“บ้านปู เน็กซ์” หนุนลดคาร์บอน ขยายบริการที่ปรึกษา Net Zero ช่วยผู้ผลิตไทยรับมือกฎระเบียบคาร์บอน เสริมขีดความสามารถแข่งขันในตลาดโลก พร้อมเพิ่มความยั่งยืนธุรกิจอุตสาหกรรมไทย
บ้านปู เน็กซ์ หนุนผู้ผลิตไทยลดคาร์บอน เสริมแกร่งสู่ตลาดโลก ด้วยบริการที่ปรึกษา Net Zero
บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero (Net Zero Consultation) ส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกของประเทศไทยให้สามารถจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกฎระเบียบด้านความยั่งยืนและข้อบังคับจากคู่ค้าระดับสากลที่เข้มข้นขึ้น พร้อมนำเสนอโซลูชันลดการปล่อยคาร์บอนครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก
ปัจจุบันผู้ผลิตและส่งออกไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากกฎระเบียบหลายด้าน ทั้งมาตรการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป* (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)1 และภาษีคาร์บอน2 (Carbon Tax) ในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ ยังมีกฎระเบียบการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนของสหภาพยุโรป3 (ESPR) ที่กำหนดให้สินค้าใน EU ต้องจัดทำ Digital Product Passport (DPP) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงนโยบายของคู่ค้าสากล ที่ให้ผู้ผลิตและส่งออกต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการลดคาร์บอนเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสทางการค้าในตลาดส่งออก ขณะที่ในประเทศไทยก็มีนโยบายจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูล ESG4 ตามมาตรฐานรายงานความยั่งยืนสากล และเข้ารับการประเมินหุ้นยั่งยืน (SET ESG Ratings) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเลือกลงทุนในบริษัทที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล
เพื่อช่วยให้ทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคการผลิตเพื่อส่งออกพร้อมสำหรับความท้าทายดังกล่าว บ้านปู เน็กซ์ นำเสนอบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินและจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint for Product: CFP) ครอบคลุม Scope 1-3 บริการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต การติดตามและบริหารจัดการคาร์บอนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม การเสนอแนวทางลดการปล่อยคาร์บอน ไปจนถึงการจัดทำรายงานความยั่งยืนตามกรอบมาตรฐานสากล รวมถึงการวางแผนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งแนวทางจัดการเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนจากมาตรการภาษีคาร์บอนได้ในระยะยาว เสริมความน่าเชื่อถือกับคู่ค้าต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า “กฎระเบียบด้านคาร์บอนและมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลกำลังเปลี่ยนทิศทางการดำเนินธุรกิจของภาคการผลิตเพื่อส่งออกและอีกหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก สะท้อนผ่านการปรับตัวของภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งสู่การรับรอง UI Green Metric5 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และอาคารพาณิชย์ที่ต้องการมาตรฐาน LEED6 หรือ TREES7 กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ8 (Eco Industrial Town) ตามแนวทางของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยโซลูชันการจัดการคาร์บอนและความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ บ้านปู เน็กซ์ ในฐานะพันธมิตรระยะยาวด้าน Net Zero มุ่งสนับสนุนทุกธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการวางกลยุทธ์ Net Zero เราพร้อมส่งมอบโซลูชันครบวงจรที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในทุก Scope ลดต้นทุนระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเติบโตในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง"
ปัจจุบัน บ้านปู เน็กซ์ ได้ให้บริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero แก่ลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออก สถาบันการศึกษา และธุรกิจบริการภาคพื้นท่าอากาศยาน สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมและตอบโจทย์ทุกความต้องการของแต่ละธุรกิจ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยสู่คาร์บอนต่ำ
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจโซลูชัน Net Zero ครบวงจรของบ้านปู เน็กซ์ สามารถติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-095-6599 หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.banpunext.co.th
#BanpuNEXT #บ้านปูเน็กซ์ #NetZeroSolutions #NetZeroConsultation
หมายเหตุ
*มาตรการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) คือการกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสูงเข้าสู่สหภาพยุุโรป (EU) รับภาระต้นทุนคาร์บอนเทียบเท่าสินค้าที่ผลิตใน EU เพื่อป้องกันการรั่วไหลของคาร์บอน (Carbon Leakage) ซึ่งเกิดจากการย้ายฐานการผลิตสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสูงไปยังประเทศที่มีกฎหมายการปล่อยก๊าซฯ ไม่เข้มงวด แล้วจึงนำสินค้ากลับเข้ามาขายใน EU ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นประเทศคู่ค้าให้ปรับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม








