Thursday, 4 June 2026
RIP

‘พอล มนุษย์ปอดเหล็ก’ 1 ใน 2 คนสุดท้ายของโลก เสียชีวิตแล้ว หลังป่วยโปลิโอเป็นอัมพาต ต้องนอนในถังมานานกว่า 70 ปี

(15 มี.ค. 67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘พอล อเล็กซานเดอร์’ หรือ พอล ปอดเหล็ก ‘มนุษย์ปอดเหล็ก’ 1 ใน 2 คนสุดท้ายของโลก ผู้ป่วยโปลิโอและต้องใช้ชีวิตในเครื่องปอดเหล็ก ซึ่งเป็นกระบอกโลหะขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนความกดอากาศเพื่อกระตุ้นการหายใจ โดยเขาอยู่ในเครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานานกว่า 70 ปี เสียชีวิตแล้ว หลังจากครบรอบวันเกิดปีที่ 78 ของเขาไปได้ไม่นาน

พอล อเล็กซานเดอร์ เป็นชาวเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ตอนที่เขาอายุได้ 6 ขวบ พอล อเล็กซานเดอร์ ก็ติดเชื้อและป่วยเป็นโรคโปลิโอ แม้ว่าจะรอดชีวิตมาได้ แต่โรคร้ายก็ทำให้เขากลายเป็นอัมพาตเกือบทั้งตัว กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการหายใจทำงานไม่ได้ตามปกติ ส่งผลให้ต้องนำร่างกายของเขาตั้งแต่คอลงไปเข้าอยู่ในเครื่องช่วยหายใจทรงกระบอกขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Iron lung เกือบตลอดเวลา ซึ่งกลายเป็นที่มาของฉายา ‘มนุษย์ปอดเหล็ก’

ต่อมาครอบครัว 'พอล อเล็กซานเดอร์' โพสต์ข้อความเพื่อแจ้งข่าวการเสียชีวิตของเขา โดยก่อนหน้านั้นก็มีข้อความจาก คริสโตเฟอร์ อัลเมอร์ ผู้ก่อตั้งเพจรับบริจาคเพื่อหาค่าใช้จ่ายในการรักษาให้ ‘พอล อเล็กซานเดอร์’ ในเว็บไซต์ของ GoFundMe เนื่องจากเขาโดนฉ้อโกงจนแทบไม่เหลือเงินในการดำรงชีวิต ยืนยันว่า ‘พอล อเล็กซานเดอร์’ เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เขาเสียชีวิต

โดยพบว่าก่อนการเสียชีวิตนั้น เมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ‘พอล อเล็กซานเดอร์’ ติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เข้าใช้เวลาในการรักษา 2 สัปดาห์ เมื่อแพทย์พบว่าไม่มีเชื้อไวรัสในร่างกายเขา ‘พอล อเล็กซานเดอร์’ ก็ได้กลับบ้าน แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า โควิด-19 เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของชายปอดเหล็กคนนี้หรือไม่

สิ้น!! 'ชิเกอิจิ เนกิชิ' ผู้สร้าง 'Sparko Box' ต้นแบบ 'คาราโอเกะ' เครื่องแรกของโลก

(18 มี.ค.67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'อัตสึมิ ทาคาโนะ' ลูกสาวของ 'ชิเกอิจิ เนกิชิ' ได้ออกมาแจ้งข่าวร้ายว่า 'ชิเกอิจิ เนกิชิ' ผู้สร้างเครื่องคาราโอเกะเครื่องแรกของโลกได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 100 ปี โดย 'ชิเกอิจิ เนกิชิ' สร้างเครื่องคาราโอเกะมาตั้งแต่ปี 1967 โดยตั้งชื่อให้มันว่า 'Sparko Box' เป็นอุปกรณ์ลักษณะเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมบรรจุเทปคาสเส็ต 8 แทร็ก สามารถบรรเลงเสียงเพลงจากเทปให้ผู้คนได้ร้องตามแบบอัตโนมัติ โดยที่คนร้องต้องอ่านเนื้อเพลงจากสมุดเล่มเล็กที่แถมมาให้

