Monday, 20 July 2026
ASEAN

ม.เกษตรฯ เปิดตัวเลขนักศึกษาชาวต่างชาติป.โท/เอก ชี้ชาวกัมพูชามีสิทธิ์เรียนในฐานะเพื่อนบ้านอาเซียน

(1 ส.ค. 68) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของประเทศไทยที่มีนักศึกษาชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท/เอก) เป็นจำนวนมาก โดยตัวเลขล่าสุด 5 อันดับแรก ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 พบว่า อันดับ 1 เป็นนักศึกษาจีน มีจำนวน 147 คน ตามมาด้วยอันดับ 2 กัมพูชา 34 คน อันดับ 3 เมียนมา และเวียดนาม ประเทศละ 33 คน อันดับ 4 อินโดนีเซีย 23 คน และอันดับ 5 ฟิลิปปินส์ 20 คน

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่มีเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระรามรักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกส่งกำลังใจให้นิสิต จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีความห่วงใยและตระหนักถึงความปลอดภัยและสุขภาวะของนิสิตเป็นสำคัญ ขอส่งกำลังใจให้นิสิตทุกคนจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา... โดยเฉพาะนิสิตชาวไทยที่มีครอบครัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงนิสิตกัมพูชาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทุกวิทยาเขต ...

ในนามของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขอให้ความมั่นใจต่อนิสิตทุกคนไม่ว่าจะมาจากภูมิภาคใดเชื้อชาติหรือสัญชาติใดก็ตามว่า ความหลากหลายและมิตรภาพที่ดีคือพลังในการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่สงบสุขและเข้าใจซึ่งกันและกันและขอยืนยันเจตนารมณ์ในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงโดยเร็วภายใต้แนวทางสันติวิธี

8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ครบรอบ 58 ปี ‘อาเซียน’ ถือกำเนิดที่กรุงเทพฯ เริ่มต้นจาก 5 ขยายเป็น 10 ประเทศสมาชิกในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ตัวแทน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ได้ร่วมลงนามใน 'คำประกาศอาเซียน' ที่กรุงเทพฯ นับเป็นจุดกำเนิดของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ 'อาเซียน' เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาค

จุดเริ่มต้นของอาเซียนมาจากการรวมตัวในชื่อ "สมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" หรือ ASA เมื่อปี 2509 แต่ต้องยุติบทบาทเพราะความผันผวนทางการเมือง ก่อนจะเปลี่ยนผ่านและขยายบทบาทเป็น 'อาเซียน' ในเวลาต่อมา โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย 

ต่อมา อาเซียนได้ขยายสมาชิกจาก 5 ประเทศเป็น 10 ประเทศ โดยมี บรูไน เวียดนาม ลาว เมียนมา และกัมพูชา เข้าร่วม เพื่อสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระดับภูมิภาค และเป็นเวทีสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวทีโลก

ในปัจจุบัน ผู้นำหลายประเทศในอาเซียนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นร่วมของภูมิภาค โดยเฉพาะ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานอาเซียน ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นในการผลักดันให้ภูมิภาคนี้รักษาอธิปไตย ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ของมหาอำนาจ พร้อมเน้นแนวทางอาเซียนที่ยึดมั่นในความร่วมมืออย่างสันติและเสมอภาค

Amazon ลุยลงทุนอาเซียน!! ลงทุนคลาวด์AI อาเซียนมูลค่าหลายแสนล้าน โฟกัสไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป้าหมายถึงปี 2039 เร่งขยายดิจิทัล-AI หนุนธุรกิจ-เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโต

Amazon จ่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน cloud-AI ในอาเซียน รวมไทย กว่า 3.3 หมื่นล้านดอลล์

สิงคโปร์, 22 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) แอมะซอน (Amazon) เปิดเผยแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มูลค่ามากกว่า 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.07 ล้านล้านบาท) ในอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทยภายในปี 2039 ซึ่งตอกย้ำบทบาทของภูมิภาคนี้ในการขยายตัวทางดิจิทัลระดับโลก

