Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

'อ.ปริญญา' ยกผลโหวตออนไลน์ 348,511 เสียง ชี้!! 'บิ๊กตู่' ไม่ควรเป็นนายกฯ เกิน 8 ปี

วันที่ 22 สิงหาคม 2565 ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว แถลงผลโหวต เสียงประชาชน ครั้งที่ 2 โดย เครือข่ายนักวิชาการ 'เสียงประชาชน' 8 มหาวิทยาลัย ระบุว่า ตามที่เครือข่ายนักวิชาการ 'เสียงประชาชน' 8 มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับทีวีดิจิตอลและสื่อออนไลน์ 8 สำนัก จัดให้มีการโหวต 'เสียงประชาชน' ครั้งที่ 2 ในเรื่อง 8 ปีนายกรัฐมนตรี ทางโทรศัพท์มือถือ โดยมีกติกาคือ โทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง หรือ หนึ่งเลขหมายโหวตได้หนึ่งครั้ง ในวันที่ 20-21 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมานั้น

บัดนี้การโหวต 'เสียงประชาชน' ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เครือข่ายนักวิชาการเสียงประชาชน และสื่อที่ร่วมโครงการ จึงขอแถลงผลให้ทราบดังต่อไปนี้ 

1.) จำนวนการโหวตทั้งหมด คือ 374,063 โหวต โดยเป็นการโหวตในประเทศไทย 369,484 โหวต จากต่างประเทศ 4,579 โหวต ทั้งนี้มีการโหวตที่ไม่สมบูรณ์อีก 1,438 ครั้ง 

2.) จากคำถามที่ถามประชาชนว่า “การวินิจฉัยว่า​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ จะพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ​ 8​ ปี​ ในวันที่​ 24​ สิงหาคม​ 2565​ หรือไม่​ เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ​ แต่ในฐานะประชาชน​ ท่านเห็นว่า​ พล.อ.​ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ ควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิน​ 8​ ปีหรือไม่?”

ผลการโหวต คือ มีผู้ตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ “ไม่ควร” ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปี จำนวน 348,511 โหวต คิดเป็น 93.17% และตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ “ควร” ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปี จำนวน 25,552 โหวต คิดเป็น 6.83%

'ชัชชาติ' วอน ชุมนุมลานคนเมือง 'ห้ามค้างคืน' ชี้!! 'ลงถนน-เคลื่อนย้ายคน' มีโทษตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ณ อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม. ดินแดง ถึงกรณีการชุมนุมที่ลานคนเมืองว่า จากการติดตามการชุมนุมของคณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา จัดกิจกรรมชุมนุมที่ลานคนเมือง กทม. ระหว่างวันที่ 21-24 ส.ค.65 โดยใช้ชื่องานว่า “นับถอยหลัง 8 ปี ประยุทธ์” ตอนล้างบาง! “โคตรโกง บ้าอำนาจ เป็นทาส ปล้นชาติ ขายแผ่นดิน” ยังไม่พบรายงานจากเจ้าหน้าที่กทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงการสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนแต่อย่างใด 

ภายในการชุมนุมมีการกำหนดจุดคัดกรองตามมาตรฐานของการชุมนุม ไม่พบกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ กทม.ได้ประสานกับ สน.สำราญราษฎร์ ในการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุมไม่ให้ผู้ชุมนุมมีจำนวนเกินกว่าที่ลานคนเมืองกำหนด อย่างไรก็ตาม กทม.มีหน้าที่เตรียมพื้นที่การชุมนุม จัดรถสุขาให้ตามที่มีการขอมาเท่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องไม่ให้ประชาชนในละแวกเดือดร้อน ไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมค้างคืน เพราะรอบบริเวณยังมีผู้มาออกกำลังกาย มีวัด มีร้านค้า มีโรงเรียน และการสัญจรของประชาชน เกรงว่าจะสร้างความไม่สะดวกแก่ประชาชนโดยรวม

เพื่อไทย แถลงการณ์ ย้ำ ‘บิ๊กตู่’ สิ้นความเป็นนายกฯ 24 ส.ค.นี้ จี้ ใช้จิตสำนึกเคารพกฎที่สร้างขึ้นมาเอง

‘เพื่อไทย’ ออกแถลงการณ์จี้ ‘บิ๊กตู่’ สิ้นสุดความเป็นนายกฯ 24 ส.ค. นี้ ชี้ 1-2 วันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ จี้ เคารพกฎเกณฑ์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมา พร้อมย้ำ ให้ใช้จิตสำนึก ไม่ใช่ให้ศาลหรือคนใดมากำหนด