'Sparko Box' จะมีกระแสตอบรับที่ดีมากจากผู้ที่ได้ลองใช้งานตามคลับและบาร์ แต่บรรดาเจ้าของบาร์ต่างพากันตีกลับเครื่องร้องคาราโอเกะดังกล่าวกลับไปยังโรงงานภายในเวลาไม่นาน เพราะเกิดกระแสความหวาดกลัวขึ้นในหมู่นักร้อง-นักดนตรีสมัยนั้น โดยกลัวว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่คน นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จ 

ต่อมาปี 1970 'ไดสุเกะ อิโนะอุเอะ' นักดนตรีชาวญี่ปุ่นได้สร้างเครื่องร้องคาราโอเกะชื่อว่า '8 Juke' ขึ้นพร้อมทั้งมีการปรับแต่งคีย์เพลงต่างๆ ให้คนทั่วไปสามารถร้องตามได้ง่ายขึ้น ก่อนจะกลายเป็นต้นแบบของเครื่องร้องคาราโอเกะที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่ 'ชิเกอิจิ เนกิชิ' ก็ยังได้รับการจดจำในฐานะบุคคลผู้ประดิษฐ์เครื่องคาราโอเกะเป็นเครื่องแรกของโลก

สิ้น ‘ดุก คาราบาว’ มือคีย์บอร์ดประจำวง เสียชีวิตลงอย่างเฉียบพลันในวัย 70 ปี

(19 มี.ค. 67) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลแกลง จ.ระยอง หลังได้รับแจ้งว่า นายลือชัย งามสม หรือ ดุก วงคาราบาว มือคีย์บอร์ด ได้เสียชีวิตลงอย่างเฉียบพลัน ที่ จ.ระยอง นายลือชัย งามสม หรือ ดุก คาราบาว เป็นมือคีย์บอร์ด ของวงคาราบาว ร่วมงานกับวงคาราบาวตั้งแต่อัลบั้มวิชาแพะ ในปี พ.ศ. 2534 จนถึง พ.ศ. 2567

จากการสอบถาม นางสาว พัชมณ สรรพคุณ อายุ 54 ปี น้องสาว เล่าให้ทีมข่าวเราฟังว่า นายลือชัย หรือดุก ได้เล่นคอนเสิร์ตครั้งล่าสุดที่เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ที่โรงเรียนตลิ่งชัน จ.สุพรรณบุรี หลังจากนั้นได้พักอยู่บ้านที่ กทม. และวันที่ 17 มีนาคม นายลือชัย หรือดุกได้เดินทางกลับมาพักที่บ้าน ถนนกระเพรา ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง

เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 18 มีนาคม นายลือชัย หรือดุก ได้เข้าห้องน้ำภายในบ้านนานพอสมควร ตนกับญาติๆ จึงได้เปิดห้องน้ำเข้าไปดู เห็นว่า นายลือชัย หรือดุก นั่งอยู่บนชักโครก ในลักษณะนั่งหงายหลังบนชักโครก พบว่า นายลือชัย หรือดุก แย่นิ่งหมดสติไปแล้ว หลังจากนั้นตนและญาติได้นำตัว นายลือชัย หรือดุก รีบส่ง รพ.แกลง แต่ไม่ทัน และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เวลา 19.36 น.

จากการสอบถาม นางเพชรรัตน์ งามสม อายุ 70 ปี ภรรยา เล่าให้ทีมข่าวเราฟังว่า นายลือชัย หรือดุก ป่วยเป็นโรคหัวใจ และได้ทำบอลลูนมาแล้วก็เป็นปกติ สามียังคงเล่นคอนเสิร์ตอยู่ตลอดคงเหนื่อย แต่เขามีความสุขของเขา แต่พอไม่สบายก็จะไปหาหมอที่ รพ. ไม่ค่อยฝืนเล่นดนตรี ตนมาทราบข่าวในวันที่สามีเสียชีวิต มีน้องสาวของสามีโทรมาบอก

ทั้งนี้ ทางญาติรับศพออกจาก รพ.แกลง เวลา 11.50 น. และเดินทางโดยมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง เพื่อไปบำเพ็ญกุศลศพ ที่ กทม.

