Thursday, 30 July 2026
NewsFeed

‘ทีมวิจัย มช.’ ค้นพบพืชดอกหอมชนิดใหม่ของโลก ตั้งชื่อ ‘บุหงาลลิษา’ เพื่อเป็นเกียรติแก่ ‘ลิซ่า Blackpink’

(11 เม.ย. 66) ทีมวิจัยนักวิจัยสังกัดภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผศ.ดร.ธนวัฒน์ เชาวสกู และ น.ส.อานิสรา ดำทองดี นักศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพและชีววิทยาชาติพันธุ์ และนายอับดุลรอแม บากา นักวิจัยสังกัดกลุ่มวิจัยอิสระ PDiT : Plant Diversity in Thailand พร้อมผู้ร่วมวิจัยอีกหลายคน ร่วมกันศึกษาตัวอย่างพืชดอกหอมวงศ์กระดังงา (Annonaceae) ในจังหวัดนราธิวาส

โดยบูรณาการข้อมูลสัณฐานวิทยาและวิวัฒนาการชาติพันธุ์เชิงโมเลกุลเข้าด้วยกัน พบว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของโลกจำนวน 1 ชนิด คือ ‘บุหงาลลิษา’ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Friesodielsia lalisaeDamth., Baka & Chaowasku โดยตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ ลลิษา มโนบาล หรือ ‘ลิซ่า’ ศิลปินชื่อดังชาวไทยวง ‘Blackpink’ สังกัดวายจีเอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งความมุ่งมั่นของลิซ่าเป็นแรงบันดาลใจในการศึกษาระดับปริญญาเอกของ น.ส.อานิสรา งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยอนุกรมวิธาน และวิวัฒนาการชาติพันธุ์ของพรรณไม้วงศ์กระดังงาในประเทศไทย ที่หายากและยังไม่เป็นที่รู้จัก เพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโดยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Willdenowia ปีที่ 53 เมื่อปี 2566

ส่องนโยบายพรรคลุงตู่ กับ ‘สวัสดิการผู้สูงอายุ’ ฐานเสียงสำคัญที่ตัดสินเลือกตั้ง 66

ประเทศไทยกำลังจะมี ส.ว.เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  ไม่ใช่สมาชิกวุฒิสภา แต่เรากำลังพูดถึง ‘ผู้สูงวัย’ ซึ่งถ้าดูจากจำนวนประชากรผู้สูงอายุในไทย เมื่อสิ้นปี 2565 มีประมาณ 12.5 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 66 ล้านคน หมายความว่าวันนี้ ประเทศไทยเรามีผู้สูงอายุ 1 ใน 5 หรือ 20% ของคนทั้งประเทศ และจะมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าวัดตามเกณฑ์ของสหประชาชาติ ถือว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเชิงระบบสำหรับรองรับสังคมที่จะมี ‘ผู้สูงอายุ’ มากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญจำเป็น และไม่แปลกเลย ที่นโยบายหาเสียงในศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง จะมีนโยบายเอาใจผู้สูงวัยเป็นหนึ่งในจุดขายของแทบทุกพรรคการเมือง 

หากมองย้อนไปถึงการดูแลคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงวัยของรัฐบาล ‘พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา’ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีการจัดสวัสดิการ ‘เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ’ ที่ปัจจุบันจ่ายแบบขั้นบันได โดยในช่วงอายุ 60-69 ปี รับ 600 บาทต่อเดือน  และเพิ่มเป็นเดือนละ 700 บาท เมื่ออายุ 70-79 ปี  และ 800 บาทต่อเดือน เมื่ออายุ 80-89 ปี  ขณะที่กลุ่มอายุ 90 ปีขึ้นไปจะได้รับเดือนละ 1,000 บาท 

