Wednesday, 16 September 2026
LuckinCoffee

ร้านกาแฟจีน Luckin จับมือเจ้าพ่อสุรา ‘เหมาไถ’ เสิร์ฟ ‘ลาเต้รสเหล้าขาว’ วันแรกโกย 5.42 ล้านแก้ว

(5 ก.ย.66) ลัคกิน คอฟฟี่ (Luckin Coffee) เครือร้านกาแฟเจ้าดังของจีน ประกาศจับมือบริษัทสุรา กุ้ยโจว เหมาไถ (Kweichow Moutai) ออกเมนู ‘กาแฟนมผสมเหล้าขาว’ หวังจับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ โดยหลังเปิดตัววันแรกเมื่อวานนี้ (4 ก.ย.) ปรากฏว่าทำยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 5.42 ล้านแก้ว

ลัคกิน แถลงว่า กาแฟนมผสมเหล้าขาวเพียงเมนูเดียวสร้างรายได้ให้บริษัทกว่า 100 ล้านหยวนในวันจันทร์ (4 ก.ย.) ทุบสถิติเมนูยอดนิยมอื่น ๆ ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ เช่น cheese latte ซึ่งมียอดจำหน่ายในวันเปิดตัว 1.31 ล้านแก้ว และ coconut cloud latte ซึ่งขายได้ในวันแรก 660,000 แก้ว

กาแฟผสมเหล้าขาวซึ่งทางร้านตั้งชื่อว่า ‘sauce-flavoured latte’ เปิดจำหน่ายวันแรกในราคาเพียง 19 หยวน หรือลดจากปกติ 50% ซึ่งปรากฏว่ามีชาวจีนในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้แห่ไปต่อคิวรอซื้อจนขายหมดเกลี้ยงในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง

ลัคกิน และกุ้ยโจว เหมาไถ ระบุว่า sauce-flavoured latte มีปริมาณแอลกอฮอล์ผสมไม่เกิน 0.5%
สำหรับสุราเหมาไถนั้นได้รับยกย่องว่าเป็น ‘สุราแห่งชาติจีน’ โดยเป็นเหล้าขาวดีกรีแรงที่นิยมเสิร์ฟกันตามงานเลี้ยงต่างๆ และสำหรับ กุ้ยโจว เหมาไถ นั้นผู้ที่เคยดื่มส่วนใหญ่บอกว่ามีกลิ่นและรสชาติใกล้เคียงกับ ‘ซอสถั่วเหลือง’

Luckin Coffee บริษัทกาแฟจากจีน พลิกกลับมาชนะคดีเครื่องหมายการค้าในไทย ศาลฯ สั่งคู่กรณีชดใช้ 10 ล้านบาท และต้องจ่ายค่าเสียหายต่อเนื่องวันละ 100,000 บาท

(13 มี.ค. 68) Luckin Coffee บริษัทกาแฟชื่อดังจากประเทศจีน ได้รับชัยชนะในคดีเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย โดยศาลสั่งให้คู่กรณีชดเชยความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท

Luckin Coffee เป็นบริษัทกาแฟจากประเทศจีนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 และเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ Starbucks ในตลาดจีน ด้วยกลยุทธ์การขายที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก เน้นการสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน และมีราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง ทำให้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ Luckin Coffee ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เพราะในปี 2020 บริษัทถูกเปิดโปงว่ามีการ ตกแต่งบัญชี โดยอ้างว่ายอดขายสูงกว่าความเป็นจริงถึง 2,200 ล้านหยวน (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) ส่งผลให้หุ้นของบริษัทในตลาด NASDAQ ร่วงลงอย่างรุนแรง จนต้องถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ในที่สุด

อีกทั้งในปีเดียวกัน Luckin Coffee ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) สอบสวนเรื่องการตกแต่งบัญชี ส่งผลให้บริษัทต้องจ่ายค่าปรับ 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6,500 ล้านบาท) เพื่อระงับข้อพิพาท และถูกหน่วยงานกำกับดูแลของจีนยังสั่งปรับบริษัท 61 ล้านหยวน (ประมาณ 282 ล้านบาท)

กระทั่งในปี 2023 Luckin Coffee สามารถฟื้นตัวและเติบโตได้ โดยบริษัททำรายได้กว่า 24.9 พันล้านหยวน (ประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีร้านกาแฟมากกว่า 20,000 สาขาทั่วประเทศจีน
ส่งผลให้ Luckin Coffee เข้ามาเปิดตลาดในไทย แต่ถูกบริษัท R50 ยื่นฟ้องว่าเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า Luckin Coffee ในประเทศ 

ต่อมาศาลชั้นต้นตัดสินให้ Luckin Coffee ชนะคดี แต่ในชั้นอุทธรณ์ ศาลกลับตัดสินให้ R50 เป็นฝ่ายถูกต้อง ทำให้ Luckin Coffee ต้องเผชิญกับข้อพิพาททางกฎหมาย ทำให้ต้องว่าจ้างสำนักงานกฎหมาย Tilleke & Gibbins เพื่อหาทางแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าว 