สิ้น ‘ดร.พีระพงศ์ ตริยเจริญ’ หนึ่งในผู้ก่อตั้งระบบทีแคส เกิดอาการหัวใจหยุดเต้น ระหว่างเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น

(20 มี.ค.67) รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรับเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และผู้จัดการระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (ทีแคส) เปิดเผยว่า ดร.พีระพงศ์ ตริยเจริญ หรือ อ.ก๊อง อดีตผู้จัดการระบบทีแคส ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ในวันนี้ ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ดร.พีระพงศ์เสียชีวิตระหว่างเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเพิ่งเที่ยววันแรกก็เกิดหัวใจหยุดเต้น ระหว่างที่ ดร.พีระพงศ์หัวใจหยุดเต้นนั้น ทางไกด์และบริษัททัวร์ที่ทำการ CPR ดร.พีระพงศ์ก็ฟื้นขึ้นมา แต่ผ่านไป 1 ชั่วโมง ก็หัวใจหยุดเต้นอีกครั้งและเสียชีวิตไป

รศ.ดร.ชาลี กล่าวต่อว่า ดร.พีระพงศ์มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจอยู่แล้ว และยังมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ มีการหยุดหายใจระหว่างนอนบ้าง ที่ผ่านมา ดร.พีระพงศ์ก็รักษาตัวมาตลอด คาดว่าอาการนั้นอาจจะกำเริบจึงทำให้เสียชีวิต ขณะนี้ร่างของ ดร.พีระพงศ์ยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น อยู่ระหว่างประสานสถานทูตเพื่อนำร่างกลับประเทศไทยในเร็วๆ นี้

“ตอนนี้ทุกคนกำลังช็อกมาก ถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญ เพราะ ดร.พีระพงศ์เป็นหนึ่งในทีมที่ก่อตั้งระบบทีแคสด้วยกัน ช่วงปี 2561 ที่ก่อตั้งระบบทีแคสปีแรก ดร.พีระพงศ์เป็นผู้ดูแลระบบไอทีและระบบการรับสมัครต่างๆ พร้อมกับดูแลการบริหารจัดการสิทธิด้วย ต่อมาในปี 2562-2564 ดร.พีระพงศ์ขึ้นมาเป็นผู้จัดการระบบทีแคส จนผมมาเป็นผู้จัดการระบบทีแคสต่อในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน

ในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เสียใจที่ได้ยินข่าวนี้ เพราะถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญ ไม่น่าเชื่อว่า ดร.พีระพงศ์จะจากไปเร็วขนาดนี้ และทุกวันนี้ ดร.พีระพงศ์ยังคงเป็นวิทยากรใน ทปอ. ให้ความรู้เรื่องการพัฒนาคุณภาพหลักสูตร ทั้งยังเป็นคณะกรรมการที่ดูแลด้านวิชาการของ ทปอ. ทำงานประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ในเรื่องกระบวนการอนุมัติหลักสูตรการประกันคุณภาพหลักสูตรอยู่ต่อเนื่อง” รศ.ดร.ชาลีกล่าว

‘เมฆ วินัย’ เสียชีวิตอย่างสงบ ในวัย 54 ปี หลังเกิดภาวะความดันตก-ติดเชื้อในกระแสเลือด

(21 มี.ค.67) เป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงอีกครั้ง เมื่อ ‘เอ๋ อรชัญญาช์’ ภรรยาของอดีตพระเอกร้อยล้าน ‘เมฆ วินัย ไกรบุตร’ ได้ออกมาแจ้งข่าวว่า ‘เมฆ วินัย’ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 23.49 น. เมื่อวานนี้ (20 มี.ค.) ด้วยภาวะความดันตก ติดเชื้อในกระแสเลือด และสิ้นใจในเวลาต่อมา

