOURISM SKILL LAB “ห้องปฏิบัติการฝึกอบรมทักษะด้านการท่องเที่ยว” จังหวัดร้อยเอ็ด ติวเข้ม 2 วันติด ยกระดับสมรรถนะบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในชุมชน ชูทักษะการบริการ-เล่าเรื่อง เชื่อมทุนวัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพ

“สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)” หรือ “TPQI” ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดอบรม “พัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ภายใต้ชื่อ THAILAND TOURISM SKILL LAB “ห้องปฏิบัติการฝึกอบรมทักษะด้านการท่องเที่ยว” จังหวัดร้อยเอ็ด มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการสร้างนักสื่อสารท้องถิ่น ตั้งเป้าขับเคลื่อนกิจกรรมครอบคลุม 10 จังหวัดเป้าหมายใน 4 ภูมิภาค รวมผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1,000 คน เพื่อยกระดับทักษะตามมาตรฐานอาชีพ และต่อยอดอัตลักษณ์พื้นที่สู่เส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพ

(14-15 มิถุนายน 2569) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) จัดอบรม “พัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ภายใต้ชื่อ THAILAND TOURISM SKILL LAB “ห้องปฏิบัติการฝึกอบรมทักษะด้านการท่องเที่ยว” ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ดร.ณฐา จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นประธานเปิดงาน และ นายพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสถานประกอบการและการอบรมด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวรายงานและชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการฯ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งศรีเมือง อำเภอสุวรรณภูมิ และมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

กิจกรรมทั้ง 2 วัน จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับสมรรถนะบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น และผู้มีบทบาทในเส้นทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ให้มีทักษะสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ สามารถพัฒนาสินค้า บริการ ประสบการณ์ท่องเที่ยว และการสื่อสารอัตลักษณ์ของพื้นที่ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่

นายพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสถานประกอบการและการอบรมด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน รวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน

การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการสร้าง Influencer/KOL ด้านการท่องเที่ยว/ด้านการจัดการความยั่งยืน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวด้านอาหาร การเล่าเรื่องท้องถิ่น การออกแบบกิจกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และการสื่อสารการตลาด ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่ช่วยให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับพื้นที่ตำบลทุ่งศรีเมืองและพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีจุดเด่นด้านการผสมผสานเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติเชิงเกษตร ส่วนพื้นที่อำเภอเสลภูมิ ทุ่งเขาหลวง โพนทอง และธวัชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัดร้อยเอ็ด มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งวัด โบราณสถานประวัติศาสตร์ ธรรมชาติที่สวยงาม และวิถีชีวิตชาวอีสาน โดดเด่นด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม และมีแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่

“ทั้งสองพื้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง และคุณสมบัติตรงตามเป้าหมายของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ อีกทั้งยังมีชุมชนเข้มแข็ง มีการรวมกลุ่มอาชีพที่แข็งแกร่ง ช่วยสร้างรายได้ และพัฒนาศักยภาพคนในพื้นที่ให้สามารถพึ่งพาเศรษฐกิจของตนเองได้” นายพิริยพงศ์ กล่าว

ด้าน ดร.ณฐา จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เทคโนโลยีดิจิทัล และการแข่งขันในระดับนานาชาติ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรจึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.ณฐา กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหาร ศิลปะ ประเพณี และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ การพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนบนฐานสมรรถนะ โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบอาชีพสามารถพัฒนาตนเองตามมาตรฐานอาชีพ มีเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน และสามารถนำความรู้ความสามารถไปสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชนต่อไป

“สุดท้ายนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับองค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวของพื้นที่ สร้างสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า และร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” ดร.ณฐา กล่าวทิ้งท้าย

กิจกรรมในวันแรก (14 มิถุนายน) เป็นการอบรมหลักสูตรสาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อาชีพนักเล่าเรื่องท้องถิ่น ระดับ 5 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งศรีเมือง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีเป้าหมายเพื่อพัฒนากําลังคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันในตลาดโลก โดยใช้มาตรฐานอาชีพในสาขาวิชาชีพการท่องเที่ยว การโรงแรม ภัตตาคาร และร้านอาหารของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เป็นกรอบแนวทางในการดําเนินงาน โดยมีตัวแทนจากชุมชนในพื้นที่ตำบลทุ่งศรีเมืองเข้าร่วมจำนวน 100 คน มีการบรรยายในหัวข้อ “เล่าเรื่องท้องถิ่นอย่างไรให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม” และ “ดูแลนักท่องเที่ยวให้ประทับใจและปลอดภัยในชุมชน” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Storytelling เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่าน Workshop การทำเครื่องดื่มท้องถิ่น และมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม

กิจกรรมวันที่สอง (15 มิถุนายน) เป็นการอบรมหลักสูตรสาขาวิชาชีพการท่องเที่ยว การโรงแรม ภัตตาคาร และร้านอาหาร สาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อาชีพผู้ประกอบการอาหารท้องถิ่น ระดับ 5 ประกอบด้วยตัวแทนจากชุมชนในพื้นที่อำเภอเสลภูมิ ทุ่งเขาหลวง โพนทอง และธวัชบุรี จำนวนทั้งสิ้น 100 คน มีการบรรยายหัวข้อ “มาตรฐานอาหารท้องถิ่นสู่ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว” และ “การจัดการสถานที่ประกอบอาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “การออกแบบประสบการณ์อาหารท้องถิ่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว” ในรูปแบบ Workshop & Presentation และมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม

สำหรับโครงการอบรม “พัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” มุ่งนำเสนอผ่านภาพจำของ THAILAND TOURISM SKILL LAB หรือ “ห้องปฏิบัติการฝึกอบรมทักษะด้านการท่องเที่ยว” โดยใช้พื้นที่ชุมชนท่องเที่ยวเป็นห้องเรียนจริง ให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ทดลองออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว และต่อยอดทรัพยากรในพื้นที่ให้กลายเป็นสินค้าและบริการที่มีคุณค่า

เป้าหมายสำคัญของโครงการฯ คือการพัฒนาผู้ประกอบการและชุมชนให้มีทักษะตามมาตรฐานอาชีพด้านการท่องเที่ยว ครอบคลุมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร สุขภาพ วัฒนธรรม และความยั่งยืน พร้อมพัฒนาผู้สื่อสารท้องถิ่นที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนได้จากพื้นที่จริง เพื่อให้ชุมชนนำทักษะด้านการบริการ การเล่าเรื่อง อาหารท้องถิ่น และการสื่อสารอัตลักษณ์พื้นที่ ไปต่อยอดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการฯ ได้กำหนดแผนออกพื้นที่ดำเนินงานครอบคลุม 10 พื้นที่ ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดแพร่ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดภูเก็ต จังหวัดจันทบุรี จังหวัดขอนแก่น และ จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1,000 คน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาคีด้านการท่องเที่ยว ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

TPQI เดินหน้า THAILAND TOURISM SKILL LAB จังหวัดแพร่ ยกระดับนักเล่าเรื่องท้องถิ่น-ผู้ประกอบการอาหารชุมชน สู่การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดอบรม “พัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ภายใต้ชื่อ THAILAND TOURISM SKILL LAB “ห้องปฏิบัติการฝึกอบรมทักษะด้านการท่องเที่ยว” จังหวัดแพร่ มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการสร้างนักสื่อสารท้องถิ่น เพื่อยกระดับทักษะตามมาตรฐานอาชีพ และต่อยอดอัตลักษณ์พื้นที่สู่เส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพ

(10-11 กรกฎาคม 2569) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) จัดอบรม “พัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ภายใต้ชื่อ THAILAND TOURISM SKILL LAB “ห้องปฏิบัติการฝึกอบรมทักษะด้านการท่องเที่ยว” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ดร.ณฐา จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นประธานเปิดการอบรม โดยในวันที่ 10 กรกฎาคม มีคุณประภารัตน์ แต้กุล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดแพร่  ในพระบรมราชินูปถัมป , คุณจีระพรรณ ตรีเทพชาญชัย และ สมาชิกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดแพร่  ในพระบรมราชินูปถัมป์ ให้การต้อนรับ ณ นคราแกรนด์บอลรูม โรงแรมแพร่นครา จังหวัดแพร่ และในวันที่ 11 กรกฎาคม มีนายบรรพต รัตนเกตุ นายอำเภอหนองม่วงไข่, นายรัฐกานต์ จันทนู กำนัน ตำบลวังหลวง นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือ, นายอิทธิพล ก้อนแก้ว นายกอบต.วังหลวง, นายกันตะพงษ์ คำปุก นายกอบต.ทุ่งแต้ว, นายวัฒนา จินดามงคล เลขานายกอบต.น้ำรัด มาแทนนายชูรัตน์ ประทักษ์ใจ นายกอบต.น้ำรัด ให้การต้อนรับ ณ หอประชุมอำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ 

ดร.ณฐา จันทนู ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการสร้างรายได้ การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน ตลอดจนการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน

“ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว เทคโนโลยีดิจิทัล และการแข่งขันในระดับนานาชาติ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรจึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจึงดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เป้าหมาย 10 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจังหวัดแพร่เป็นหนึ่งในจังหวัดเมืองน่าเที่ยวที่ได้รับการคัดเลือก เนื่องจากมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหาร และงานหัตถกรรม ซึ่งล้วนเป็นจุดเด่นที่มีศักยภาพและควรได้รับการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

“จังหวัดแพร่มีเสน่ห์และมีศักยภาพไม่เป็นรองใคร โครงการนี้จึงมุ่งพัฒนาคนในพื้นที่ให้สามารถนำต้นทุนที่มีอยู่มาต่อยอด ทั้งในด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การออกแบบกิจกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และการสื่อสารการตลาด”

กลุ่มเป้าหมายของโครงการประกอบด้วยผู้ประกอบการ กลุ่มสตรีและนักธุรกิจหญิง ผู้นำท้องถิ่น หอการค้า และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ โดยมีภาคีเครือข่าย เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank เข้ามาร่วมสนับสนุนและต่อยอดองค์ความรู้ รวมถึงโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนานักสื่อสารหรือนักเล่าเรื่องท้องถิ่นในรูปแบบ Influencer, KOL และ KOC ให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราว คุณค่า และอัตลักษณ์ของจังหวัดแพร่ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย

“คนในพื้นที่คือผู้ที่รู้จักบ้านของตนเองดีที่สุด การสร้างนักเล่าเรื่องท้องถิ่นจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ เมื่อได้รับการพัฒนาทักษะด้านการเล่าเรื่อง การผลิตสื่อ และการสื่อสารการตลาด ก็จะสามารถนำเสนอเสน่ห์ของพื้นที่ให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้อย่างน่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

การพัฒนาบุคลากรภายใต้โครงการยังดำเนินควบคู่กับการต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่ เช่น น้ำพริกน้ำย้อย ผ้าหม้อห้อม และงานหัตถกรรมต่าง ๆ เพื่อให้บุคลากร เรื่องราว ผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการท่องเที่ยวสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกัน และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างเป็นระบบ

“เราเชื่อว่าทักษะของคนสามารถพัฒนาและต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมจะได้รับใบประกาศนียบัตร ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดสู่กระบวนการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพได้ในอนาคต ช่วยให้แต่ละคนมองเห็นเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพของตนเองได้ชัดเจนขึ้น”

ดร.ณฐา กล่าวทิ้งท้ายว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนบนฐานสมรรถนะ โดยมุ่งให้ประชาชนและผู้ประกอบอาชีพมีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ สามารถนำไปใช้สร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชน

“หวังว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” ดร.ณฐา กล่าว

สำหรับกิจกรรมวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จัดขึ้น ณ นคราแกรนด์บอลรูม โรงแรมแพร่นครา จังหวัดแพร่ ได้รับความร่วมมือจากสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดแพร่ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และภาคีเครือข่ายนักธุรกิจจังหวัดแพร่ มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน (Cultural & Community-Based Tourism)  โดยเฉพาะเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองเก่า สถาปัตยกรรมคุ้มเจ้าหลวง งานหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น ผ้าหม้อฮ่อม ตลอดจนเรื่องเล่า ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดแพร่ในฐานะ “ประตูสู่ล้านนาตะวันออก”

การอบรมในวันดังกล่าวเป็นหลักสูตรสาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อาชีพนักเล่าเรื่องท้องถิ่น ระดับ 5 มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 100 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากกลุ่มผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และผู้ที่ให้ความสนใจในพื้นที่ โดยมีการบรรยายในหัวข้อ “เล่าเรื่องท้องถิ่นอย่างไรให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม” “เทคนิคดึงดูดใจนักท่องเที่ยวด้วยการเล่าเรื่องบนโลกออนไลน์” และ “การสร้างคอนเทนต์เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นบนโลกออนไลน์อย่างชาญฉลาด” ในรูปแบบ Workshop & Presentation เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารเรื่องราวของชุมชนได้อย่างน่าสนใจและสอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคดิจิทัล

ต่อเนื่องในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 จัดขึ้น ณ หอประชุมอำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอาหารท้องถิ่น และการต่อยอดวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และเสน่ห์ของชุมชนให้กลายเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว และช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่คนในพื้นที่

โดยอบรมในหลักสูตรสาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อาชีพผู้ประกอบการอาหารท้องถิ่น ระดับ 5 มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 120 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากชุมชนในพื้นที่ตำบลทุ่งแค้ว ตำบลน้ำรัด และตำบลวังหลวง อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ โดยมีกิจกรรมบรรยายในหัวข้อ “มาตรฐานอาหารท้องถิ่นสู่ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว” “การสร้างประสบการณ์อาหารท้องถิ่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว” และ “1 Gastronomy Experience” ของชุมชนตนเอง ในรูปแบบ Workshop & Presentation เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถออกแบบประสบการณ์อาหารท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน โดยเลือกทำเมนู “หยกสยาม” ปอเปี๊ยะอั่วไก่ เลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติ คัดสรรพิเศษจากในท้องถิ่น เป็นอาหารว่างที่ทำได้ง่าย ขั้นตอนไม่ซับซ้อน เมื่อทอดเรียบร้อยจะมีสีเหลืองทอง กรอบ รสชาติอร่อย และนำไปต่อยอดเป็นอาหารท้องถิ่น สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชนได้

ภายหลังเสร็จสิ้นการอบรมในแต่ละวัน ดร.ณฐา จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้มอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม เพื่อเป็นการรับรองการเข้าร่วมกิจกรรมและส่งเสริมให้ผู้ผ่านการอบรมนำความรู้ ทักษะ และแนวทางตามมาตรฐานอาชีพไปปรับใช้ในการพัฒนางานด้านการท่องเที่ยวของชุมชนต่อไป 

สำหรับอำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ มีความโดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วิถีชีวิต และศิลปะท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ “3 ตำบล 3 เสน่ห์ แห่งหนองม่วงไข่” ได้แก่ ตำบลทุ่งแค้ว ตำบลน้ำรัด และตำบลวังหลวง ที่ต่างมีจุดเด่นน่าสนใจด้านธรรมชาติ เกษตรกรรม ศิลปะ งานช่างพื้นถิ่น และวิถีชีวิตชุมชน ที่แตกต่างกัน ดังนี้

ตำบลทุ่งแค้ว มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและท่องเที่ยวแบบ Slow Life เรียนรู้วิถีเกษตรและชุมชนชนบท เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยยอย จุดพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะสำหรับชมวิว ถ่ายภาพ พักผ่อน และชมพระอาทิตย์ตก บรรยากาศเงียบสงบ มีพื้นที่รับน้ำกว่า 200 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน และวัดทุ่งแค้ว วัดเก่าแก่ประจำตำบล เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และเป็นสถานที่จัดงานประเพณีสำคัญตลอดปี

ตำบลน้ำรัด เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีทัศนียภาพสวยงาม เหมาะสำหรับพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agri Tourism) วิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้าน สัมผัสวัฒนธรรมล้านนาและอาหารพื้นเมือง มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงชุมชน เช่น ปั่นจักรยาน ศึกษาธรรมชาติ และเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายเรียนรู้และพักผ่อน

ตำบลวังหลวง มีแหล่งท่องเที่ยวแนววิถีชีวิต ศิลปะ และธรรมชาติใกล้ตัวเมืองแพร่ เหมาะสำหรับท่องเที่ยวแบบครอบครัว ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยว เช่น ถนนแมววังหลวง สตรีทอาร์ตกำแพงเพ้นท์รูปแมวหลากหลายสไตล์ และมักมีการจัดตลาดชุมชนในบริเวณนี้, บ้านสล่าเฮือนคำแสน (แกลเลอรี่คำแสน) หอศิลป์ขนาดเล็กที่จัดแสดงงานแกะสลักพุทธศิลป์และงานไม้สักอันงดงามโดยช่างฝีมือท้องถิ่น, หอศิลป์กำนันอรรถ แหล่งรวบรวมงานสิ่วและงานแกะสลักไม้หลากหลายรูปแบบ ทั้งพุทธศิลป์และการตกแต่งบ้านอ่าง, เก็บน้ำ/ฝายน้ำล้น (Amazing Waungluang) ช่วงฤดูแล้งจะมีหาดทรายกว้าง บรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

การขับเคลื่อน THAILAND TOURISM SKILL LAB ในพื้นที่จังหวัดแพร่ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการอบรมเพื่อเพิ่มพูนทักษะเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้ผู้ประกอบการ ชุมชน และนักสื่อสารท้องถิ่น สามารถนำอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทั้งเรื่องเล่า อาหาร วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ไปต่อยอดสู่เส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถของการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้โครงการฯ จะดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายที่เป็นชุมชนท้องถิ่นตามเส้นทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง รวม 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดแพร่ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดภูเก็ต จังหวัดจันทบุรี จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1,000 คน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top