Thursday, 4 June 2026
BDE

กองทุนดีอี BDE ลงพื้นที่อุบลฯ จัดกิจกรรม CSR พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง สร้างสรรค์กำแพงวัดสู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ของเยาวชนรุ่นใหม่

(23 ม.ค. 68) กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) จัดกิจกรรมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) ภายใต้ชื่องาน “DEF ร่วมสร้างกำแพงความรู้สู่ชุมชน” ณ วัดสวนสวรรค์ ตำบลพิบูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาววรรณศิริ พัวศิริ ผู้อำนวยการกองบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (BDE) และดร. ศิริมาเมธ์วดี ศิรธนิตรา นายกเทศมนตรีเมืองพิบูลมังสาหาร ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน  และประชาชนในพื้นที่ ร่วมในพิธีเปิดงาน

นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการ ดีอี กล่าวว่า กองทุนดีอีเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ BDE ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดสรรเงินทุนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุนสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อันเป็นประโยชน์ต่อการให้บริการสาธารณะและไม่เป็นการแสวงหากำไร พร้อมกันนี้ในส่วนของบทบาทของการสร้างประโยชน์ต่อสังคม ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่กองทุนฯ ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

สำหรับการดำเนินกิจกรรม ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของกองทุนฯ ในการทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่มีความรับผิดชอบ และเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสังคม การจัดกิจกรรมในวันนี้จึงถือเป็นหนึ่งในความตั้งใจของกองทุนฯ ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกพร้อมทั้งสร้างคุณค่าแก่ชุมชนและสังคมในระยะยาว

“ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของกองทุนฯ รวมถึงอาสาสมัครทุกคนที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนจนกิจกรรมครั้งนี้  เกิดขึ้นได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมในวันนี้จะสร้างประโยชน์และแรงบันดาลใจให้แก่ทุกท่าน ช่วยสานต่อเป้าหมายของกองทุนฯ ในการขับเคลื่อนที่ประเทศไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ มีความยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” 

และร่วมมอบสิ่งของจำเป็นทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภคให้แก่วัดสวนสวรรค์ ซึ่งคาดหวังว่ากิจกรรมทั้งหมดนี้จะสร้างประโยชน์ในเชิงบวกทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้กับชุมชนในพื้นที่แห่งนี้

จัดกิจกรรมสัมมนาและนิทรรศการผู้รับทุน ประจำปีงบประมาณ 2568 มุ่งเพิ่มขีดความสามารถการเเข่งขันของประเทศไทยในยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ (3 ก.ย. 68) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสัมมนาและนิทรรศการผู้รับทุนของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีนางสาววรรณศิริ พัวศิริ ผู้อำนวยการกองบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  กล่าวรายงาน ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

สำหรับกิจกรรมสัมมนาและนิทรรศการผู้รับทุนของกองทุนดีอี จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564  เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานจากโครงการของผู้รับทุนในปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้สนใจ พร้อมย้ำบทบาทของกองทุนในการสร้าง Ecosystem ดิจิทัลและนวัตกรรมที่ยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกองทุนดีอีในการสนับสนุนโครงการที่สามารถสร้างนวัตกรรมดิจิทัล ส่งเสริมการดำเนินงานของภาครัฐ ภาคเอกชน และสังคมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน รวมถึงเสริมศักยภาพการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนปีนี้กองทุนดีอีได้คัดเลือก 10 โครงการที่ประสบผลสำเร็จและเป็นประโยชน์แก่สังคมในวงกว้าง มาร่วมออกบูธนิทรรศการ อาทิ 1. โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางบริการแบบอัจฉริยะของกรมโยธาธิการและผังเมือง (กรมโยธาธิการและผังเมือง) 2. โครงการ Digital Post ID (บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด) 3. โครงการระบบประกาศข่าวชาวเรืออัจฉริยะทางทะเลของประเทศไทย สำหรับสถานี Bangkok Radio (บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด) 4. โครงการพัฒนาจัดทำแพลตฟอร์มสนับสนุนการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าในรูปแบบดิจิทัลให้กับประชาชนไทย (องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์) 5. โครงการระบบดิจิทัลต้นแบบการตรวจวินิจฉัยและให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคของสัตว์น้ำระยะไกล (กรมประมง) 6. โครงการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อบริการประชาชน สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) 7. โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอัจฉริยะ (กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก) 8. โครงการโซลูชันการเรียนรู้ตลอดชีวิตแบบดิจิทัล (Digital Lifelong Learning Solutions) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ด้านดิจิทัลในฐานะกำลังแรงงานคุณภาพของประเทศ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 9. โครงการจ้างกำกับดูแล ติดตาม ให้คำแนะนำในการใช้แพลตฟอร์มภาครัฐฯ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ให้เป็นไปตามการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) และ 10. โครงการจัดหาระบบวิเคราะห์การโจมตี (GMS) สำหรับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสารสนเทศ และหน่วยงานภาครัฐที่สำคัญ (สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ)  