ซึ่ง ‘เมฆ วินัย’ ทุกข์ทรมานจากการป่วยเป็นโรคตุ่มน้ำพองมากว่า 5 ปี อาการขึ้นๆ ลงๆ มาโดยตลอด แต่ก็ได้ ‘เอ๋ อรชัญญาช์’ ภรรยาคู่ชีวิตและครอบครัวที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมกับขายผลิตภัณฑ์ calcy collagen เพื่อนำรายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว จากนั้นเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนทุกคนจะเริ่มมีความหวังมากขึ้น เมื่อ ‘หนุ่ม คงกระพัน’ ในฐานะเพื่อนสนิท ได้เริ่มพา ‘เมฆ วินัย’ ไปพบ ‘อ.ไพศาล แสนไชย’ ที่นิมิตรเห็นถึงกรรมเก่าและได้แนะนำให้ ‘เมฆ วินัย’ ไปทำการขออโหสิกรรมจากคนที่เชื้อว่าเคยก่อกรรมมาเมื่ออดีตชาติ เมื่อได้ไปขออโหสิกรรมจนครบทุกคน อาการก็ดูเหมือนจะดีขึ้นมาตามลำดับ แผลเริ่มแห้งขึ้นมาก

แต่แล้วเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ‘เมฆ วินัย’ ต้องเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาลด่วน ด้วยอาการเป็นลมในห้องน้ำ 3 วันติด ทางครอบครัวจึงตัดสินใจพาส่งโรงพยาบาลทันที ผลคือร่างกายขาดธาตุเหล็ก ขาดวิตามินแร่ธาตุ และสารอาหารหลายตัว ทำให้ร่างกายรับไม่ไหว บวกกับโรคตุ่มน้ำพองที่มีอยู่เดิมด้วย จนในที่สุดเมื่อเวลา 23.49 น. ของวันที่ 20 มีนาคม ‘เมฆ วินัย’ ก็เสียชีวิตลงอย่างสงบ ด้วยภาวะความดันตก และติดเชื้อในกระแสเลือด สิริอายุ 54 ปี

‘กีรติ รัชโน’ ปลัดพาณิชย์ เสียชีวิตอย่างสงบ ในวัย 56 ปี หลังเข้ารับการรักษาตัวจากอาการป่วยวูบ-ล้มในบ้านพัก

(19 เม.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีอาการป่วยวูบและล้มที่บ้านพัก เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีนั้น

ล่าสุดทางครอบครัวรัชโน แจ้งให้ทราบว่า “พ่อจั่น ได้จากไปแล้วอย่างสงบ ในวันที่ 19 เม.ย. 2567 เวลา 03.28 น. ก่อนที่พ่อจั่นจะจากไป พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้เทศน์นำทางก่อนลมหายใจสุดท้ายผ่านทางโทรศัพท์”

“ร่างกายเสมือนเป็นบ้าน บ้านของคุณกีรติตอนนี้กำลังจะผุพัง เราจึงไม่ควรไปห่วงหาอาลัยในบ้านที่กำลังจะพังทลายหลังนี้ เมื่อถึงเวลาที่บ้านพังลงมาแล้วก็ขอให้สละบ้านหลังนี้ เพื่อไปยังบ้านหลังใหม่ที่ดีกว่า บ้านที่สร้างจากคุณงามความดีตลอดชีวิตที่คุณกีรติได้สั่งสมมา”

“คุณกีรติไม่ต้องเป็นห่วงคนในครอบครัว ทั้งคุณแม่ ภรรยา และลูกทั้งสองคน ทุกคนจะสามารถอยู่ได้อย่างดีด้วยคุณงามความดีที่คุณกีรติได้ทำไว้ แม้ว่าคุณกีรติจะไม่อยู่แล้ว”

“ตอนนี้คุณกีรติกำลังจะต้องเดินทางไกล สัมภาระอะไรต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาไป ความห่วงใยกังวลใจทั้งหลายก็ทิ้งเอาไว้ ขอให้เอาพระรัตนตรัยเป็นสิ่งนำทางในการเดินทางไกลครั้งนี้ สิ่งที่ติดตัวไปคือความดีและบุญกุศลที่สร้างสมมา”