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค พท. แถลงท่าทีพรรค พท.ต่อกรณีวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่อง บทพิสูจน์นายกรัฐมนตรี 8 ปีกับการปฏิรูปการเมืองไทย ว่า การจำกัดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้นำประเทศเป็นมาตรฐานสากลที่ยอมรับกันทั่วไปเป็นหลักนิติธรรม เพราะอำนาจทำให้คนทุจริตใช้อำนาจในทางมิชอบ อำนาจเด็ดขาดทำให้ทุจริตอย่างไม่มีข้อจำกัด ถ้าปล่อยให้คนที่มีอำนาจเด็ดขาดเป็นระยะเวลายาวนานเกินไป ก็เท่ากับปล่อยให้ผู้ใช้อำนาจสามารถทุจริตโดยไม่มีข้อจำกัด

น.ส.ธีรรัตน์  กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 และดำรงตำแหน่งติดต่อกันมาโดยลำดับ แม้รัฐธรรมนูญ 2560 จะประกาศใช้ก็ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญนี้และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งเมื่อ 9 มิถุนายน 2562 ต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยเหตุนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่นับถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 เป็นเวลา 8 ปี ฉะนั้น กรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงเข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ ที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งต่อกันหรือไม่ และมาตรา 171 วรรคสี่ กำหนดไว้ชัดเจนว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง หากดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าแปดปี

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวด้วยว่า เจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 158 โดยประธานกรรมาธิการฯ ได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า เมื่อพิจารณาบทเฉพาะกาลมาตรา 264 แสดงให้เห็นว่า แม้จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับก็สามารถนับรวมระยะเวลาดังกล่าว รวมกับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ ซึ่งเมื่อนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องมีระยะเวลาไม่เกินแปดปี พรรค พท.เห็นว่า โดยเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญสอดคล้องกับถ้อยคำตามลายลักษณ์อักษรของรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 มาตรา 171 และมาตรา 264 ยากที่จะปฏิเสธได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 24 สิงหาคม 2565

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อปี 2557 และตั้งตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า ต้องการปฏิรูปการเมือง แม้เมื่อมีรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งตนเองผลักดัน ก็จัดเรื่องการปฏิรูปประเทศรวมถึงการปฏิรูปการเมืองไว้เป็นหมวดหนึ่งของรัฐธรรมนูญ การไม่ให้นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งยาวนานเกินไปจึงกำหนดระยะเวลาสูงสุดไว้แปดปี เพื่อมิให้เกิดการผูกขาดอำนาจ สร้างอิทธิพลทางการ อันจะเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤตทางการเมืองขึ้น จึงเป็นสาระสำคัญที่ส่อแสดงถึงความต้องการที่จะปฏิรูปการเมือง พรรค พท.เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะดำเนินการโดยประการใด กับกรณีเป็นนายกรัฐมนตรีมาแปดปีแล้ว จะเป็นวิกฤตของประเทศอีกครั้งหนึ่ง และอาจนำมาซึ่งความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมืองขึ้น แต่สิ่งที่จะสะท้อนได้แน่นอนคือ การปฏิรูปการเมืองที่กล่าวไว้ตั้งแต่ยึดอำนาจการปกครองประเทศเรื่อยมา เป็นความจริงใจหรือเป็นเพียงวาทะกรรมคำพูดที่ให้ดูดีเท่านั้น โดย 1-2 วันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะแสดงตัวตนอย่างแท้จริงให้เห็นว่ามีแนวคิด แนวทางแบบเผด็จการอำนาจนิยม ลุแก่อำนาจ ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ หรือจะยอมรับการเมืองตามวิถีทาง และจารีตประเพณีแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

“ไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธได้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปได้ เพราะวันนี้ทุกข้อกฎหมาย ทุกความคิดเห็นของนักวิชาการที่ได้ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเวลาของ พล.อ.ประยุทธ์หมดลงแล้ว การตัดสินใจต่อไปของ พล.อ.ประยุทธ์จะทำเพื่อตัวเองหรือจะเห็นถึงประเทศไทย สิ่งที่เราได้ร่วมกันทำงานมาคืออยากจะเห็นประชาธิปไตยและทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ฉะนั้น ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์เคารพกฎกติกาที่ท่านสร้างขึ้นมาเอง และปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันทุกคน” น.ส.ธีรรัตน์กล่าว

