Friday, 30 October 2026
RSI2569

ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ!! ดัชนี RSI ต.ค. 2569 ชี้ขยายตัวได้ ภาคใต้-อีสาน โตเด่น รับเทศกาลวันหยุดยาว เสี่ยงภัยแล้ง-ต้นทุนสูง กระทบบ้าง รัฐเร่งมาตรการหนุนกำลังซื้อและลงทุน

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (Thailand Regional Economic Sentiment Index: RSI) ประจำเดือนตุลาคม 2569

“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนตุลาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคภายใน 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการเป็นสำคัญ เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังติดตามประเด็นความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ร้อนและภัยแล้งจากผลของเอลนีโญ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงเป็นสำคัญ”

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนตุลาคม 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนตุลาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคภายใน 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการเป็นสำคัญ เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังติดตามประเด็นความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ร้อนและภัยแล้งจากผลของเอลนีโญ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และราคาต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงเป็นสำคัญ” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 72.5 ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจภายใน 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว และมีการจัดงานเทศกาลหลายงาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในพื้นที่ รวมถึงอุปสงค์ต่อสินค้าจากทั้งในและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังเป็นแรงสนับสนุนกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 72.2 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้โดยมีแรงหนุนหลักจากภาคบริการและภาคเกษตร จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นการบริโภค การจ้างงาน และการลงทุนในภาคบริการ อีกทั้งจะเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวนาปี ข้าวนาปรัง อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง ประกอบกับแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกร กระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่น และสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 71.4 แสดงถึงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจใน 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ดี โดยมีปัจจัยบวกจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นจากการจัดงานประเพณีและเทศกาลสำคัญในหลายพื้นที่ รวมถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และการดำเนินมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่คาดว่าจะมีต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 69.0 สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่ยังคงขยายตัวได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคการลงทุนและภาคอุตสาหกรรม ตามแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนในพื้นที่ EEC มาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับแนวโน้มความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมจากทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 66.9 ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 66.4 สะท้อนว่าเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยภาคบริการและการจ้างงานได้รับอานิสงส์จากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว คำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดส่งออกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีต่อเนื่องและการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมการผลิตและความต้องการแรงงานในระยะข้างหน้า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 64.6 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ จากการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ทางด้านดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 61.4 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ รวมถึงการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังต้องติดตามประเด็นความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ต้นทุนพลังงาน ภาระค่าครองชีพ และกำลังซื้อของประชาชนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในระยะต่อไป

https://www.mof.go.th/.../%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0...

ที่มา : https://www.facebook.com/100069288816651/posts/1449591037360510/?rdid=7Kxrz6JogmY0MKBb#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top