ขณะเดียวกัน ในมิติของระบบบริการสุขภาพ ก็มีมาตรการดูแลครบวงจรตั้งแต่การคัดกรอง ภาวะโภชนาการ การเคลื่อนไหวร่างกาย และสุขภาพช่องปาก รวมถึงระบบการชะลอความเสื่อม โดยจัดให้มีแพทย์ในระบบปฐมภูมิ ดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุตั้งแต่ที่บ้าน และการดูแลการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง โดยมีการจัดทำระบบดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว มีการพัฒนาผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ครอบคลุมผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านและติดเตียงกว่า 500,000 คน

นอกจากนั้นแล้ว หลายกระทรวงยังดำเนินโครงการร่วมกัน ในการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุทั้งในด้านความรู้ ทักษะการประกอบอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิต และสร้างรายได้เพิ่มเติมในวัยเกษียณ
.

กลับมาที่การเลือกตั้ง 2566 ที่กำลังจะมาถึง เราลองมาดูนโยบายแต่ละพรรคการเมือง ที่ต่างชูประเด็นหาเสียงด้วยการ เพิ่มสิทธิ สวัสดิการมากมาย หวังดึงคะแนนที่มีมากกว่า 12 ล้านเสียงจากกลุ่มผู้สูงวัย 

เริ่มจาก ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ของ ‘ลุงตู่’  ที่ประกาศ ‘ทำต่อ’ เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทต่อเดือนเท่ากันทุกช่วงอายุ และยังมีนโยบายสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงวัย สร้างศูนย์สันทนาการผู้สูงอายุชุมชน และลดภาษีให้กับบริษัทเอกชนที่จ้างงานผู้สูงอายุ

ขณะที่ ‘พรรคเพื่อไทย’ ประกาศเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพ ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ ดูแลกลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ ให้ใช้บริการโรงพยาบาลใกล้บ้าน ลดเวลารอพบแพทย์ และปรับปรุงการบริการให้ทันสมัย ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว 

ขยับมาที่ ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ผลักดันนโยบายการออมเพื่อวัยเกษียณภาคบังคับ พร้อมขยายอายุเกษียณจาก 60 ปี เพื่อเติมเงินออมเลี้ยงดูตัวเอง รวมถึงจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุรับ 30,000 บาท ทุกหมู่บ้าน หนุนสุขภาวะและส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุ

ส่วน ‘พรรคพลังประชารัฐ’ ของ ‘ลุงป้อม’ จะเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ โดยอายุ 60 ปีขึ้นไปรับเบี้ย 3,000 บาทต่อเดือน อายุ 70 ปีขึ้นไป รับเบี้ย 4,000 บาทต่อเดือน และอายุ 80 ปีขึ้นไป รับเบี้ย 5,000 บาทต่อเดือน และขยายอายุเกษียณเป็น 63 ปี พร้อมสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อผู้สูงอายุ สร้างงาน 1 ล้านตำแหน่งให้ผู้สูงอายุ และทำอาคารรองรับผู้สูงอายุ

ขณะที่ ‘พรรคก้าวไกล’ นำเสนอนโยบายเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาท ภายในปี 2570  สร้างระบบดูแลผู้ป่วยติดเตียง สมทบเงินเข้ากองทุนดูแลผู้สูงอายุ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงโดยมีการจ้างผู้ดูแลเฉลี่ย 1 คน ต่อผู้ป่วย 2 คน

ผช.ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการสร้างศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.66 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการปฏิบัติงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตกำลังพล และคณะทำงานฯ ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการสร้างศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ ให้เป็นไปตามแผนงาน ณ ศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือเปิดใช้งาน (บางส่วน) เมื่อ 24 ก.ย.64 มีวัตถุประสงค์เพื่อ
- เป็นสถานที่ปฏิบัติงานในการศึกษา และจัดทำข้อเสนอแนะระดับนโยบายต่อการพัฒนาสมุททานุภาพของประเทศ
- เป็นสถานที่จัดการประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ที่ทันสมัย สามารถจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- เป็นสถานที่พักผ่อน จัดกิจกรรมสันทนาการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของกำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว
- สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในการจัดกิจกรรม และสันทนาการ เพื่อสร้างการตระหนักรู้คุณค่าของทะเล และพัฒนาเครือข่ายความมั่นคงทางทะเล

สรรเพชญ ประชาธิปัตย์ พบ ไอติมก้าวไกล ถนนคนเดินสงขลาฯ ย้ำ ยึดมั่นอุดมการณ์พรรคปชป. คงไว้ซึ่งประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ

นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 จังหวัดสงขลา หมายเลข 4 ลงพื้นที่ถนนคนเดินสงขลาแต่แรก ในเขตเทศบาลนครสงขลา  จังหวัดสงขลา เพื่อแนะนำตัวและ ประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นที่รับรู้ของพี่น้องประชาชน โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายสรรเพชญ บุญญามณี ได้หมายเลข 4 ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 26 

โดยบรรยากาศในช่วงการเดินพบปะเพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนที่มาเที่ยวชมตลาดถนนคนเดินฯนั้น ได้มีการพบกับ ไอติม พริษฐ์ จากพรรคก้าวไกล ที่เดินทางมาช่วยผู้สมัครในพื้นที่อีกด้วย ซึ่งทั้งนายสรรเพชญ และ ไอติม พริษฐ์ นั้นเคยอยู่ในกลุ่มการเมือง New Dem กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ต่างพรรคกัน 

โดยนายสรรเพชญ กล่าวในช่วงที่มีการพบปะกับไอติม ว่า “ขอให้กำลังใจกับไอติม พริษฐ์ และ พรรคก้าวไกล ในการลงพื้นที่หาเสียงแข่งขันเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีๆให้แก่พี่น้องประชาชน และขอให้ต่างฝ่ายต่างมีโอกาสได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในการเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ให้เจริญรุ่งเรือง เป็นที่พึ่งของประชาชนในฐานะส.ส.”

จับตา!! อดีตแชมป์เก่า สส.คนดัง “ยงยุทธ สุวรรณบุตร” ขวัญใจพี่น้องประชาชนลงพื้นที่ขอคะแนนเสียง ประชาชนตอบรับล้นหลาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ได้เปิดรับสมัครว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สมุทรปราการ เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ทำให้กลุ่มผู้สมัคร สส.จากพรรคต่างๆ เตรียมพร้อมที่จะลงพื้นที่แข่งขันเพื่อหาคะแนนเสียงในเขตพื้นที่ของตนเอง และคาดว่าการเลือกตั้งในปี 2566 นี้ อาจดุเดือดเผ็ดร้อนอย่างแน่นอน 

โดยทางด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีต สส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ขวัญใจพี่น้องประชาชนชาวแพรกษา ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง ในเขตพื้นที่ เขต 2 สมุทรปราการ อีกทั้ง ยังได้การตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม และคาดว่าศึกการเลือกตั้งในปี 2566 นี้ คงไม่มีอะไรที่น่ากังวลใจสำหรับแชมป์เก่าอย่างแน่นอนเพราะชื่อนี้การันตีคุณภาพ

สำหรับ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีต สส.สมุทรปราการ แชมป์เก่า 1 สมัย นับว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ไฟแรงมากด้วยประสบการณ์และความสามารถ ลงชิงชัยเก้าอี้ สส.เขต 2 สมุทรปราการ ในนามพรรคพลังประชารัฐ และเป็นอีกหนึ่งคนที่ควรจับตามอง เนื่องจาก อดีตที่ผ่านมานับว่ามีผลงานที่โดดเด่น ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาถึง 6 สมัยติดต่อกัน ก่อนจะลงสมัครชิงเก้าอี้ สส.ในพื้นที่เขต 2 สมุทรปราการ ในนามพรรคพลังประชารัฐ จนสามารถเข้าเส้นชัยชนะคู่แข่งแบบขาดลอยและได้เป็น สส.สมุทรปราการ 1 สมัย ในขณะนั้นด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้นของพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี 

