Thursday, 4 June 2026
Taurus

‘ทอรัส’ หุ่นยนต์ฝีมือจีน ‘ฝังสายเคเบิลก้นทะเล’ สำเร็จครั้งแรก หนุนการปฏิบัติงานของมนุษย์ ภายใต้สภาพแวดล้อมอันซับซ้อน

(12 มิ.ย. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หุ่นยนต์ที่พัฒนาโดยจีนทำการฝังสายเคเบิลก้นทะเลของโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งสำเร็จเสร็จสิ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของความพยายามกระตุ้นการพัฒนาหุ่นยนต์ใต้ทะเลลึกและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานลม

ด้าน ซีลเลียน กว่างโจว เทคโนโลยี (Sealien Guangzhou Technology) ระบุว่า ‘ทอรัส’ (Taurus) หุ่นยนต์ลากฝังสายเคเบิลและท่อก้นทะเล ได้วางสายเคเบิลที่นอกชายฝั่งเมืองจ้านเจียง มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม

หุ่นยนต์ทอรัสที่ควบคุมจากระยะไกลนี้จะเกื้อหนุนการก่อสร้างฟาร์มพลังงานลมนอกชายฝั่งด้วยการลดการปฏิบัติงานของแรงงานมนุษย์ในสภาพแวดล้อมใต้ทะเลลึกอันซับซ้อน โดยหุ่นยนต์เคลื่อนที่ด้วยล้อตีนตะขาบและทำงานได้ลึกสุด 500 เมตร

อนึ่ง จีนกลายเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตติดตั้งพลังงานลมนอกชายฝั่งมากที่สุดในโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะจีนเดินหน้าความพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนแตะระดับสูงสุดภายในปี 2030 และความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2060

รัสเซียเตือนอาจโจมตีเบอร์ลิน หากเยอรมนีสนับสนุนขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ยูเครนโจมตีมอสโก

(29 พ.ค. 68) มาร์การิตา ซิโมนยาน บรรณาธิการบริหารของสำนักข่าว RT ของรัสเซีย ออกโรงเตือนว่า หากเยอรมนีให้การสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ยูเครนในการใช้ขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ โจมตีกรุงมอสโก รัสเซียอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบโต้ด้วยการโจมตีกรุงเบอร์ลิน

เป็นที่คาดการณ์ว่าเยอรมนีอาจส่งขีปนาวุธทอรัส ให้ยูเครนกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังจากนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ตซ์ ระบุว่า เยอรมนีและพันธมิตรได้ยกเลิกข้อจำกัดด้านระยะการใช้อาวุธของยูเครนแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเยอรมนีว่าจะมีการส่งมอบอาวุธดังกล่าว

ซิโมนยานโพสต์ข้อความว่า “หากเกิดการโจมตีกรุงมอสโกโดยอาวุธเยอรมันภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่เยอรมัน การตอบโต้ด้วยการยิงใส่กรุงเบอร์ลินจะเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” โดยเธอชี้ว่า ขีปนาวุธทอรัส จำเป็นต้องใช้บุคลากรเยอรมันในการควบคุมและตั้งโปรแกรม ซึ่งยูเครนไม่สามารถดำเนินการเองได้

ด้านโฆษกเครมลิน ดมีตรี เปสคอฟ เตือนว่าหากเยอรมนีตัดสินใจส่งมอบอาวุธดังกล่าวจริง จะเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างร้ายแรง และบ่อนทำลายความพยายามในการหาทางยุติสงครามในยูเครน ขณะที่รัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ เคยยืนยันมาตลอดว่าจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส เพราะเสี่ยงต่อการถูกดึงเข้าไปในความขัดแย้งโดยตรงกับรัสเซีย

เยอรมนีไม่ส่งขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ให้ยูเครน ห่วงคลังแสงเบอร์ลินไม่พอรับมือภัยคุกคาม

(15 ก.ค. 68) เยอรมนียืนยันจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส (Taurus) ให้ยูเครน แม้ยูเครนจะร้องขอมานาน โดยรัฐมนตรีกลาโหม บอริส พิสโตริอุส (Boris Pistorius) ระบุว่าจะช่วยเหลือด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) แทน ซึ่งเป็นของที่เยอรมนีซื้อจากสหรัฐฯ เพราะของที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้เหลือน้อย และยังต้องเก็บไว้ใช้ตามข้อผูกพันกับ NATO

พิสโตริอุสกล่าวว่า เยอรมนีมี Patriot เหลือเพียง 6 ชุดในประเทศ ขณะที่อีก 2 ชุดอยู่ในโปแลนด์ และอีกชุดใช้ในการฝึกหรือต้องซ่อมบำรุง จึงไม่สามารถแบ่งเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังมีบทบาทนำด้านความมั่นคงในยุโรป และต้องรับผิดชอบต่อแนวป้องกันฝั่งตะวันออกของ NATO

แม้ไม่ส่ง Taurus ซึ่งมีพิสัยยิงไกลถึง 500 กิโลเมตร แต่เยอรมนีจะยังเดินหน้าโครงการสนับสนุนยูเครน โดยในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เคียฟจะได้รับอาวุธระยะไกลที่ผลิตในเยอรมนีหลายร้อยระบบ ภายใต้ข้อตกลงการเงินที่เยอรมนีเป็นผู้สนับสนุนเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันยังเรียกร้องให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเพิ่มกำลังการผลิตครอบคลุมทั้งกระสุน โดรน และรถถัง โดยต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก “ซ่อมหรือสั่งซื้อเมื่อหมด” เป็นระบบผลิตต่อเนื่องเพื่อให้กองทัพพร้อมใช้งานเสมอ

หน่วยข่าวกรองรัสเซียแฉ!! ‘นายกฯ เยอรมนี’ สั่งซ่อนหลักฐาน การส่งมิสไซล์ทอรัส (Taurus) ให้ยูเครน…เพราะกลัวโดนหางเลข

(4 ก.ย. 68) สำนักข่าวสปุตนิกรายงานว่า กองข่าวกรองต่างประเทศรัสเซีย (SVR) ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟริดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) ได้สั่งให้ซ่อนการมีส่วนร่วมของเยอรมนีในการส่งมิสไซล์ทอรัส (Taurus) ไปยังยูเครนให้มากที่สุด 

SVR ระบุว่า เมิร์ซตระหนักถึงความเสี่ยงที่เยอรมนีอาจมีส่วนร่วมโดยตรงในการปฏิบัติการทางทหารต่อรัสเซีย จึงสั่งให้ลบเครื่องหมายโรงงานและเปลี่ยนชิ้นส่วนบางส่วนของมิสไซล์เพื่อปกปิดร่องรอย แต่ก็ยอมรับว่ามิสไซล์เหล่านี้ยังคงถูกใช้งานโดยเจ้าหน้าที่ทหารเยอรมันที่ส่งไปยูเครน

กองข่าวกรองต่างประเทศรัสเซียยังระบุว่า นักการเมืองเยอรมันกังวลว่าการใช้มิสไซล์ทอรัสกับรัสเซียอาจทำให้เกิดการตอบโต้แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจกระทบถึงทุกพื้นที่ของเยอรมนี ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญยุโรปหลายคนก็สงสัยต่อคำกล่าวเชิงรุนแรงที่ต่อต้านรัสเซียของนายกฯ เมิร์ซ ซึ่งสวนทางกับความพยายามของรัสเซีย และสหรัฐในการเจรจายุติสงครามกับยูเครน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top