“พ่อจั่นได้อยู่ท่ามกลางครอบครัวอย่างใกล้ชิดจนลมหายใจสุดท้าย และพ่อจั่นได้เดินทางไปสู่สุคติแล้ว หมายกำหนดงานศพจะแจ้งให้ทุกท่านทราบอีกครั้งหนึ่ง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สมัยที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายกีรติ ได้ขอย้ายออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ พบว่า เส้นเลือดในสมองมีปัญหา แต่ต่อมาได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง เมื่อปี 2564 ในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ แทนปลัดกระทรวงคนเก่าที่เกษียณอายุ 30 ก.ย. 2565

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.67 บุตรสาวของนายกีรติ โพสต์ข้อความว่า “ขออนุญาตรายงานอาการปัจจุบันของคุณพ่อค่ะ วันนี้คุณพ่อมี ชีพจรเร็ว ความดันต่ำ สาเหตุจากการติดเชื้อในกระแสเลือดค่ะ ซึ่งอาการอยู่ช่วงที่วิกฤต ทางครอบครัวอยากใช้เวลากับคุณพ่อให้ได้มากที่สุด จึงขออนุญาตงดเยี่ยมคุณพ่อในช่วงนี้ค่ะ ทางครอบครัวขอขอบคุณความห่วงใยและกำลังใจจากทุกท่าน และขออภัยในความไม่สะดวกค่ะขอบพระคุณค่ะ”

สำหรับประวัติ นายกีรติ รัชโน เกิดเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2510 ปัจจุบันอายุ 56 ปี มีชื่อเลนว่า ‘จั่น’ จบชั้นประถมจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล, ชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย , ปริญญาตรี คณะรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาสังคมวิทยา, จบปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาการคลัง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และระดับปริญญาเอก บริหารธุรกิจ ยูไนเต็ด สเตตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิเวอร์ซิตี้ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ และการตลาดระหว่างประเทศ

>> ประสบการณ์การทำงาน

ปัจจุบัน - ปลัดกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2564 - 2565 รองปลัดกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2562 - 2563 อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
พ.ศ. 2561 - 2562 ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2559 - 2562 รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2556 - 2559 ผู้อำนวยการกองบริหารการค้าสินค้าทั่วไป กรมการค้าต่างประเทศ
พ.ศ. 2554 - 2556 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสินค้าข้อตกลง กรมการค้าต่างประเทศ
พ.ศ. 2553 - 2554 ผู้อำนวยการกองนโยบายการค้าและพัฒนาระบบบริหาร

>> ผ่านการอบรม

- หลักสูตรนักบริหารระดับสูง : ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม (นบส.) รุ่น 79
- หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) รุ่นที่ 11
- หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 63 (วปอ.63)

>> เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ

- มหาวชิรมงกุฎ
- ประถมาภรณ์ช้างเผือก

'อธิบดีสวธ.' แจ้งกำหนดการพิธีศพ 'คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ' ศิลปินแห่งชาติผู้เทิดทูนสถาบัน ถึงแก่กรรมอย่างสงบ สิริอายุ 93 ปี

เมื่อวานนี้ (1 พ.ค. 67) นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2555 ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2567 สิริอายุ 93 ปี มีกำหนดพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เวลา 16.00 น. และสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 7 วัน ในระหว่างวันที่ 2-8 พฤษภาคม 2567 เวลา 18.00 น. ณ ศาลา 9 วัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

อธิบดี สวธ. กล่าวว่า นอกจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ จะขอพระราชทานเพลิงศพแล้ว ยังให้การช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมวัฒนธรรม โดยนางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม มอบหมายให้กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ดำเนินการจัดสวัสดิการช่วยเหลือ ได้แก่ มอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต เพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพจำนวน 20,000บาท ค่าเครื่องเคารพศพ จำนวน 3,000บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดพิมพ์หนังสือเผยแพร่ผลงาน เมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท ตามระเบียบสวัสดิการของศิลปินแห่งชาติ

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะดำเนินการกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ สำหรับ วัน เวลา สถานที่ จะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันอีกครั้งในโอกาสต่อไป