Tilleke & Gibbins เข้ามาจัดการคดีด้วยกลยุทธ์ทางกฎหมายใหม่ โดยอ้างอิงกฎหมายสากลและหลักการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าระดับนานาชาติ ส่งผลให้ Luckin Coffee พลิกกลับมาชนะคดี และได้รับคำตัดสินให้เป็นเจ้าของสิทธิ์เครื่องหมายการค้าอย่างถูกต้องในประเทศไทย

โดยในปี 2025 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางของประเทศไทยได้ตัดสินให้ Luckin Coffee บริษัทกาแฟรายใหญ่จากประเทศจีน ชนะคดีเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย และสั่งให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท (ประมาณ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่เคยได้รับในคดีละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย 

นอกจากนี้ ศาลยังกำหนดให้จำเลยต้องจ่ายค่าเสียหายต่อเนื่องเป็นรายวันวันละ 100,000 บาท นับจากวันที่ยื่นฟ้อง (4 มีนาคม 2567) จนกว่าจำเลยจะยุติกิจกรรมละเมิดลิขสิทธิ์ และสั่งให้จำเลยร่วมกันจ่ายค่าทนายความของโจทก์

ในการตัดสินครั้งนี้ ศาลได้สั่งให้ยกเลิกการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยในประเทศไทย รวมถึงสั่งให้จำเลยเปลี่ยนชื่อบริษัทและห้ามใช้หรือแสดงคำว่า “Luckin Coffee” ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในชื่อบริษัท นอกจากนี้ จำเลยยังถูกห้ามใช้คำว่า “Luckin Coffee”, “瑞幸咖啡” และโลโก้รูปกวางในการดำเนินธุรกิจกาแฟ

กรณีของ Luckin Coffee ถือเป็นบทเรียนสำคัญของธุรกิจสตาร์ตอัปที่เติบโตเร็ว แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านกฎหมายและการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตามด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง บริษัทยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดกาแฟโลกต่อไป

‘ลัคอิน คอฟฟี่’ เปิดร้านกาแฟจีน ‘ธีมบราซิล’ แห่งแรก!! ในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า

(16 ก.ย. 68) ลัคอิน คอฟฟี่ (Luckin Coffee) แบรนด์กาแฟชื่อดังของจีน เปิดร้านกาแฟธีมบราซิลแห่งแรกในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ที่นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นับเป็นร้านธีมบราซิลแห่งที่ 4 ของบริษัทในประเทศจีน และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เชื่อมโยงการค้าและวัฒนธรรมกาแฟระหว่างจีนกับบราซิล

ปัจจุบัน ลัคอิน คอฟฟี่ มีร้านกว่า 20,000 แห่งทั่วจีน และยังประกาศแผนการครั้งใหญ่ โดยระหว่างปี 2025 ถึง 2029 จะซื้อเมล็ดกาแฟจากบราซิลรวม 240,000 ตัน มูลค่าราว 10,000 ล้านหยวน (ราว 50,000 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการจัดหากาแฟครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

สำหรับประเทศบราซิลนับเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก ครองสัดส่วนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของตลาดโลก ขณะที่ตลาดกาแฟในจีนเองก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งสองประเทศมีโอกาสขยายความร่วมมือทั้งในด้านการค้าและเทคโนโลยีการผลิตกาแฟ

ทั้งนี้ ลัคอิน คอฟฟี่ ยังได้ตั้งฐานปลูกกาแฟคุณภาพในบราซิล พร้อมส่งเสริมการฝึกอบรมเกษตรกรด้านการเพาะปลูกและการแปรรูปเมล็ดกาแฟ บริษัทเผยว่าอนาคตจะเปิดร้านกาแฟธีมบราซิลเพิ่มอีกกว่า 30 แห่งทั่วจีน และเตรียมจัดสร้าง พิพิธภัณฑ์กาแฟบราซิล เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และขยายวัฒนธรรมกาแฟให้แพร่หลายยิ่งขึ้น

Luckin Coffee ปิดมหากาพย์คดี 5 ปี!! ชนะคดีเครื่องหมายการค้าในไทย คดีโลโก้กวางเลียนแบบ วางบรรทัดฐานจดทะเบียนไม่สุจริต ชดใช้กว่า 95 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 บริษัท ลัคกิ้น คอฟฟี่ (Luckin Coffee) แบรนด์กาแฟชั้นนำจากประเทศจีน ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการถึงความสำเร็จในการชนะคดีเครื่องหมายการค้ากับบริษัทคู่กรณีในประเทศไทย นับเป็นคดีประวัติศาสตร์ของกระบวนการยุติธรรมไทยที่มีการยื่นรับรองแนวคิด "การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยไม่สุจริต" อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญสำหรับแบรนด์นานาชาติและแบรนด์จีนในการปกป้องสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจในประเทศไทย

Luckin Coffee ประกาศ ณ วันที่ 27 ก.ค. 2569 ผ่านบัญชีโซเชียล “เวยปั๋ว” แจงต่อสาธารณะว่า Luckin ชนะการอุทธรณ์คดีละเมิดเครื่องหมายการค้า ซึ่งคู่กรณีคือบริษัทไทย รอยัล 50R กรุ๊ป ที่ใช้แบบตัวอักษรและโลโกรูปกวางเลียนแบบ เป็นอันจบมหากาพย์การต่อสู้คดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ยืดเยื้อมาราวห้าปีอย่างบริบูรณ์ (จากปี 2565- ก.ค. 2569)

คดีดังกล่าวมีคู่กรณีคือ บริษัท 50อาร์ กรุ๊ป จำกัด (50R Group) ซึ่งได้ทำการลักลอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของลัคกิ้น คอฟฟี่ ก่อนที่แบรนด์จริงจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยนำโลโก้รูปหัวกวางมากลับด้าน จากขวาไปซ้าย พร้อมเลียนแบบการตกแต่งร้าน และรายการสินค้าจนสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแหล่งหนึ่งในจีนระบุว่า "บริษัท 50อาร์ กรุ๊ป จดทะเบียนฯในไทย โดยมีผู้ถือหุ้นฝ่่ายไทย 51 % และผู้ถือหุ้นชาวจีน 49% แม้ว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ผู้ควบคุมที่แท้จริงและปฏิบัติการธุรกิจทั้งหมดกลับเป็นชาวจีน โดยอาศัยช่องโหว่กฎหมายไทย-จีน"

สำนักงานกฎหมาย ติลลิกี แอนด์ กิ๊บบินส์ (Tilleke & Gibbins) ซึ่งเป็นผู้ดูแลคดีให้แก่ลักกี้ คอฟฟี่ เปิดเผยว่า ศาลไทยมีคำสั่งยกเลิกการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย ห้ามใช้ชื่อ "Luckin Coffee" ชื่อภาษาจีน "瑞幸咖啡" รวมถึงโลโก้รูปหัวกวาง พร้อมสั่งให้เปลี่ยนชื่อบริษัทและตราประทับ ทั้งนี้ ศาลในชั้นอุทธรณ์ได้ยืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านบาท และค่าเสียหายต่อเนื่องวันละ 100,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องร้องจนกว่าจะหยุดการละเมิด รวมระยะเวลาละเมิดสูงถึง 856 วัน คิดเป็นเงินค่าเสียหายรวมกว่า 95 ล้านบาท หรือประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21.5 ล้านหยวน) ซึ่งถือเป็นมูลค่าค่าเสียหายคดีทรัพย์สินทางปัญญาที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ศาลไทย

หลังจากมีผู้พบเห็นร้านกาแฟ Luckin Coffee ในไทยเมื่อปี 2565 บริษัทแบรนด์กาแฟดังในจีน ประกาศ Luckin Coffee ไม่มีสาขาในประเทศไทย และเดินหน้าฟ้องร้องคดีละเมิดเครื่องหมายการค้า โดยการพิจารณาคดียกแรกในปี 2566 ศาลตัดสินให้ Luckin Coffee แพ้คดีฯ

ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคม 2565 ลัคกิ้น คอฟฟี่ เคยออกมาชี้แจงว่าไม่ได้เปิดสาขาในประเทศไทย และร้านที่เปิดอยู่เป็นร้านเลียนแบบ ต่อมาในเดือนธันวาคม 2566 ทางบริษัทเคยแพ้คดีในชั้นต้น จนถูกบริษัทคู่กรณีเรียกร้องค่าเสียหายตอบโต้สูงถึง 10,000 ล้านบาท (ประมาณ 2,000 ล้านหยวน) โดยอ้างว่าได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยมาตั้งแต่ปี 2563 จนกระทั่งต่อมา คดีเกิดการพลิกผันเมื่อศาลพิจารณาพยานหลักฐานและตัดสินให้ลักกี้ คอฟฟี่ เป็นฝ่ายชนะคดีในที่สุด

นอกจากนี้ มีรายงานว่า บริษัท 50อาร์ กรุ๊ป จำกัด มีพฤติกรรมกว้านจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของแบรนด์จีนชื่อดังอื่นๆ อีกจำนวนมาก เช่น ซุนเฟิง, เจเคเอ็กซ์เพรส, หนงฟู สปริง, อู่เหลียงเย่ ฯลฯ โดยมีลักษณะมุ่งเน้นการฉวยโอกาสกว้านจดทะเบียนเพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากการฟ้องร้องหรือการประไพประณอมโดยไม่ได้ดำเนินธุรกิจจริง

ที่มาข่าวและภาพ: กลุ่มสื่อจีน

ที่มา : https://mgronline.com/china/detail/9690000074248


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top