Wednesday, 22 July 2026
EECiti

สกพอ. ผนึกกำลัง กกท. ผุดโปรเจกต์ยักษ์ ยกระดับเมืองอัจฉริยะ EECiti สร้างศูนย์กีฬานานาชาติจ.ชลบุรี บนเนื้อที่ 1,500 ไร่ หนุนเมืองน่าอยู่รองรับประชากร 3.5 แสนคน ปูทางไทยจัดกีฬาโลก-คอนเสิร์ต-เวทีนานาชาติ ตั้งเป้าสร้างงาน 2 แสนตำแหน่งใน 10 ปี

(19 พ.ค. 68) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จับมือการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ลงนามความร่วมมือ (MOU) สร้าง “ศูนย์กีฬานานาชาติ จ.ชลบุรี” บนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ ภายในโครงการเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ EECiti หวังยกระดับสู่ศูนย์กลางการจัดการแข่งขันกีฬาและอีเวนต์ระดับโลก พร้อมส่งเสริมสุขภาพและเศรษฐกิจกีฬาไทย

ศูนย์กีฬาแห่งนี้จะได้มาตรฐานระดับนานาชาติ รองรับทั้งการแข่งขัน กีฬาอาชีพ คอนเสิร์ต เทศกาลขนาดใหญ่ พร้อมศูนย์ฟื้นฟูนักกีฬาและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การกีฬาครบวงจร สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติมุ่งพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. เผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา ระบบนิเวศเมืองน่าอยู่ และดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่พื้นที่ EEC ตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว คาดว่าโครงการจะรองรับประชากรกว่า 3.5 แสนคน และสร้างงานกว่า 2 แสนตำแหน่งภายในปี 2580

นอกจากศูนย์กีฬานานาชาติแล้ว พื้นที่ EECiti ยังเตรียมพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะติด 1 ใน 10 ของโลก พร้อมรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รองรับการลงทุนใหม่ในพื้นที่อีอีซีในอนาคต

ส่องความคืบหน้า EECiti ศูนย์ธุรกิจ EEC – เมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจภาคตะวันออก เตรียมเปิดประตูเอกชนลงทุน 7.4 หมื่นล้าน เริ่มวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน – สาธารณูปโภค

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดโผแผนผังโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EECiti พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ (Public Private Partnership : PPP) มูลค่ากว่า 7.4 หมื่นล้านบาทภายในปี 2569 คาดเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยโมเดลใหม่การพัฒนาเมือง ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหลายล้านล้านในอนาคต

โครงการ EEC Capital City หรือ EECiti ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อปลายปี 2565 กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย ด้วยการเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค 10 ระบบ ในรูปแบบ Public Private Partnership (PPP) ภายในปี 2569

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. เปิดเผยความคืบหน้าว่า การลงทุนครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 74,465 ล้านบาท คาดจะเริ่มต้นได้ภายในปี 2569 และแล้วเสร็จภายในปี 2570 ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ EEC ที่มีกรอบวงเงินลงทุนรวม 1.34 ล้านล้านบาท

พร้อมระบุว่า ขณะนี้การดำเนินงานมีความคืบหน้าตามกรอบเวลาของแผนงานในระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2570) พัฒนาพื้นที่ 5,795 ไร่  หรือประมาณ 40% ของพื้นที่โครงการทั้งสิ้น 14,619 ไร่ เพื่อพัฒนาย่านศูนย์กลางธุรกิจและสำนักงานภูมิภาค สถานที่ราชการ ศูนย์การแพทย์ และที่อยู่อาศัย โดยความคืบหน้าสำคัญของโครงการ คือการออกแบบแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและแบบเชิงแนวคิดของโครงการ และการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

6 คลัสเตอร์ธุรกิจ เปิดโอกาสการลงทุนหลากหลายรูปแบบ
โครงการดังกล่าวได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด "Smart-Green-Livable-Inclusive" และแบ่งเป็น 6 โซนพื้นที่คลัสเตอร์ธุรกิจหลัก ได้แก่:
1. ศูนย์สำนักงานใหญ่ภูมิภาค (CBD) - รองรับธุรกิจการเงินและศูนย์ราชการสำคัญ
2. ศูนย์การแพทย์แม่นยำ - เจาะตลาดเมดิคัลฮับอนาคต
3. ศูนย์การศึกษา-วิจัยระดับนานาชาติ - สร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้
4. ศูนย์ธุรกิจ BCG - ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว
5. ศูนย์ธุรกิจบริการ - ครอบคลุมท่องเที่ยว กีฬา และโลจิสติกส์
6. ที่อยู่อาศัยและ Mixed-use – รองรับประชากรทุกระดับรายได้