ทำให้ได้เข้ามาดูแลรับใช้พี่น้องประชาชนชาวแพรกษา และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขต 2 รวมถึงพี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการ ด้วยความรู้ ความสามารถ และวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล พัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญสมบูรณ์ 

ทั้งนี้ ยังมีการพัฒนาในด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กนักเรียนได้เข้าถึงการเรียนการสอนและด้านภาษาต่างชาติ ช่วยผลักดันเด็กนักเรียนให้มีความรู้ ความสามารถ จนทำให้โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาล สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา และเป็นโรงเรียนต้นแบบ เนื่องจากเด็กนักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กที่เรียนดี มีความรู้ ความสามารถในด้านต่างๆ กระทั่ง สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันระดับประเทศมาแล้วหลายรายการ 

ตำรวจไซเบอร์จับกุม 4 คนร้ายลวงเหยื่อซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ศาล กู้เงินออนไลน์ หลอกให้โอนเงินค้ำประกันเครดิต สูญเงินจำนวนมาก

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ สอท. เปิดเผยว่า บช.สอท. ได้เร่งรัดขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. สืบสวนปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผู้บังคับการ สอท.3 และ พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี ผกก.1 บก.สอท.3 นำกำลังสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาหลอกลวงเหยื่อกู้เงินออนไลน์ โดยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ได้มีผู้เสียหายคือ น.ส.พัชร์วรปภา ฯ  ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จ.ขอนแก่น มาพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.3 แจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2565 เวลา 11.09 น. ได้มีข้อความปรากฏในโทรศัพท์ของ น.ส.พัชร์วรปภา ฯ ระบุว่า "(SCB) คุณได้รับสิทธิ์ยื่นกู้ 50,000 บาท” พร้อมแนบลิ้งก์มาด้วย เมื่อ น.ส.พัชร์วรปภา ฯ คลิ้กไปที่ลิ้งก์ดังกล่าว ได้ปรากฎข้อความในแอปพลิเคชั่นไลน์ชื่อ น.ส.มลิษา กองคำ และปรากฏข้อความว่าเป็นฝ่ายบริการสินเชื่อ “คุณได้รับสิทธิ์ยื่นกู้ เป็นบริษัทสินเชื่อส่วนบุคคลที่เข้าร่วมกับธนาคารกลางทุกธนาคารลูกค้ามีสิทธิยื่นกู้ได้ทุกธนาคาร ... " น.ส.พัชร์วรปภา ฯ สนใจ ทางแอดมินได้แจ้งให้ น.ส.พัชร์วรปภา ฯ  ทราบว่าได้รับวงเงิน 100,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 36 เดือน/งวด ผ่อนชำระงวดละ 2,972.22 บาท

จากนั้น น.ส.พัชร์วรปภา ฯ ได้ลงทะเบียนกรอกข้อมูล ทางแอดมินแจ้งว่า น.ส.พัชร์วรปภา ฯ ได้รับอนุมัติให้กู้เงินจำนวน 100,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นสมาชิกใหม่จะต้องสร้างเครดิตวงเงินให้ทางบริษัทมั่นใจ และตรวจสอบสภาพการหมุนเวียนของบัญชีในอัตรา 11% ของวงเงินกู้ หลังจากฝากค้ำประกันเครดิตเรียบร้อย จะได้รับรหัส OTP สามารถถอนเงินได้ จากนั้นแอดมินได้ส่งหมายเลขบัญชีธนาคาร UOB ชื่อบัญชี น.ส.มณีกานต์  ขอพึ่ง โดย น.ส.พัชร์วรปภา ฯ ได้โอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าวจำนวน 3 ครั้ง เป็นเงิน 71,000 บาท หลังจากโอนเงินไปแล้ว ปรากฎว่าแอดมินแจ้งว่าต้องทำเอกสารเดินเรื่องใหม่ จะต้องโอนเงินไปอีกจำนวน 50,500 บาท น.ส.พัชร์วรปภา ฯ เห็นว่าการโอนเงินดังกล่าวน่าจะเป็นการหลอกของกลุ่มคนร้าย  จึงได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.3 ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วตามคดีอาญาที่ 10/2565 ลง 26 ส.ค.2565 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ”

