Thursday, 4 June 2026
Spotify

ยอดสตรีมเพลงลิซ่าบน Spotify แตะ 1,000 ล้านครั้ง ไวที่สุดในประวัติศาสตร์ K-Pop โดยใช้เวลาแค่ 411 วัน

ทำเอาชาวบลิ้งค์ปลื้มปริ่ม กรี๊ดแตกกันยกด้อมเลย หลังมีการรายงานว่า ช่องทางสตรีมเพลงใน Spotify ของลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK มียอดการเข้าถึง 1,000 ล้านสตรีมไวที่สุดในประวัติศาสตร์ K-Pop แบบไม่แบ่งชายหญิง ไม่แบ่งกลุ่มและเดี่ยว ไม่แบ่ง Gen ไม่ต้องจัดอันดับแค่ในค่าย แต่คือไวที่สุดใน K-pop ใช้เวลาเพียงเเค่ 411 วันเท่านั้นด้วยเพลงเพียง 3 เพลง ในฐานะศิลปินเดี่ยว

โดย 3 เพลงของลิซ่าที่อยู่ใน Spotify ได้แก่ เพลง MONEY, LALISA และเพลง SG ที่ร่วมกับ DJ Snake 

ซึ่งหลังจากที่มีรายงานนี้ออกมา ชาวบลิ้งค์ทั่วโลกต่างพากันติดเเฮชเท็ก #LISA1BillionOnSpotify เพื่อแสดงความยินดี และชื่นชมความสามารถของลิซ่าในครั้งนี้ด้วย


ที่มา : https://cloutnews.com/lisa-of-blackpink-becomes-the-fastest-k-pop-artist-to-reach-1-billion-streams-on-spotify/

‘กินเนสส์บุ๊ก’ ประกาศ ‘BLACKPINK’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 Girl Group ที่มียอดสตรีมมิงสูงที่สุดใน Spotify

(10 มี.ค. 66) ขึ้นแท่นเป็นวง Girl Group ประดับตำนานของวงการ K-POP ไปแล้วสำหรับสาว ๆ BLACKPINK ที่ล่าสุด Guinness World Records ขอบันทึกสถิติใหม่อีกครั้ง ขึ้นแท่นเป็นที่มียอดสตรีมมิงสูงสุด

แม้ว่าสาว ๆ BLACKPINK จะยังไม่ได้ออกผลงานเพลงใหม่ แต่ Guinness World Records ก็ต้องมาบันทึกสถิติให้สาว ๆ หลังขึ้นแท่นเป็น Girl Group ที่มียอดสตรีมมิงสูงสุดใน Spotify ทำลายสถิติของ Girl Group ชื่อดังอย่าง ‘Little Mix’

จากสถิติได้ถูกบันทึกเอาไว้ว่าเพลงจอง BLACKPINK ได้รับการสตรีมมิงไปมากถึง 8,880,030,049 ครั้ง เพลงที่ได้รับการสตรีมมิงมากที่สุดคือ เพลง ‘How You Like That’ อยู่ที่ 746,198,263 ครั้ง, เพลง ‘Kill This Love’ อยู่ที่ 672,084,360 ครั้ง และเพลง ‘DDU-DU DDU-DU’ อยู่ที่ 574,613,362 ครั้ง

ปังไม่หยุด!! ‘ลิซ่า BLACKPINK’ พาเพลง ‘MONEY’  คว้าแชมป์ยอดสตรีมสูงสุดใน Spotify ของฝ่ายหญิง 

(10 ก.ค. 66) นับตั้งแต่ปล่อยเพลงฮิต ‘LALISA’ และ ‘MONEY’ ในปี 2021 ลิซ่า ก็มุ่งมั่นสร้างชื่อของเธอในประวัติศาสตร์ ในฐานะหนึ่งในศิลปินเดี่ยวเอเชียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา โดยเธอได้สร้างสถิติใหม่โดยกินเนสส์เรคคอร์ด เป็นศิลปินเดี่ยวเคป๊อปที่ได้รับรางวัลสำคัญมากมาย รวมถึง VMA และ EMA อันทรงเกียรติ

