Thursday, 4 June 2026
TAT

ททท. จัด Workshop 12 StartUp แลกเปลี่ยนแนวคิดพัฒนาอุตฯ ท่องเที่ยว

(31 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 22 ต.ค. 67 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้จัดกิจกรรม Founder First Date ภายใต้โครงการ TAT TRAVEL TECH STARTUP 2024 ณ ท่าเรือ ICONSIAM คลองสาน กรุงเทพฯ โดยมีนางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมทั้งคุณกิตติ พรศิวะกิจ กรรมการ ททท. ร่วมแสดงความยินดีและกล่าวเปิดงาน

กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ Travel Tech Startup ทั้ง 12 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครทั้งหมด 76 ทีม ได้ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนไอเดียร่วมกัน โดยได้รับคำแนะนำจากองค์กรพันธมิตรด้านการสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวหลากหลายภาคส่วน

รายชื่อทีมผู้ผ่านคัดเลือกทั้ง 12 ทีมได้แก่
1. AAppoint (บริษัท แอพพ้อยท์เม้นท์ เอนี่แวร์ จำกัด)
2. Ascend Travel (บริษัท แอสเซนด์ แทรเวิล จำกัด)
3. Carbonwize (บริษัท คาร์บอนไวซ์ จำกัด)
4. CARMEN (บริษัท คาร์เมน ซอฟต์แวร์ จำกัด)
5. CERO (บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด)
6. CFoot (บริษัท แพลนเน็ตซี จำกัด)
7. Giant Stride (บริษัท ไจแอนท์ สไตรด์ จำกัด)
8. HAUP (บริษัท ฮ๊อปคาร์ จำกัด)
9. SHIN Platform (บริษัท ชิบะรูม จำกัด)
10. Socialgiver (บริษัท โซเชียลโมชั่น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด)
11. YACHT ME Platform (บริษัท ยอร์ช มี คอร์เปอเรชั่น จำกัด)
12. สะอาดทริป (นายสิทธิเดช เฑียรแสงทอง)

ในงานยังมีผู้แทนจากองค์กรพันธมิตรเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), ธนาคาร SME D BANK, สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย, บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, SCBx NEXT TECH, The Able By KING POWER, ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC), บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด, สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย, Mission To The Moon, Greenery Media และ THE STATES TIMES

ทีมที่ผ่านเข้ารอบจะเข้าร่วมกิจกรรม TAT Startup Bootcamp 1-2 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันรอบสุดท้ายซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ณ SCBX Space สยามพารากอน ชิงเงินรางวัลรวม 350,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรในโครงการ

เชียงใหม่-เตรียมจัดงานเทศกาล Yi Peng Lanna Light Festival 2025 “ล้านนา บูชา และแสงไฟ”

“ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนาในงาน Yi Peng Lanna Light Festival 2025 – ล้านนา บูชา และแสงไฟ งานเทศกาลโคมไฟยี่เป็งสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้โครงการ Chiang Mai Two Moon 2025 แสงแห่งศรัทธา ส่องสว่างเชียงใหม่สู่สายตาทั่วโลก”

สมาคมการค้าวิศิษฏ์ล้านนาเพื่ออุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Social Lab เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ และหน่วยงานภาครัฐ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันจัดงานเทศกาล “Yi Peng Lanna Light Festival 2025 – ล้านนา บูชา และแสงไฟ” ภายใต้โครงการ “Chiang Mai Two Moon 2025” เพื่อสืบสานประเพณียี่เป็งที่สะท้อนศรัทธาและความงดงามทางวัฒนธรรมล้านนา พร้อมต่อยอดเป็น Soft Power และยกระดับเชียงใหม่สู่เมืองแห่งวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ มุ่งพัฒนางานท้องถิ่นศักยภาพสูงไปสู่เทศกาลระดับนานาชาติ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการตามแผน roadmap 5 ปี ระหว่าง 2565-2569 

จากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา ยังได้รับ รางวัล Asia Festival Award 2025 ในสาขา “Asia World Heritage City and Festival” และรางวัล “Asia Pinnacle Awards” จาก ”เทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่” อีกถึง 2 รางวัล ได้แก่ ด้าน “Best Event Program” และ ด้าน “Best PR & Marketing” อีกทั้ง เชียงใหม่ ยังได้รับให้เป็นเจ้าภาพ ในการจัดงาน IFEA Asia Pinnacle Awards & ASIA Festival City Conference 2026 อีกด้วย

งานแถลงข่าว “Yi Peng Lanna Light Festival 2025” และกิจกรรม Networking จัดขึ้น วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ โดยมีนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าว การเสวนาจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ อาทิ ผู้แทนผู้อำนวยการ สสปน. ภาคเหนือ ผู้อำนวยการททท. สำนักงานเชียงใหม่ นายกสมาคมการค้าวิศิษฏ์ล้านนาฯ ผู้แทนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์การยกระดับเทศกาลยี่เป็งสู่ Soft Power และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาค พร้อมกิจกรรม Networking (Business Matching) การแนะนำเส้นทางท่องเที่ยว แพ็กเกจเทศกาล กิจกรรม Workshop และการแนะนำเมนูอาหารพิเศษยี่เป็งจากโรงแรม และร้านอาหารชื่อดัง ก่อนปิดท้ายด้วยการรับประทานอาหารบรรยากาศ “Yi Peng Market”