‘บีวายดี’ เผย รถยนต์ไฟฟ้ารุ่น atto 3 ขายดีสุดในไทย 3 เดือนซ้อน เดินหน้าสร้างโรงงานผลิตในไทย รองรับฐานการตลาดอาเซียน

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 66 สำนักข่าวซินหัว, ปักกิ่ง รายงานว่า เซี่ยงไฮ้ ซีเคียวริตีส์ นิวส์ (Shanghai Securities News) หนังสือพิมพ์หลักทรัพย์ สังกัดสำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อไม่นานนี้ว่า รถยนต์ไฟฟ้ารุ่น บีวายดี อัตโต 3 (Atto 3) ของบีวายดี (BYD) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำสัญชาติจีน ขึ้นแท่นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยเป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน โดยมียอดจดทะเบียนรถรุ่นนี้ 2,434 คันในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ในไตรมาสแรกของปี 2023 มีรถยนต์รุ่นอัตโต 3 จดทะเบียนในไทยรวม 5,542 คัน คิดเป็นร้อยละ 37.5 ของจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดที่จดทะเบียนในไทยในช่วงเวลาเดียวกัน

บีวายดี กล่าวว่า นับตั้งแต่ที่รถยนต์รุ่นนี้เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2020 ช่วงระหว่างวันที่ 1 พ.ย. - 12 ธ.ค. ก็มียอดสั่งซื้อมากถึง 10,305 คัน โดยบริษัทบีวายดี ส่งมอบรถยนต์อัตโต 3 ในประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 11,539 คัน

ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ แยก 'น้ำเค็ม-น้ำจืด' พระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 เพื่อคลายทุกข์คนเมืองคอน

(11 เม.ย.66) เพจเฟซบุ๊ก 'ภักดี คาเฟ่' ได้โพสต์เรื่องราวน่าประทับใจจากโครงการประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ตั้งอยู่ใน บ้านบางปี้ ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ผ่านมุมมองคนในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ ว่า...

อดแปลกใจไม่ได้ที่หมู่นี้จะเห็นเด็กวัยรุ่นเดินเข้ามาดื่มกาแฟที่ร้านและก็เป็นธรรมดาที่ผมจะอดใจไม่ได้ ที่จะพูดคุยด้วย 

อยากรู้ครับว่าเด็กๆ วัยรุ่นสมัยนี้เขามีความคิดความอ่านเป็นอย่างไรกันบ้าง 

และผมก็อดแปลกใจไม่ได้กับแนวความคิดของน้องทั้งสองคนนี้ การศึกษาไม่ต้องพูดถึงครับ น้องผู้หญิงจบ ป.โท น้องผู้ชายจบวิศวะ น้องเป็นคนนครศรีธรรมราช น้องเล่าว่า…

"เมื่อก่อนนี้จะทำไร่ทำนาค่อนข้างลำบากครับ สาเหตุเพราะไม่มีน้ำ ขาดแคลนน้ำในการที่จะใช้เพาะปลูกครับ ส่วนมากจะเป็นน้ำเค็มครับ จนมาทุกวันนี้ครับ วันที่ผมมี ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ เพราะอะไรถึงมีเหรอครับ…

‘บิ๊กป้อม’ เปิดพรรคให้แกนนำ-สื่อ เข้ารดน้ำดำหัว พร้อมอวยพรขอให้ ปชช. เดินทางปลอดภัย-สมหวังตลอดปี

(11 เม.ย.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการบริหารพรรค รดน้ำอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีม กทม. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายวราเทพ รัตนากร กรรมการนโยบายและฝ่ายอำนวยการนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ กรรมการบริหารพรรค รดน้ำขอพร บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น 