อีกทั้งเธอยังเป็นผู้หญิงที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบน บัญชี Instagram ฝั่งเอเชีย และครองแชมป์ Youtube, Spotify, iTunes, Shazam และแพลตฟอร์มหลักอื่น ๆ รวมถึงการโอ้อวดเกี่ยวกับการได้รับเกียรติในรายการ A100 ของชาวเอเชียที่มีอิทธิพลมากที่สุดของ Gold House นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงพลังของไอคอน K-pop และสมาชิก BLACKPINK

แม้จะมีสิ่งที่น่าประทับใจมากมายที่เธอทำสำเร็จในเวลาเพียงสองปี แต่ลิซ่ายังคงสร้างเหตุการณ์สำคัญที่น่าประทับใจบน Spotify ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘Money’ มียอดสตรีมเกิน 822 ล้านครั้ง กลายเป็นเพลงของศิลปินเคป็อปหญิง ที่มียอดสตรีมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ Spotify แซงหน้าเพลง 'How You Like That' ของวงเธอเอง (815 ล้านสตรีม)

'ลิซ่า' รับโล่เงินพันล้านสตรีมบน 'Spotify' สร้างตำนานศิลปินเคป๊อปหญิงคนแรกที่ทุบสถิตินี้

แม้จะเจอดรามาไม่พักแต่ ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ หรือ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ก็ยังคงพาตนเองเดินหน้าประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง 

โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 66 Spotify (สปอติฟาย) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงชื่อดัง ได้โพสต์คลิปสั้น 22 วินาที ขณะมอบโล่สีเงินขนาดใหญ่ ปั้มโลโก้ Spotify ซึ่งเป็นโล่ที่มอบให้กับศิลปินที่มียอดสตรีมเพลงมากกว่า 1 พันล้านครั้ง ให้แก่ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ หรือ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล 1 ใน สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป BLACKPINK โดยระบุข้อความว่า “ทำลายสถิติและสมควรได้รับมัน บุคคลต่อไปที่จะถูกแนะนำใน #BillionsClub ได้แก่ ลิซ่า ตอนที่ 4 มาแล้ว”

ซึ่งโล่จานเงินขนาดใหญ่นี้ เพื่อเป็นรางวัลให้กับ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ เจ้าของสถิติศิลปินเดี่ยว K-POP ผู้หญิงคนแรกที่ได้ 1,000 ล้านสตรีมบน Spotify ซึ่งจะมีศิลปินเดี่ยวเพียง 4 คนเท่านั้นที่ได้รับเชิญใน Spotify's Billions Club The Series คือ Bad Bunny, Post Malone , Billie Eilish และล่าสุด ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ในฐานะศิลปินเดี่ยวคนแรกของ K-Pop ที่มีเพลงถึง 1,000 ล้านสตรีม บน Spotify

'ลิซ่า BLACKPINK' ได้ทุบสถิติระดับโลก จากผลงานเพลงโซโล่อย่างเพลง 'MONEY' ซึ่งกลายเป็นผลงานจากศิลปินเดี่ยวเคป๊อป และศิลปินหญิงเคป๊อปเพลงแรก รวมถึงศิลปินคนแรกจากค่าย YG Entertainment ที่มียอดสตรีมบน Spotify ถึง 1,000 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นเพลงเปิดตัวครั้งแรกของศิลปินเคปป๊อปที่สามารถทุบสถิตินี้ได้ 

คนฟังแยกไม่ออก?? โพลชี้ 97% ให้คำตอบไม่ได้ เพลงไหน AI เพลงไหนคนร้อง ศึกหนัก!! ศิลปินตัวจริงเริ่มแทรกยาก หลังเพลง AI ทะยานขึ้นอันดับ 1 บน Billboard

ผลสำรวจใหม่โดย Ipsos ร่วมกับแพลตฟอร์มสตรีมมิง ดีเซอร์ (Deezer) เผยว่า ถึงยุคที่คนส่วนใหญ่แทบจะแยกไม่ออกแล้วว่าเพลงไหนแต่งโดยมนุษย์ หรือเพลงไหนสร้างจากปัญญาประดิษฐ์ จากการให้กลุ่มตัวอย่าง 9,000 คนฟังเพลง 3 คลิป (2 คลิปเป็นเพลงที่สร้างด้วย AI ล้วน ๆ อีก 1 คลิปเป็นเพลงมนุษย์แต่ง) ผลคือ 97% ระบุไม่ได้ว่าคลิปไหนคือเพลงจาก AI ขณะที่กว่าครึ่งยอมรับว่ารู้สึก “ไม่สบายใจ” กับการที่แยกไม่ออกแบบนี้ และเกินครึ่งกังวลว่า AI จะทำให้เพลงคุณภาพต่ำหลั่งไหลขึ้นแพลตฟอร์ม พร้อมกลัวว่าความคิดสร้างสรรค์จะถูกลดทอน

ดีเซอร์ระบุว่า ทุกวันนี้มีเพลงที่สร้างด้วย AI ถูกอัปโหลดขึ้นแพลตฟอร์มมากขึ้นอย่างชัดเจน และไม่ได้แค่อยู่เฉย ๆ แต่มีคนฟังจริง ๆ ด้วย เดือนมกราคมที่ผ่านมา ประมาณ 1 ใน 10 ของเพลงที่ถูกสตรีมต่อวัน เป็นเพลงที่ใช้ AI สร้างทั้งหมด แต่ผ่านไปเพียงสิบเดือนตัวเลขพุ่งเป็นกว่า 1 ใน 3 หรือราว 40,000 เพลงต่อวัน จน 80% ของคนในโพลบอกตรง ๆ ว่าอยากให้ “เพลงจาก AI ถูกติดป้ายแจ้งชัดเจน” ซึ่งตอนนี้ Deezer เป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิงรายใหญ่รายเดียวที่ติดป้ายเพลง AI แบบเป็นระบบ หลังเคยมีกรณีวงอินดี้นามว่า The Velvet Sundown โด่งดังใน Spotify ก่อนเจ้าตัวจะยอมรับภายหลังว่าเป็น “โปรเจ็กต์ดนตรีสังเคราะห์” ที่สร้างด้วย AI ทั้งหมด

ฝั่งวงการเพลงกระแสหลักก็เริ่มสะเทือน เมื่อเพลงคันทรี “Walk My Walk” ในนามวง Breaking Rust ซึ่งใช้เสียงนักร้องชายที่สร้างจาก AI ถูกสื่อสหรัฐรายงานว่าขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเจเนอเรทีฟ AI สามารถขึ้นอันดับ 1 ชาร์ต Country Digital Song Sales ของบิลบอร์ดในสหรัฐ ทั้งที่ตัวเพลงเนื้อหาค่อนข้างมาตรฐานแบบสูตรสำเร็จ แต่กลับปั้นฐานแฟนได้เกิน 2 ล้านผู้ฟังต่อเดือนใน Spotify มีหลายเพลงทะลุหลักล้านสตรีม โดยเบื้องหลังมีชื่อ Aubierre Rivaldo Taylor เป็นผู้แต่งและโปรดิวซ์ พร้อมสร้างเพลงแนวดุเดือดด้วย AI ในนาม Defbeatsai อีกชุดหนึ่ง

แนวโน้มนี้ยิ่งชัดเมื่อ บิลบอร์ด (Billboard) ระบุว่า ในทุกสัปดาห์ตลอดเดือนที่ผ่านมา มักมี “ศิลปิน AI หรือศิลปินที่ใช้ AI ช่วย” ติดชาร์ตอย่างน้อยหนึ่งราย ขณะเดียวกันค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ก็ไม่ยอมตกขบวน มีการเซ็นดีลมูลค่ามหาศาลกับแพลตฟอร์ม AI ดนตรี เช่น ดีลลิขสิทธิ์ระหว่าง Universal Music Group กับแอปสร้างเพลง AI อย่าง Udio เพื่อปูทางสู่แพลตฟอร์มคอนเทนต์ใหม่ ด้าน Spotify เองก็โดนจับตาหนักเรื่อง “คลื่นเพลง AI คุณภาพต่ำ” ที่ถาโถมเข้าแพลตฟอร์ม จนต้องออกนโยบายปราบสแปมและการแอบอ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นประกาศแบนเพลงจาก AI โดยตรง