10 ระบบโครงสร้างพื้นฐาน เปิดประตูการลงทุน PPP

ทั้งนี้ ภาคเอกชนสามารถเข้าร่วมลงทุนใน 10 ระบบโครงสร้างพื้นฐานหลัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระบบไฟฟ้าและพลังงาน ระบบน้ำประปา การจัดการน้ำเสียและขยะ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบขนส่งสาธารณะ ไปจนถึงพื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์

การลงทุนในรูปแบบ PPP นี้จะช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐ พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับเอกชนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่โลกให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

มุ่งสู่เป้าหมายระดับโลก สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

โครงการ EECiti มีเป้าหมายชัดเจนคือการก้าวสู่การเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะอันดับ 1 ใน 10 ของโลกภายในปี 2580 ด้วยแนวทางที่เน้นความยั่งยืน โดยกำหนดให้พื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งมากกว่า 30% ของพื้นที่โครงการ พร้อมเป้าหมาย Net Zero ลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

การพัฒนานี้จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในหลายมิติ ไม่เพียงแค่การสร้างงานในระยะก่อสร้าง แต่ยังรวมถึงการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การยกระดับทักษะแรงงาน และการสร้างศูนย์กลางธุรกิจใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เปิดรับข้อเสนอลงทุน เตรียมจัดเวทีรับฟังความเห็น
สกพอ. พร้อมรับข้อเสนอการลงทุนจากภาคเอกชนในแต่ละโซนพื้นที่ตั้งแต่ปี 2569 และจะจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และกระบวนการ PPP ในช่วงธันวาคม 2568 - มกราคม 2569

นักลงทุนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางช่องทางออนไลน์ของ สกพอ. ซึ่งถือเป็นโอกาสทองสำหรับภาคเอกชนที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคตในประเทศไทย

แน่นอนว่า โครงการ EECiti ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนโฉมหน้าภาคตะวันออก แต่ยังเป็นโมเดลการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมคาร์บอนต่ำได้เป็นอย่างดี

EECiti เดินหน้า!! EECO ลงนาม MOU กับ Zhuhai Hengqin ดัน EECiti สู่เมืองอัจฉริยะระดับโลก รองรับอุตสาหกรรมขั้นสูงและประชากร 3.5 แสนคน ดึงทุนจีนร่วมศึกษาโครงสร้างพื้นฐาน–เมืองอัจฉริยะ–นวัตกรรม

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) ขอนำส่งข่าวประชาสัมพันธ์ การลงนาม MOU ร่วมกับ บริษัทชั้นนำจากจีน เพือขับเคลื่อนโครงการ EECiti ดังเอกสารแนบ

EECO ลงนาม MOU กับ Zhuhai Hengqin Jingtongrongzhi Technology

ดึงบริษัทชั้นนำจีน สร้างโอกาสการลงทุนเมืองใหม่อัจฉริยะ (EECiti) ในพื้นที่อีอีซี

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

(EECO) นายกาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว และ Mr. Chen Yue International Investment Director บริษัท Zhuhai Hengqin Jingtongrongzhi Technology Information Co., Ltd. ได้ร่วมพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) ระหว่าง EECO กับ Zhuhai Hengqin Jingtongrongzhi Technology โดยมีผู้บริหารจากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็นพยาน ณ ห้องประชุม Conference 1 – 2 สำนักงาน EECO กรุงเทพฯ 

 โดย MOU ฉบับนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่าง สกพอ. และ บริษัท Zhuhai Hengqin Jingtongrongzhi Technology Information Co., Ltd. ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเดินทางเยือนสาธารณประชาชนจีน

ของคณะผู้แทน EECO เพื่อจัดกิจกรรมความร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำของจีน และลงนาม MOU เมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งได้หารือแนวทางการเตรียมความพร้อมดึงดูดนักลงทุนในโครงการ “EECiti” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ต่อไป 

ทั้งนี้ ข้อตกลงตามวัตถุประสงค์ของ MOU ดังกล่าว สะท้อนถึงความต้องการของบริษัท ที่จะดำเนินการศึกษาการคัดเลือกพื้นที่ และการจัดทำรายงานศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน เพื่อหาโอกาสการเข้าร่วมลงทุนในการพัฒนาโครงการ EECiti ซึ่งจะมุ่งเน้น 4 ด้าน ได้แก่ (1) การพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรม (2) การร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค (3) การพัฒนาและก่อสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะอย่างครบวงจร และ(4) การบริหารจัดการเมือง

สำหรับ โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EECiti จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจและบริการ รองรับการลงทุนคลัสเตอร์อุตสาหกรรมขั้นสูง และจะพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 1 ใน 10 ของโลก สามารถรองรับประชากรเข้าอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ประมาณ 350,000 แสนคน ในระยะเวลา 10 ปี ช่วยลดความแออัดในชุมชนเมือง เกิดการสร้างงานทางตรงไม่น้อยกว่า 200,000 ตำแหน่ง พัฒนาให้เกิดแรงงานที่มีทักษะสูงและประชาชนมีรายได้สูงขึ้น โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการจ้างงานถึง 1.2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2580

กพอ. ชี้ลุย EECiti !! ติดเครื่อง PPP พัฒนาสาธารณูปโภค มูลค่า 7.2 หมื่นล้านบ. ลงทุน 10 ระบบ รองรับศูนย์กีฬา–เมืองอัจฉริยะ มาตรการหนุนสนามบินอู่ตะเภาจ่อเริ่มเร็ว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 2/2569 วันที่ 5 มิถุนายน 2569
ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 3 ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เป็นเลขานุการการประชุมฯ ทั้งนี้ กพอ. ได้พิจารณา และมีมติในเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

1. ความก้าวหน้าดำเนินการพัฒนาในโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EECiti กพอ. ได้รับทราบความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ การจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้มีพื้นที่พร้อมพัฒนาประมาณ 6,168 ไร่ การจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในระยะแรก การออกแบบจัดทำแผนผังการพัฒนา และรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการ รวมถึงการเตรียมระบบบริหารจัดการน้ำ และโครงข่ายถนน และการเตรียมพื้นที่ให้เป็น Landmark แห่งใหม่ เพื่อรองรับศูนย์กีฬานานาชาติที่มีมาตรฐานสากล และศูนย์สันทนาการระดับโลก (World Class Entertainment & Leisure Hub) ซึ่งกพอ.ได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

และ สกพอ.พิจารณาเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการที่จะดำเนินการต่อไปในลักษณะของโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดยทั้งสองหน่วยงานจะจัดทำรายงานวิเคราะห์โครงการและนำเสนอ กพอ. พิจารณาต่อไป

กพอ. ได้เห็นชอบในการกำหนดให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางภายในEECiti เป็นโครงการที่ดำเนินการตามขั้นตอนการคัดเลือกเอกชน ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชน หรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ.2560 (PPP EEC Track) เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในโครงการ EECiti รวม 10 ระบบ มูลค่าประมาณ 72,042 ล้านบาท อาทิ ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ จัดการขยะ พื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง  โดย สกพอ. จะเตรียมการจัด Market Sounding เพื่อรับฟังความคิดเห็นและทดสอบความสนใจภาคเอกชน ก่อนนำเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการ PPP อีกครั้ง โดยคาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนให้เข้าร่วมลงทุนในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งจะเริ่มพิจารณาผล เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน รวมทั้งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้ ในปี 2571นอกจากนั้น กพอ. ได้เห็นชอบการปรับขอบเขตพื้นที่พื้นที่โครงการ EECiti เพื่อจัดสรรและบริหารแปลงพัฒนาที่เหมาะสมกับการก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงการมากยิ่งขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน โดยจะเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาทบทวนมติจากเดิมที่ได้เห็นชอบให้ สกพอ. เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของ สปก. จากจำนวนประมาณ
14,619 ไร่ เป็น จำนวน 14,586 ไร่ ต่อไป