‘ขัตติยา’ ส.ส.เพื่อไทย ร้องขอความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดง ลั่น!! ต้องรื้อฟื้นคดี ลาก ‘ทหาร’ ขึ้น ‘ศาลพลเรือน’ ให้ได้

(11 เม.ย. 66) เฟซบุ๊กแฟนเพจหลักของ ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ เนื่องในโอกาสรำลึกครบรอบ 13 ปี การสลายการชุมนุม 10 เมษายน 2553 โดยมีเนื้อหาระบุว่า…

‘ขัตติยา สวัสดิผล’ ประกาศทวงคืนความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงอีก 62 ศพ ต้องรื้อฟื้นคดีและลาก ‘ทหาร’ ขึ้น ‘ศาลพลเรือน’ ให้ได้

ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวในงานรำลึกครบรอบ 13 ปี การสลายการชุมนุม 10 เมษายน 2553 กล่าวทวงความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงว่า จะรื้อฟื้นคดีเสื้อแดงที่ยังมีอีก 62 คดี ขึ้นมาฟ้องพร้อมกับเอาทหารที่ยิงประชาชนวันนั้น มาขึ้นศาลพลเรือนแทนศาลทหาร 

ขัตติยา สวัสดิผล กล่าวถึงความคืบหน้าในส่วนของคดีความคนเสื้อแดงว่า ในช่วงก่อนปี 2554 คดีคนเสื้อแดงรวมถึงคดีของคุณพ่อ (พลตรีขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก) ไม่มีความคืบหน้า เพราะตอนนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ก็ได้รับความเมตตาจากท่านทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติในปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นได้แนะนำแนวทางทางกระบวนการยุติธรรมให้ซึ่งต้องยอมรับว่าบรรยากาศตอนนั้นไม่ได้เปิดโอกาสให้เราค้นหาความจริงได้เลย 

แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งปี 2554 คดีความต่าง ๆ ของคนเสื้อแดงเดินหน้าคืบหน้าไปได้เร็ว เพราะเรามีสารตั้งต้นจากชั้นตำรวจ ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ จนกระทั่งนำไปขึ้นสู่ศาลได้ ซึ่งการที่เราสามารถพาคดีไปถึงศาลได้ก็ต้องยอมรับว่าเป็นความสำเร็จขั้นหนึ่ง ถึงแม้ว่าทั้งคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จะใช้เทคนิคทางกฎหมายบอกว่าเราไม่สามารถยื่นฟ้องเขาในศาลอาญาได้ เราก็ต้องไปเริ่มต้นใหม่ ไปฟ้องเขาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นั้นหมายความว่า เราต้องเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ และแม้จะน่าเสียดายที่ ปปช.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีผลพวงจากรัฐประหารตีตกบอกว่า ทั้งคุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพ ทำในฐานะผู้สั่งการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งคนที่จะต้องไปเอาผิดคือทหารที่ปฏิบัติการอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์และแยกคอกวัว ถ้าเราจะเอาผิดคนดังกล่าว เท่ากับเราต้องเอาเขาไปขึ้นศาลทหาร

ขัตติยา กล่าวต่อว่าเรื่องนี้เราจะเดินหน้าต่อไม่หยุด พรรคเพื่อไทยถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาล จะทวงคืนสอบถามความยุติธรรมในคดีอีก 62 ศพที่เหลือ เราจะตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่า ในแต่ละคดีของทั้ง 62 คดีนั้น จะต้องไปยื่นฟ้องใครที่ศาลใดถึงจะสัมฤทธิ์ผลที่สุด ซึ่งตรงนี้จะเกี่ยวเนื่องกับ ปปช. ที่บอกไปว่า จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ถ้าคดีที่ ปปช. ชี้ว่าไม่มีมูล ประชาชนสามารถส่งให้อัยการสูงสุดชี้มูลได้ และถ้าอัยการสูงสุดไม่ชี้มูล ก็ต้องให้อำนาจประชาชนในฐานะผู้เสียหาย สามารถฟ้องศาลได้โดยตรง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top