'อานนท์' ออกโรงป้อง 'บิ๊กตู่' พร้อมจัด 'ม็อบชนม็อบ' สู้พวกป่วนเมือง

วันนี้ (23 สิงหาคม 2565) นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ร่วมกับทาง นางนิตยา นาโล หรือ 'นักสู้ปอสี่' อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน นายสมชัย แสงทอง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ นายทวี ประหยัด อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้ และ นายไวทิต ศิริสุวรรณ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคกลาง ได้เปิดเผยว่า วันนี้พวกเราได้ยกฐานะเปลี่ยนจาก 'หมู่บ้านเสื้อแดง' มาเป็น 'หมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชัน' เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินลบล้างความผิดพลาดที่พวกตนเคยกระทำมา พร้อมภารกิจการเปิดหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชัน ทั่วประเทศไทยเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของพสกนิกรชาวไทยที่มีความจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จนพวกเราทราบว่าคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันและทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง 

นั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ 'นายกลุงตู่' ซึ่งเป็นนายทหารที่มีความรักสถาบันยิ่งกว่าชีวิต วันนี้ทางตนได้ประสานงานแต่ละภาคให้ส่งสัญญาณไปยังประธานหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และ จังหวัดต่าง ๆ แล้ว ถ้ามีการยกมวลชนกลุ่มเล็ก ๆ น้อย ๆ มาขับไล่นายกลุงตู่ แบบไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ป่วนบ้าน ป่วนเมือง กันอีกพวกตนก็พร้อมที่จะยกทัพเข้ากรุงเทพฯ เพื่อปกป้องนายกรัฐมนตรีคนที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งที่ผ่านมาพวกเราใช้ความอดทนอดกลั้นกันมามากพอแล้ว แต่แปลกที่ยังกลุ่มคนพวกนี้ไม่ยอมกลัวกฎหมายบ้านเมืองกันเลย แล้วยังจะมาอ้างว่ามีคนเสื้อแดง คนเสื้อเหลือง มาสนับสนุนกันเป็นจำนวนมาก จากที่ผ่านมาก็เห็นกันอยู่แล้วแม้ฟ้าดินก็ยังไม่เป็นใจ แต่ถ้ามาจริงพวกเราก็พร้อม 'ม็อบชนม็อบ' ถ้ามันบานปลายก็จะให้ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องอีกเหมือนกับ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา พวกคุณยังจะทำลายประเทศไทยกันอีกหรืออย่างไร

‘ตรีชฎา’ นับถอยหลังไล่ส่ง ‘ประยุทธ์นายกฯ 8 ปี’ ฝืนบทบัญญัติ รธน.เหตุเสพติดอำนาจไม่สนคนไล่

นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา  รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะอยู่ในตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปีในวันที่ 23สิงหาคม 2565 เป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ทำรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จากนั้นก็ตั้งพรรคพวกตัวเองมาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 กำหนดให้มีแม่น้ำ 5 สาย หนึ่งในนั้นคือ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้ สนช.โหวตตัวเองเป็นนายกฯ เริ่มนับหนึ่งในวันที่ 24 สิงหาคม 2557 และเป็นนายกฯเรื่อยมา สืบทอดอำนาจจนมาถึงหลังเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562 จนถึงทุกวันนี้     
    
นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 264 ในบทเฉพาะกาล บัญญัติว่า “ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ ..”  นั่นหมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาก่อนรัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้ จึงเป็น “นายกรัฐมนตรี” ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แล้ว  ดังนั้น พลเอกประยุทธ์จึงเป็น นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้

‘ก้าวไกล’ ท้วง!! งบโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตยของส.ว. ชี้!! ‘ที่มา-ทัศนคติ’ ขัดปชต.เอง จะไปสอนคนอื่นได้อย่างไร

พรรคก้าวไกล อภิปรายขอให้ทบทวนงบประมาณสร้างอาคารที่พักข้าราชการสภาใหม่เกือบ 1,000 ล้านบาท เหตุไม่เป็นไปตามระเบียบ - สร้างภาระผูกพันโดยไม่ผ่านมติ ครม. พร้อมขอตัดงบ ส.ว. โครงการ ‘เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย’ 28.8 ล้านบาท ชี้ที่มาและทัศนคติขัดประชาธิปไตยเอง แต่จะมาสอนคนอื่นเรื่องประชาธิปไตยได้อย่างไร

วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น และ ‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ ได้ร่วมกันอภิปรายขอตัดลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ในส่วนของมาตรา 30 หน่วยงานของรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยงบประมาณการก่อสร้างอาคารที่พักข้าราชการรัฐสภาแห่งใหม่ และงบประมาณการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยของวุฒิสภา

วาโย ได้อภิปรายในส่วนของงบประมาณสร้างอาคารใหม่เกือบ 1 พันล้านบาท โดยสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการเสนอขอรับงบประมาณสำหรับปี 2566 มา 49.9 ล้านบาท หรือประมาณ 5% โดยระบุว่าเป็นการตั้งงบประมาณที่ผิดต่อ พ.ร.บ. ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่กำหนดให้การขอเสนอรับงบประมาณ ต้องไม่ต่ำกว่า 20% ของงบประมาณทั้งหมด

ซึ่งเมื่อได้สอบถามประเด็นนี้กับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการงบประมาณแล้ว ได้รับคำตอบมาว่า ด้วยกฎหมายมีช่องว่างอยู่ให้สามารถยกเว้นได้หากมีมติคณะรัฐมนตรีออกมา แต่ทว่าจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีการขอมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรระบุว่าจะไปขอให้คณะรัฐมนตรีออกมติภายหลัง

วาโย กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการตั้งงบประมาณควบคุมการสร้างเข้ามาด้วย 30 ล้านบาท และยังมีการตั้งงบประมาณสำหรับการสำรวจและออกแบบอีกราว 30 ล้านบาท ซึ่งหมายความว่าโครงการทั้งหมดนี้ ยังไม่มีการออกแบบ หรือแม้แต่การสำรวจและการทำ EIA ก็ยังไม่มีเกิดขึ้น แต่กลับมีการของบประมาณในการก่อสร้างไปแล้ว

“การมีอาคารให้ข้าราชการรัฐสภาได้ใช้เป็นเรื่องที่ดี แต่การตั้งงบประมาณเพื่อสร้างอาคารควรต้องเป็นไปตามระเบียบ ไม่ใช่ทุกอย่างแหย่กันมา 2-3% บ้าง 5% บ้าง ตั้งงบฯ กันมาดูเหมือนจะน้อยๆ แต่ว่าจริงๆ ผูกพันเยอะแยะมากมายมหาศาลเป็นร้อยเท่า แล้วมาสำแดงกันแบบนี้แล้วค่อยไปขออนุญาต ทำแบบนี้ไม่ต้องมีกฎหมายก็ได้” วาโย กล่าว

ขณะที่ พริษฐ์ ได้อภิปรายขอตัดลดงบประมาณในโครงการของสำนักเลขาธิการวุฒิสภา “เผยแพร่และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” 28.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เนื่องจาก ส.ว. ในรูปแบบปัจจุบันเป็นองค์กรที่มีความชอบธรรมน้อยที่สุดในทางประชาธิปไตย เพราะที่มาของ ส.ว.250 คน ในปัจจุบันมาจากการแต่งตั้งโดย คสช. อีกทั้งยังสามารถร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้ เท่ากับว่า ส.ว. คนหนึ่ง มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีเท่ากับประชาชน 7 หมื่นคน หรือ ส.ว. 250 คน มีอำนาจเท่ากับประชาชน 19 ล้านเสียงรวมกัน

'ธนกร' รายงานตัวรับตำแหน่ง ส.ส.พปชร. พร้อมดันหลากโครงการเพื่อประโยชน์ชาวใต้

(23 ส.ค. 65) ที่รัฐสภา นายธนกร วังบุญคงชนะ กล่าวภายหลังการรายงานตัวรับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ตนมารัฐสภาวันนี้เพื่อมารายงานตัวเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้สภาจะมีช่วงเวลาเหลืออยู่ 6-7 เดือน ก็จะตั้งจะใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน 

ทั้งนี้ต้องขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรอง นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. ที่สนับสนุนตนมาโดยตลอด จึงจะขอตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ในฐานะที่ตนเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช จะนำปัญหาของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กลไกของสภา ทั้งนี้การทำงานในพรรค พปชร. ไม่มีการแบ่งกลุ่ม พร้อมกันนี้ตนจะทำหน้าที่ประสาน ส.ส. ในพื้นที่ภาคใต้ เพราะจากการเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และการลงพื้นที่ทราบดีว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ชื่นชมในตัวนายกฯ

เมื่อถามว่า หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการผลักดัน ส.ส.สัดส่วนภาคใต้ให้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ไม่ได้คิดถึงตรงนั้น แต่จะผลักดันหลายโครงการที่รัฐบาลได้ดำเนินการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนภาคใต้ให้สำเร็จ