“ยี่เป็ง” ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาวล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 ตามปฏิทินเหนือ หรือวันลอยกระทงของไทย ผู้คนจะร่วมกันสักการะพระธาตุ บูชาพระจันทร์ ลอยกระทง จุดผางประทีปเพื่อสะเดาะเคราะห์และอธิษฐานสิ่งมงคล เชียงใหม่จึงได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งแสงไฟ” จากทัศนียภาพโคมล้านนา ขบวนแห่ยี่เป็ง และประทีปรอบคูเมืองที่ส่องสว่างอย่างตระการตา โดยกำหนดจัดงานเทศกาล ตั้งแต่ 3-6 พฤศจิกายน 2568

ไฮไลท์กิจกรรมเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ 2568
• Yi Peng Market & Networking | วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ : เวที Business Matching 60 คู่ พร้อม Table Talk และ Product Showcase

• Yi Peng Journey Package & Yi Peng Passport | ตลอดเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2568 : รวมโปรโมชั่นพิเศษจากโรงแรม ร้านอาหาร สปา และงานหัตถกรรม พร้อมแผนที่ท่องเที่ยวล่ารางวัล

• Yi Peng Cultural Night Walk | วันที่ 3–5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป : เดินชมเส้นทางกลางเมืองเชียงใหม่ในธีม “ล้านนา บูชา และแสงไฟ” 
และวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 18.00 น. เป็นต้นไป พบเส้นทางชมขบวนรถยี่เป็งสุดยิ่งใหญ่ โดยเทศบาลนครเชียงใหม่

• กิจกรรม “ต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ครั้งที่ 14 | วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และ 4 แจ่งเมืองเชียงใหม่ ด้วยการจุดผางประทีปนับหมื่นดวงรอบคูเมือง พร้อมทั้ง พิธีเปิดและชมขบวน แห่ช่างฟ้อนกว่า 500 คน จากประตูท่าแพ เดินตามถนนราชดำเนินไปยังถนนพระปกเกล้า ถึงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และ วันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2568 กิจกรรมการจุดผางประทีปบูชา พร้อมกิจกรรม Workshop เชื่อมโยงชุมชน ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ยี่เป็งเชียงใหม่สุดยิ่งใหญ่ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างเฝ้ารอชมความสวยงามกันอย่างคึกคัก

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน “ต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ฟรี ได้ที่
👉 https://forms.gle/AQSACkaKAtdnFRX26

อย่าลืมติด Hashtag เพื่อลุ้นรับของรางวัลจากเทศกาล #YiPengChiangMai2025 #YiPengNightWalk #YiPengPassport #TCEB #TAT #visitlanna

ร่วมวิสัยทัศน์ “Digital Tourism” ติดอาวุธ AI ให้ผู้บริหาร ททท. โซนยุโรป รุกตลาดท่องเที่ยวโลก

กรุงเทพมหานคร (13 กรกฎาคม 2567) – ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ อดีตผู้บริหารองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำของโลกและ AI Advocate ระดับแนวหน้าของเมืองไทย ได้รับเกียรติจาก นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อ การปรับตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยภายใต้บริบทดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและข้อมูลในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างแม่นยำ ให้แก่กลุ่มผู้บริหารและผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานในโซนยุโรป เพื่อยกระดับกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสู่ระดับสากล

โดยไฮไลต์สำคัญจากการบรรยาย ได้แก่ 4 เสาหลักสู่ความสำเร็จ (The 4 Strategic Pillars) ซึ่งทางดร. มนธ์สินี ได้นำเสนอแนวทางเชิงรุกสำหรับ ททท. และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่:

  1. Online Influencer Marketing: การใช้ Micro-influencers ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่ม (Niche) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นการมีส่วนร่วมผ่านแคมเปญที่โต้ตอบได้จริง
  2. Video & Short-Form Content: เน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) ผ่าน TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts รวมถึงการทำ Live Streaming เพื่อสร้างความต้องการท่องเที่ยวแบบฉับพลัน
  3. OTA Advancement: การใช้ AI-powered virtual assistants และเทคโนโลยีล่าสุดบนแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ เพื่อมอบประสบการณ์การบริการที่ไร้รอยต่อและตรงใจผู้ใช้งาน
  4. Data Analytics & AI: การเปลี่ยนผ่านจาก Traditional Approach ไปสู่ Data-driven Strategy โดยใช้ Google Big Query และ Machine Learning ในการวิเคราะห์ "User Propensity Score" เพื่อทำนายพฤติกรรมและแบ่งกลุ่มลูกค้าแบบ Hyper-segmentation

เข้าใจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวด้วยการสร้าง "Customer Propensity" และการวัดค่า CLV

ดร.มนธ์สินี เน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวสมัยใหม่คือการรู้จักลูกค้าให้ลึกซึ้ง (Know Your Consumers) ผ่านการวิเคราะห์ Data Profile ทั้งพฤติกรรมการใช้จ่าย, ฤดูกาลที่มีผลต่อการตัดสินใจ และการคำนวณ Customer Lifetime Value (CLV) เพื่อให้ ททท. สามารถออกแบบแคมเปญการตลาดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน

"การปรับเปลี่ยนสู่กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนวิธีที่เราตอบคำถามสำคัญๆ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างค่าใช้จ่ายและประเทศต้นทาง หรือปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง เพื่อให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ" ดร.มนธ์สินี กล่าว

 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top