2. มาตรการสนับสนุนที่จำเป็นและเร่งด่วนสำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเพิ่มเติม (EECa) กพอ. ได้เห็นชอบในการกำหนดมาตรการเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเริ่มโครงการ EECaได้โดยเร็ว เช่น การอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้าอยู่อาศัยเพื่อทำงานหรือประกอบกิจการในพื้นที่ การลด ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับสายการบินต่างประเทศที่เข้าออกสนามบินอู่ตะเภา การลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการเช่าและการโอนอสังหาริมทรัพย์ การกำหนด EECa Visa เพื่อรองรับกลุ่มผู้เข้าอยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ที่จะพัฒนาขึ้นในโครงการ การยกเว้นภาษีอากรสำหรับการอุปโภคบริโภคและประกอบกิจการในพื้นที่ EECa ที่จะกำหนดเป็นเขตประกอบการค้าเสรี (Free Trade Zone) เป็นต้น

ทั้งนี้ กพอ. ได้มอบหมายให้ สกพอ. นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติมาตรการสนับสนุนที่จำเป็นดังกล่าว รวมถึงมาตรการสนับสนุนที่ กพอ. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการไว้แล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 และมอบหมายให้ สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการออกกฎหมายรองรับให้มาตรการทั้งหมดมีผลใช้บังคับโดยเร็วต่อไป

EECO ปักหมุดเมืองใหม่ภาคตะวันออก!! เปิด Market Sounding ทดสอบความสนใจนักลงทุน 21 ก.ค.นี้ ชวนเอกชนลงทุน PPP กว่า 7.2 หมื่นล้าน มุ่งพัฒนา EECiti เป็นเมืองอัจฉริยะ เน้นยั่งยืน สะอาด เขียว และชาญฉลาด

EECO ดีเดย์ 21 ก.ค. นี้ เปิดเวที Market Sounding รับฟังความเห็นภาคเอกชนชั้นนำไทยและต่างชาติ

พร้อมเชิญชวนลงทุน PPP กว่า 7 หมื่นล้านบาท เดินหน้า EECiti สู่เมืองน่าอยู่อัจฉริยะอย่างยั่งยืน  

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เตรียมจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นี้ ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีรับฟังข้อเสนอแนะ และทดสอบความสนใจของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ต่อแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ภายใต้โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) พร้อมเชิญชวนให้เอกชนลงทุนในรูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในระยะถัดไป ซึ่งโครงการฯ จะมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 72,042 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการภาคเอกชน หน่วยงานผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง สนใจเข้าร่วมงานกว่า 100 ราย

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวว่า การจัด Market Sounding ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ EECiti ภายใต้แนวคิด Smart & Sustainable "LIVE-WORK-PLAY" City  ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก และมุ่งพัฒนาเมืองอัจฉริยะต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้เป้าหมาย Net Zero รวมไปถึงการนำเสนอรายละเอียดเบื้องต้นของแผนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในโครงการ EECiti รวม 10 ระบบ อาทิ ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ จัดการขยะ พื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง ซึ่ง EECO อยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมดำเนินการลงทุนในรูปแบบ PPP มูลค่าการลงทุนประมาณ 72,042 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอข้อสังเกต ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน การจัดสรรความเสี่ยง แนวทางการบริการโครงการ และปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน โดย EECO จะได้นำข้อมูลความคิดเห็นต่างๆ ไปปรับปรุงรายละเอียดของโครงการ และจัดทำเอกสารประกอบการคัดเลือกเอกชนให้มีความเหมาะสม เพื่อให้สามารถออกแบบโครงการ PPP ดังกล่าว ที่ตอบโจทย์ภาครัฐ และเอกชน สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยภายหลังการจัด Market Sounding ครั้งนี้ EECO จะเตรียมการเปิดคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งคาดว่าในปี 2571 จะสามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้ร่วมลงทุนแบบ PPP เพื่อเริ่มก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคหลักในช่วงแรกทั้ง 10 ระบบดังกล่าวต่อไป 

สำหรับ การจัดสัมมนา Market Sounding เพื่อสร้างมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโครงการ EECiti ในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้เบื้องต้นในการลงทุนพัฒนาโครงการ EECiti และจะเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะที่รองรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ทั้งในมิติของการลงทุน การอยู่อาศัย และสร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top