'วันนิวัต' ชี้ไม่มี 'ประยุทธ์' ก็จัดประชุมเอเปคได้ เชื่อว่าทำดีกว่าด้วย อัด ทำคนไทยลำบาก หมดเวลาแล้วประชาชนหมดศรัทธาผลโหวตสะท้อนไม่เอาแล้ว

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประชาชนทั้งประเทศ ให้ความสนใจในวาระดำรงตำแหน่งของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นอกจากนี้จากการโหวตของประชาชนทั่วประเทศ พบว่าประชาชนโหวตให้ออกจากตำแหน่ง มากถึงร้อยละ 93.17 จากจำนวนผู้เข้าร่วมโหวตถึง 524,806 คน แสดงว่าคนไทยหมดศรัทธาในตัวพลเอกประยุทธ์แล้ว และไม่ต้องการให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ดังนั้นการอ้างข้อกฎหมายอธิบายวาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นเวที ของคนหัวหมอที่จะช่วยกัน

กรณีที่เกิดขึ้นควรเอาความจริงมาอธิบายกันดีกว่ามาอ้างกฎหมาย เพื่อสร้างความชอบธรรม และตีกินทางการเมืองอย่างที่ทำอยู่ คำถามจากประชาชนอยากถามว่า พลเอกประยุทธ์ จำได้หรือไม่ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วกี่ปี คนเป็นนายกรัฐมนตรีแต่บวกเลขไม่ถูก ไม่อายตัวเอง ก็อาย ประชาชนบ้าง 8 ปีที่ผ่านมา คือความพังพินาศเสียหายทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศไทย ประชาชนจำนวนมากรายได้ไม่พอรายจ่าย หลายครอบครัวอดอยาก ข้าวยากหมากแพง สินค้าทุกชนิดพากันขึ้นราคา มีแต่ยาบ้าที่ราคาถูกลงจากหลัก 100 เหลือหลัก 10  รัฐบาลปล่อยให้ ยาเสพติด เกลื่อนไปทุกตรอกซอกซอย เหตุร้าย ข่าวการฆ่ากันตามท้องถนน ฆ่ากันเองของคนในครอบครัวมีให้เห็นเป็นกระแสรายวัน

‘เพื่อไทย’ ไล่ส่ง ‘ประยุทธ์นายกฯ 8 ปี’ ชี้ เสพติดอำนาจ ฝืนบทบัญญัติรธน.

‘ตรีชฎา’ นับถอยหลังไล่ส่ง ‘ประยุทธ์นายกฯ 8 ปี’ ฝืนบทบัญญัติรธน. เหตุเสพติดอำนาจไม่สนคนไล่ 

นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะอยู่ในตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปีในวันที่ 23สิงหาคม 2565 เป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  พล.อ.ประยุทธ์ทำรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จากนั้นก็ตั้งพรรคพวกตัวเองมาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 กำหนดให้มีแม่น้ำ 5 สาย หนึ่งในนั้นคือ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้ สนช.โหวตตัวเองเป็นนายกฯ เริ่มนับหนึ่งในวันที่ 24 สิงหาคม 2557 และเป็นนายกฯเรื่อยมา สืบทอดอำนาจจนมาถึงหลังเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562 จนถึงทุกวันนี้     

นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 264 ในบทเฉพาะกาล บัญญัติว่า “ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ ..”  นั่นหมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาก่อนรัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้ จึงเป็น “นายกรัฐมนตรี” ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แล้ว  ดังนั้น พลเอกประยุทธ์จึงเป็น นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้

'ชลน่าน' ใช้โลโก้ขาวดำไว้อาลัย-ต่อต้านนายกเถื่อน ชี้!! 24 ส.ค. 65 เป็นต้นไป ประเทศไทยไม่มีนายกฯ ตามรธน.

'ชลน่าน' เปลี่ยนรูปโปรไฟล์-โลโก้พรรคเพื่อไทยเป็นสี ขาว-ดำ ไว้อาลัยและต่อต้านนายกเถื่อน ชี้ 24 ส.ค. 2565 เวลา 00.00 น.เป็นต้นไป ประเทศไทยไม่มีนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ ตายไปจากความทรงจำดี ๆ ของผู้คน เหลือไว้แต่ความอัปยศอดสู

(25 ส.ค. 65) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

24 ส.ค. 2565
เวลา 00.00 น.
เป็นต้นไป ประเทศไทย
ไม่มีนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ
#นายกเถื่อน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top