ท่ามกลางกระแสนี้ นักวิชาการด้านดนตรีเตือนว่าศิลปินตัวจริงกำลังลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะต้องแข่งกับ “วง AI” ที่ผลิตเพลงได้ไม่รู้จบในต้นทุนต่ำ เจสัน พาลามารา (Jason Palamara) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยีดนตรีจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา ระบุว่า การมาของวงดนตรีสังเคราะห์จะยิ่งทำให้ศิลปินที่เป็นมนุษย์ “เจาะแพลตฟอร์มสตรีมมิง” อย่าง Spotify หรือ Apple Music ได้ยากขึ้นไปอีก ทั้งในแง่การมองเห็นและรายได้

ขณะเดียวกัน ในด้านกฎหมายก็เริ่มเดือดไม่แพ้กัน เมื่อศาลเมืองมิวนิกในเยอรมนีตัดสินให้ OpenAI เจ้าของ ChatGPT แพ้คดีละเมิดสิทธิผู้ประพันธ์ จากการที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ใช้เนื้อเพลงยอดนิยมของศิลปินเยอรมันในการฝึก โดยไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์หรือขออนุญาตอย่างถูกต้อง ศาลชี้ว่าการที่ ChatGPT สามารถแสดงเนื้อเพลงได้ตรงกับต้นฉบับหรือใกล้เคียงในระดับสูง “ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นเพียงความบังเอิญ” และถือเป็นการทำซ้ำเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่ง OpenAI อาจต้องจ่ายค่าเสียหาย แม้จำนวนเงินยังไม่ถูกเปิดเผยก็ตาม

คดีนี้ถูกยื่นโดย GEMA สมาคมที่ดูแลสิทธิผู้ประพันธ์ในเยอรมนี ซึ่งใช้ตัวอย่างเพลงชื่อดัง 9 เพลง รวมถึง “Männer”, “In der Weihnachtsbäckerei” และ “Atemlos” มาเป็นหลักฐาน ศาลอ้างอิงกฎหมายสิทธิผู้ประพันธ์ (Urheberrecht) ของเยอรมนี ที่ให้ความสำคัญกับ “ตัวผู้สร้างสรรค์งาน” มากเป็นพิเศษ และมองว่าสิทธิ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่โอนให้ใครง่าย ๆ เหมือนโมเดลลิขสิทธิ์แบบอังกฤษ–อเมริกัน ทนายของ GEMA มองว่าคำตัดสินนี้อาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของยุโรปทั้งทวีป เพราะกฎส่วนถูกกลไกสหภาพยุโรปทำให้สอดคล้องกัน

ด้าน OpenAI ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน กำลังพิจารณายื่นอุทธรณ์ และย้ำว่าบริษัทเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมกำลังเจรจากับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อหาทางจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ ขณะเดียวกัน สหภาพนักข่าวในเยอรมนีก็ออกมาใช้จังหวะนี้อ้างว่า “การใช้เนื้อหาสื่อและบทความไปฝึก AI โดยไม่จ่ายค่าตอบแทน” เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเช่นกัน และเรียกร้องให้บริษัท AI ต้องจ่ายค่าชดเชยให้คนทำคอนเทนต์

ภาพรวมจึงกลายเป็นโลกดนตรีที่คนฟัง “แทบแยกไม่ออกว่าอะไรคือมนุษย์ อะไรคือ AI” ขณะที่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยคำถามเรื่องความโปร่งใส การติดป้ายบอกผู้ฟัง ความเป็นธรรมกับศิลปินตัวจริง และศึกษากฎหมายลิขสิทธิ์ที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น สงครามเพลงยุคใหม่จึงไม่ได้แข่งกันแค่บนชาร์ต แต่ยังแข่งกันในห้องประชุมทนายและสภานิติบัญญัติทั่วโลกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top