สำหรับประวัติชีวิตและผลงาน คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ เกิดวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2474 ที่กรุงเทพมหานคร เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาจนจบชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ จากนั้นเข้าศึกษาที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนสำเร็จปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต และได้ศึกษาต่อที่คณะครุศาสตร์อีก 1 ปี ได้รับอนุปริญญาครุศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาได้ทุนไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ได้รับประกาศนียบัตรบรรณารักษศาสตร์ คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ เข้ารับราชการที่กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ และได้ก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตามลำดับ จนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร

คุณหญิงกุลทรัพย์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. 2530 ตติยจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. 2534 และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ The Order of The Precious Crown, Butterly จากประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม สาขาวรรณศิลป์ ประเภทวิชาวรรณกรรมร้อยกรอง

เป็นเวลากว่า 60 ปี ที่ท่านได้สร้างสรรค์ผลงานด้านวรรณศิลป์ อันประกอบด้วยบทกวีนิพนธ์ และสารคดี แต่ละประเภทจำนวนกว่า 1,000 บท ผลงานส่วนใหญ่เป็นบทร้อยกรองอาศิรวาทราชสดุดี และสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนพระราชวงศ์ทุกพระองค์ในโอกาสมหามงคลต่าง ๆ คุณหญิงกุลทรัพย์ ท่านมีความสามารถในการแต่งฉันทลักษณ์ทุกประเภท และรักษาขนบในการประพันธ์อย่างเคร่งครัด เพื่อสืบทอด รักษา มรดกวัฒนธรรมทางวรรณศิลป์ของชาติสืบไป

นอกจากนี้แล้วยังร่วมประพันธ์คำร้องบทเพลงเฉลิมพระเกียรติหลายเพลง คุณหญิงกุลทรัพย์ เป็นผู้มีอุดมการณ์สูงส่งในการรักษาภาษาและวรรณคดีไทย มีความรักชาติรักแผ่นดินอย่างแรงกล้า และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด ผลงานของคุณหญิงกุลทรัพย์ ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองจึงไม่เพียงแสดงคุณค่าทางวรรณศิลป์ แต่ยังปลูกฝังจิตสำนึกให้ตระหนักถึงคุณค่าของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของสังคมไทยอีกด้วย คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2555

อาลัย ‘ดร.ชูศักดิ์ หิมะทองคำ’ เสียชีวิตในวัย 91 ปี ผู้ริเริ่ม ‘สินเชื่อเกษตรกร’ คนแรกของแผ่นดิน

(23 ก.ค.67) นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสามีของ ปู มัณฑนา โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว hans_himathongkom

โดยระบุว่า ดร.ชูศักดิ์ หิมะทองคำ บิดา ได้จากไปด้วยโรคชราในวัย 91 ปี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2567 เวลา 06.09 น. ที่ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

สำหรับกำหนดการ พิธีรดน้ำศพ สวดพระอภิธรรม และพิธีฌาปนกิจ มีรายละเอียด ดังนี้…

วันพุธที่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 16.00 น. พิธีรดน้ำศพ, เวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรม
วันที่ 25 - 31 ก.ค. 2567 เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม (วันที่ 28 ก.ค. งดสวด 1 คืน)
วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2567 เวลา 17.00 น. พิธีฌาปนกิจ

โดย ‘ดร.ชูศักดิ์ หิมะทองคำ’ พ่อของหาญส์นั้น เป็นผู้ริเริ่มสินเชื่อเกษตรกรคนแรกของแผ่นดิน ได้นำเอาความรู้ความสามารถที่ศึกษามาจากประเทศอังกฤษกลับมาพัฒนาแผ่นดินเกิดของตัวเองด้วยความตั้งใจจริงใจ แม้วันนี้จะเป็นวันและวัยของการพักผ่อน แต่ก็ยังเป็นผู้มากด้วยความคิดอีกมากมาย และได้รับการยกย่องจากบรรณาธิการสื่อสารมวลชนด้านเศรษฐกิจให้เป็น นายธนาคารแห่งปี เป็นคนแรก ประจำปี 2525

และได้รับทุนให้ไปบรรยายในรัฐต่าง ๆ ที่อเมริกา เป็นระยะเวลาถึง 6 เดือนพร้อมภรรยา ซึ่งเป็นโอกาสได้เข้าพบประธานาธิบดี Ronald Reagan ที่ทำเนียบขาว และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก

‘ชรินทร์ นันทนาคร’ เสียชีวิตด้วยโรคชรา ในวัย 91 ปี พร้อมเป็นผู้ริเริ่มร่วมสร้างสรรค์เพลง ‘สดุดีมหาราชา’

(20 ส.ค. 67) รายงานข่าวแจ้งว่า ‘ชรินทร์ นันทนาคร’ เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476 เป็นศิลปินนักร้อง นักแสดง ผู้กำกับภาพยนตร์ และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชาวไทย ได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็น ‘ศิลปินแห่งชาติ’ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล - ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ. 2541 สมรสกับนางเพชรา เชาวราษฎร์ ได้เสียชีวิต วันที่ 20 สิงหาคม 2567 ด้วยโรคชรา สิริอายุ 91 ปี

สำหรับผลงานของ ‘ชรินทร์ นันทนาคร’ ที่สร้างชื่อเสียงเป็นที่นิยมสูงสุด ได้แก่ เพลงเรือนแพ, มนต์รักดอกคำใต้, หยาดเพชร, อาลัยรัก, ทาษเทวี, เด็ดดอกรัก, ผู้ชนะสิบทิศ, ที่รัก, นกเขาคูรัก, แสนแสบ, ท่าฉลอม, สักขีแม่ปิง, ทุยจ๋าทุย, เพราะขอบฟ้ากั้น ฯลฯ

โดย ‘ชรินทร์ นันทนาคร’ ได้รับรางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำจากเพลง ‘อาลัยรัก’ ก่อนจะผันไปเป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เมื่อ พ.ศ. 2508 มีผลงานในฐานะผู้ผลิตภาพยนตร์ทั้งหมดกว่า 19 เรื่อง โดยมีภาพยนตร์เรื่อง รักข้ามคลอง ที่ทำรายได้สูงที่สุด

ทั้งนี้ ‘ชรินทร์ นันทนาคร’ ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ขับร้องเพลงไทยสากลผสมผสานกับเพลงไทยเดิม มีท่วงทำนองสูงต่ำเอื้อนด้วยน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ชวนฟัง ออกเสียงอักขระได้ชัดเจน มีผลงานบันทึกแผ่นเสียงประมาณ 1,500 เพลง

นอกจากนี้ ‘ชรินทร์ นันทนาคร’ เป็นผู้ริเริ่มร่วมสร้างสรรค์เพลง ‘สดุดีมหาราชา’ ซึ่งส่งผลให้ได้รับรางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ ‘สังข์เงิน’ สาขาใช้ศิลป์สร้างสรรค์ให้เกิดความรักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ อัดคลิปโต้ข่าวลือ!! ‘RIP’ ยัน!! ยังอยู่แนวหน้า บัญชาการรบ ฝากถึงคนไทย!! ผมยังอยู่กับลูกน้อง คิดถึงประชาชน ขอรับใช้แผ่นดินเกิด

(28 ก.ค. 68) ภายหลัง กัมพูชามีการรายงานและเผยแพร่ถือรูปทหารถือภาพพลโทบุญสิน พาดกลางแม่ทัพภาคที่2 พร้อม ข้อความ RIP นั้น ล่าสุดพลโทบุญสิน อัดคลิปฝากข้อความถึงคนไทย โดยมีเนื่อหาระบุว่า …

"ผมพลโทบุญสิน พาคกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ผมยังอยู่กับพี่น้องประชาชนและปัจจุบัน อยู่กับลูกน้องหน้าแนว อำนวยการรบอยู่ ผมมั่นใจว่าทหารไทยทำได้ และผมจะอยู่กับลูกน้องไปตลอด ผมไม่เป็นไร สบายดีทุกอย่าง และคิดถึงพี่น้องคนไทยทุกคน ขอบคุณครับ"

ทั้งนี้ ทางแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ ฝากคำพูดจากใจถึงพี่น้องคนไทย ผมยังอยู่กับกำลังพล และพี่น้องคนไทยครับ ขอเวลาให้ผมรับใช้แผ่นดินเกิด ตามอุดมการณ์สักระยะครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top