แม่ทัพดิจิทัลรุ่นใหม่!! ‘ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์’ ผู้ขับเคลื่อน ‘Digital Thailand’ ด้วยวิสัยทัศน์ ระดับโลก จากวิศวกร สู่ผู้นำเชิงนโยบายดิจิทัล คิดได้ ทำเป็น มองไกล มีผลงานที่จับต้องได้

(20 ต.ค. 68) ในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วยเทคโนโลยี การมีผู้นำที่เข้าใจทั้งระบบ โครงสร้าง และผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคม คือหัวใจของการพาประเทศเดินหน้าอย่างยั่งยืน ‘ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์’ คือหนึ่งในขุนพลดิจิทัลของไทยที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ว่าเป็น ผู้นำยุคใหม่ที่มีทั้งวิสัยทัศน์ และผลลัพธ์
.
ปัจจุบัน ดร.เวทางค์ ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช./BDE) และโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับผิดชอบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัลของประเทศในระดับมหภาค พร้อมเป็น ‘ตัวกลาง’ ในการสื่อสารระหว่าง ‘ภาครัฐ–เอกชน–ประชาชน’
.
จุดแข็งของ ‘ดร.เวทางค์’ คือการผสมผสาน ‘ฐานคิดวิศวกรรม’ กับ ‘หัวใจเศรษฐศาสตร์’ ได้อย่างลุ่มลึกและใช้งานได้จริง
•    ปริญญาเอก เศรษฐศาสตร์ – Cornell University 
•    ปริญญาโท Applied Economics – American University, Washington D.C.
•    ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
การศึกษาเหล่านี้กลั่นกรองออกมาเป็นมุมมองเชิงนโยบายที่มีระบบ คำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว และกล้าเปลี่ยนเกมเมื่อจำเป็น
.
ผลงานที่จับต้องได้ของ ‘แม่ทัพดิจิทัลไทย’
.
ผลักดัน PDPA ให้เดินหน้าอย่างมีระบบ
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เวทางค์รับหน้าที่รักษาการเลขาธิการ PDPC พร้อมเร่งจัดการระบบ–มาตรฐาน เพื่อให้กฎหมายเดินหน้าได้จริง ไม่สะดุด
.
ยกระดับกลไก ‘ทุนดิจิทัล’ เพื่อประชาชน
ในบทบาทเลขาธิการ สดช./BDE เขาเน้นการจัดการกองทุนพัฒนาดิจิทัลอย่างโปร่งใส พร้อมกลไกวัดผล เพื่อให้ทุกงบประมาณที่ใช้ เกิด ‘ผลลัพธ์’ มากกว่าแค่ ‘ผลผลิต’
.
สร้างบทบาทไทยในเวทีจริยธรรม AI ระดับโลก
เวทางค์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมเวที UNESCO Global Forum on the Ethics of AI ปี 2568  ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยด้านธรรมาภิบาล AI ในเวทีโลก
.
สื่อสารเชิงรุก ลดข่าวปลอม หยุดภัยออนไลน์
ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เวทางค์จัดระบบรายงานข่าวปลอมยอดนิยม ช่วยให้ประชาชน “รับมือ” ได้ทัน พร้อมทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพื่อลดอาชญากรรมออนไลน์
.
เปิดรับฟังสาธารณะ–ปรับร่างกฎหมายสภาดิจิทัลฯ
เขาคือหนึ่งในผู้เปิดเวทีฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ พ.ร.บ.สภาดิจิทัลฯ เป็นกฎหมายที่เท่าทันเทคโนโลยี และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
.
นักกำหนดยุทธศาสตร์ที่ลงมือจริง
‘ดร.เวทางค์’ ไม่ใช่แค่ผู้ร่างนโยบาย แต่คือนักปฏิบัติที่เดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ งานของเขาเชื่อมโยงตั้งแต่ ‘กฎหมาย–มาตรฐาน–กลไกประเมินผล–สื่อสารสาธารณะ’ สู่เป้าหมายเดียวกัน ทำให้ ‘Digital Thailand’ เป็นมากกว่าแค่วิสัยทัศน์ แต่คือสิ่งที่จับต้องได้จริง
ด้วยองค์ความรู้ระดับโลก และความเข้าใจปัญหาในประเทศอย่างแท้จริง ชื่อของ ‘เวทางค์ พ่วงทรัพย์’ จึงไม่ใช่แค่ ‘เจ้าหน้าที่ระดับสูง’ แต่คือ ‘ผู้นำยุคดิจิทัล’ ที่ควรจับตา เพราะเขาคือหนึ่งในพลังขับเคลื่อนสำคัญของประเทศไทย ในวันที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top