Thursday, 4 June 2026
RBC

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ ลั่น!! ทหารไม่รู้สึกเหนื่อย ถ้าทหารเหนื่อย คงไม่มีใคร ดูแลประเทศชาติ

(28 มิ.ย. 68) ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานรับมอบสิ่งของและกำลังใจจากกลุ่มประชาชน บริษัทห้างร้านต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา รวมตัวกันมามอบของใช้อุปโภค บริโภค และสิ่งของที่จำเป็นให้กับกำลังพลในแนวหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อนำไปมอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องทหาร โดยสิ่งของที่นำมามอบ มีทั้งอาหาร น้ำดื่ม เสื้อลายพราง ชุดชั้นในชาย ผ้าใบ ในขณะที่ บริษัท KCF ได้นำไข่เยี่ยวม้า ไข่เค็มและไข่พะโล้สำเร็จรูปพร้อมทาน มามอบให้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มประชาชนและสหกรณ์การเกษตรของจังหวัดจันทบุรี ได้เดินทางนำผลไม้ เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง รวมไปถึงทุเรียนทอด มาไกลจากจังหวัดจันทบุรี มามอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารในครั้งนี้ด้วย รวมถึง ดารารุ่นใหญ่ “ฤทธิ์ ลือชา” ก็ได้นำกาแฟและเงินสด มามอบให้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารตามแนวชายแดนด้วย

นายกานน ธรรมเจริญ ตัวแทนประชาชนจากจังหวัดจันทบุรี บอกว่า วันนี้กลุ่มประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้มีการระดมทุนบริจาคนำไปซื้อผลไม้ โดยเฉพาะมังคุดจากเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมีราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้ นำมามอบให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อส่งต่อให้ทหารที่อยู่แนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้ เป็นกำลังใจให้กับทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ในฐานะประชาชนขอส่งกำลังใจและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนและทหารในพื้นที่ตอนนี้มีขวัญกำลังใจดีมากและไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะถ้าทหารเหนื่อยคงไม่มีใครดูแลประเทศชาติบ้านเมือง ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นนั้น ยืนยันว่า ทางฝั่งกัมพูชานั้นได้รุกล้ำเข้ามาก่อน โดยการขุดคูเลตลุกล้ำเข้ามา 150 เมตร และตั้งแต่วันนั้นที่มีการยิงปะทะ ก็มีการเจรจาให้ทางฝั่งกัมพูชาถอยออกไปมาโดยตลอด และต้องยอมรับว่า คนไทยนั้นมีความใจดี ไม่เคยทำใครก่อน ก็ใช้ความอดทนในการป้องกันตามแนวชายแดนตลอดเรื่อยมา

สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ทางฝั่งไทยโดยตนในฐานะแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ยื่นขอให้มีการประชุม RBC ซึ่งเป็นการประชุมในระดับแม่ทัพของทั้งสองฝ่าย เป็นประธานร่วมกันในการพูดคุยเจรจาข้อตกลง แต่ปัจจุบันนี้ทางฝั่งกัมพูชาได้ขอเลื่อนออกไป และยังไม่ได้มีการนัดหมายว่า จะเริ่มประชุม RBC ในวันไหน แต่ตนพร้อมที่จะประชุมฯไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็พร้อมประชุมเสมอ

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ในฐานะประธาน RBC ฝั่งไทย ได้ยื่นแจ้งไปแล้วว่า ดินแดนบริเวณที่ทางฝั่งกัมพูชาขุดคูเลตเข้ามานั้น เป็นดินแดนของประเทศไทย และเจตนารมณ์ในการประชุม RBC คือ ต้องการให้ทหารของทั้งสองฝ่ายนั้นถอยหรือปรับกำลังกลับไปที่ตั้งเดิมพร้อมกัน แล้วค่อยมีการเปิดด่าน ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนของผู้นำทั้งฝั่งกัมพูชาว่า จะมีท่าทีอย่างไร

ขอย้ำว่า สถานการณ์ของทหารทั้งสองฝั่งนั้นมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเมืองของทั้งสองประเทศว่า จะเป็นเช่นไรส่วนโอกาสในการยิงปะทะนั้น ย้ำว่า ไม่มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งปัญหาชายแดนในตอนนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และเป็นเรื่องของผู้นำทั้งสองประเทศที่จะต้องไปพูดคุยกัน แต่ในส่วนของกองทัพฯ ก็มุ่งมั่นที่จะปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

"ขอให้พี่น้องประชาชนคนในชาติทุกคนทุกหมู่เหล่า ได้มีความรักความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกันในยามที่บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ขอให้เรามุ่งมั่นถ้าเรามีจุดประสงค์เดียวกัน คือ อธิปไตยของชาติและความเป็นเอกราชของชาติไทย ตนคิดว่าใครก็ทำอะไรประเทศไทยไม่ได้ ก็ขอส่งกำลังใจและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ขอให้มีความรัก ความสามัคคี เหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียวกัน"พลโทบุญสินกล่าวทิ้งท้าย   

‘กัมพูชา’ ตอบรับแล้ว ‘เก็บกู้ทุ่นระเบิด - ปราบสแกมเมอร์’ แต่ไม่ตอบรับแก้ปัญหาละเมิด MOU 43 ชี้ ไม่อยู่ในอำนาจ

ด่วน! ‘ไทย-กัมพูชา’ ลงนามข้อตกลงในที่ประชุม RBC พื้นที่กองทัพภาค 1 ไทย-ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา เห็นพ้อง 13 ข้อตกลงหยุดยิงจาก GBC โดยฝ่าย ‘กัมพูชา’ ตอบรับ ‘3 ข้อเสนอเพิ่ม’ ของไทย “เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบสแกมเมอร์-ตั้งชุดประสานงานร่วม” แต่ไม่ตอบรับแก้ปัญหาละเมิด MOU 43 ชี้ ไม่อยู่ในอำนาจ RBC โยนถกวง JBC

(22 ส.ค.68) พลโทอมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 นำแถลงสรุปผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ในระดับแม่ทัพ พื้นที่กองทัพภาค 1 ไทย-ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชาโดยทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงด้วยดี ตอบรับ 13 ข้อตกลงหยุดยิง จากการประชุม GBC ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ที่ประชุม ได้เห็นชอบเพิ่มเติม 3 ประเด็น จากที่ไทยเสนอ 4 ประเด็น คือ
1. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ดำเนินการร่วมมือกำจัดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมโดยพิจารณาให้หารือร่วมกันในการประชุม GBC  ครั้งต่อไป

2.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ร่วมมือประสานงานกันแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยให้ใช้เวทีมหาดไทยกัมพูชา หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และเห็นควรให้เสนอหารือร่วมกัน GBC ครั้งต่อไป

3.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ ให้มีกลไกแก้ปัญหา ด้วยการจัดตั้งชุดประสานงาน Coordination Group (CG) และคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นกลไกรองรับคณะ RBC ในการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่

4.ในการแก้ไขปัญหาการละเมิด MOU43 ฝ่ายกัมพูชา ขอให้ใช้กลไกอื่นในการหารือ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจของ RBC โดยฝ่ายไทยยืนยัน เสนอให้ฝ่ายกัมพูชาได้ทราบว่าเป็นพื้นที่ที่สำคัญ และได้แจ้งเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ของฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ย้ำว่า เรื่องนี้ กัมพูชา ขอไปใช้กลไก JBC หรือคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทยกัมพูชา แทน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ต้องเสนอผ่านกลไก GBC

แม่ทัพภาคที่ 2 ลั่น!! ทหารไทยพร้อมยิงทันที หากกัมพูชารุกล้ำชายแดน–วางทุ่นระเบิดซ้ำ

(25 ส.ค. 68) พลโทบุญสิน พลาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย–กัมพูชา ที่จะมีขึ้นวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ที่ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ว่าจะหยิบยกประเด็นสำคัญมาหารือ ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน การรักษาอธิปไตย และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างสองประเทศ โดยไทยยืนยันว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดต้องครอบคลุมทุกพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่มีการปักปันชัดเจน

แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุชัดว่า ไทยไม่รับข้อเสนอของกัมพูชาที่ให้รื้อรั้วลวดหนามแลกกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพราะรั้วดังกล่าวคือแนวตั้งกำลังของฝ่ายไทย พร้อมย้ำว่าหากกองกำลังของกัมพูชาล้ำแดนเข้ามา หรือซุ่มโจมตีด้วยการเคลื่อนที่เร็ว ทหารไทยจะตอบโต้ทันที รวมถึงการลอบวางทุ่นระเบิดที่ยังพบอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทย

พลโทบุญสิน ยังระบุถึงปัญหาข้อมูลที่ถูกบิดเบือนจากโฆษกกลาโหมกัมพูชา โดยยืนยันว่าไทยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน และได้เชิญคณะทูตและผู้ช่วยทูตทางทหารลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนการประชุม RBC, GBC และ JBC จะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับนโยบายจากผู้นำกัมพูชาเป็นหลัก เพราะหน่วยปฏิบัติระดับพื้นที่ไม่สามารถตัดสินใจเองได้

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พลโทบุญสิน ย้ำว่า ไทยพร้อมรับมือในทุกกรณี ไม่ว่าฝ่ายกัมพูชาจะดำเนินนโยบายในทิศทางใด โดยกองทัพไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ และเชื่อมั่นว่าประชาชนเข้าใจในความจริงใจและความเสียสละของกองทัพ

รองโฆษกกองทัพเรือยืนยัน ไล่ชาวเขมรออกจากพื้นที่บ้านชำรากแล้ว หลังรุกล้ำพื้นที่มาหลายปี!! แต่ยังไม่ได้ถอนสิ่งปลูกสร้างหรือกลบคูเลต

(16 ก.ย. 68) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าฝ่ายกัมพูชารุกล้ำพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด รวม 3 จุด โดยมีทั้งการตั้งฐานปฏิบัติการ การปลูกบ้านเรือน และทำเกษตรในพื้นที่ที่เป็นอธิปไตยของไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปี แม้ไทยได้ประท้วงแล้วแต่ยังไม่มีการรื้อถอน

รองโฆษกกองทัพเรือยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตที่ไทยอ้างสิทธิ์ตามบันทึกความเข้าใจ MOU43 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ยื่นหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายกัมพูชาหลายครั้ง เพื่อเรียกร้องให้ถอนกำลังและออกจากพื้นที่ที่ยังไม่ได้มีการปักปันเขตแดนอย่างชัดเจน

ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทยได้หยิบยกประเด็นนี้อีกครั้ง และขณะนี้ กปช.จต. สามารถผลักดันกำลังฝ่ายกัมพูชาออกจากพื้นที่รุกล้ำแล้ว แต่สิ่งปลูกสร้างและคูเลตที่กัมพูชาทำไว้ยังไม่ได้รับการรื้อถอน

ทั้งนี้ กองทัพไทยย้ำว่ากำลังพลในพื้นที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมเตรียมยกระดับมาตรการ หากฝ่ายกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง โดยยืนยันว่าการแก้ปัญหาจะทำภายใต้กรอบความร่วมมือทวิภาคีและการรักษาอธิปไตยของไทยเป็นสำคัญ

‘พล.ท.บุญสิน’ ยันทหารไทยยังประจำจุดเดิม ใครสั่งถอยต้องรับผิดชอบ

(21 ต.ค. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าทหารไทยยังคงประจำจุดที่ยึดได้ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมระบุว่า “ใครสั่งให้ถอย ต้องรับผิดชอบเอง” ชี้สถานการณ์ในพื้นที่ยังตึงเครียด และการเจรจาคณะกรรมการชายแดนภูมิภาคไทย–กัมพูชา (RBC) ที่ผ่านมาก็ “ไร้ผล”

พล.ท.บุญสิน กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน ว่าควรให้เวลาในการทำงาน เนื่องจากเพิ่งรับตำแหน่งไม่ถึง 1 เดือน และเป็นคนพูดไม่เก่งแต่ทำงานรู้ลึก ย้ำว่าแม่ทัพคนใหม่มีความเข้าใจสถานการณ์ดี และอยู่แนวหน้ามาตลอด เพียงแต่สื่ออาจไม่เห็นภาพชัดเจน พร้อมขอให้สังคมเข้าใจว่าการตัดสินใจในพื้นที่ชายแดนมีผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเมือง จึงต้องรอนโยบายจากส่วนกลาง

ส่วนการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) พล.ท.บุญสิน ระบุว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ แต่เห็นว่าหากสถานการณ์ชายแดนยังตึงเครียด การพูดคุยในระดับทหารคงไม่เกิดผล พร้อมย้ำว่า “กองทัพไทยจะไม่ถอยจากจุดที่ยึดไว้” และหากใครสั่งถอย “ต้องตอบคำถามต่อพี่น้องประชาชนเอง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top