แอมะซอนระบุว่าภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลก ซึ่งเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคนี้มีแนวโน้มสูงถึง 5.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 โดยแอมะซอนกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานข้างต้นทั่วภูมิภาคนี้เพื่อสนับสนุนธุรกิจและองค์กรที่ปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มขึ้น

เดวิด ซาโพลสกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการโลกและฝ่ายกฎหมายของแอมะซอน กล่าวว่ารัฐบาลประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมนโยบายและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่เร่งการลงทุนขนานใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล

ที่มา : Xinhua

รศ.ดร.ปิติ เผย ASEAN Foundation!! ชู AI–ดิจิทัล–เยาวชน คือกุญแจไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เข้าถึงเยาวชนกว่า 8.3 ล้านคน ช่วย SMEs กว่า 120 รายขยายตลาด สร้างเครือข่ายเยาวชนเข้มแข็งทั่วภูมิภาค

รศ.ดร. ปิติ ศรีแสงนาม คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในฐานะผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน(ASEAN FOUNDATION)
โพสต์


สวัสดีครับเพื่อน ๆ และผู้ติดตามทุกท่าน

ในฐานะผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) วันนี้ผมอยากจะใช้พื้นที่ตรงนี้มาเล่าและสรุปความคืบหน้าการทำงานตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม - มิถุนายน 2026) ให้ทุกท่านได้ฟังกันครับว่า พวกเราได้ขับเคลื่อนภารกิจอะไรในภูมิภาคมาบ้าง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้มาจากรายงานสรุปผลงานอย่างเป็นทางการของ ASEAN Foundation ที่ได้รายงานต่อ คณะผู้แทนถาวรประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศ (เอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกทั้ง 11 ท่าน)

ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมานี้ ASEAN Foundation ยึดหมุดหมายสำคัญคือ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และการยกระดับทักษะแห่งอนาคต โดยเราเน้นการดึงพันธมิตรและบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมาร่วมสร้างโอกาสให้ประชาชนอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมครับ

1. การเตรียมความพร้อมสู่โลกอนาคตและทักษะปัญญาประดิษฐ์ (AI)
AI Ready ASEAN: โครงการนี้พวกเราภูมิใจมากครับ เราได้รับทุนสนับสนุนจาก Google.org ในการกระจายความรู้เท่าทันด้าน AI สู่ระดับภูมิภาค ตอนนี้สามารถเข้าถึงเยาวชน ครู และผู้ปกครองได้แล้วกว่า 8.3 ล้านคนและกำลังเพิ่มขึ้นในทุกชั่วโมง (เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 5.5 ล้านคน) และได้รับการสนับสนุนระดับนโยบายจากผู้นำประเทศอย่าง ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส แห่งฟิลิปปินส์, รองประธานาธิบดี ยิบรัน รากาบูมิง แห่งอินโดนีเซีย, นายกรัฐมนตรี อันวา อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย และประธานาธิบดี ธาร์มาน ชานมูการัตนัม แห่งสิงคโปร์ อีกด้วยครับ

ASEAN Ahead: โครงการระยะยาวร่วมกับ LinkedIn เพื่อเสริมทักษะ AI และเตรียมความพร้อมสู่การทำงานให้แก่เยาวชน 18,200 คน รวมถึงกลุ่มเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา (NEET, Not in Employment, Education and Training) ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราพึ่งเริ่มต้นการหารือกับเครือข่ายภาคประชาชนที่จะมีดำเนินการร่วมกับเราใน 11 ประเทศ

EDS-ASEAN: ASEAN Foundation ร่วมกับ Huawei คัดเลือกและพัฒนาขีดความสามารถทางดิจิทัลและ Cloud ให้กับผู้ประกอบการ SMEs 120 ราย และพาตัวแทนระดับท็อปไปร่วมงานสัมมนาใหญ่ที่กรุงจาการ์ตาเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจครับ

2. การยกระดับวิสาหกิจเพื่อสังคมและผู้ประกอบการรายย่อย (MSMEs)
ASEAN SOAR Together: โครงการร่วมกับ TikTok Shop เพื่อช่วยบ่มเพาะทักษะการตลาดดิจิทัลและการไลฟ์สดให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย 50 รายจากทั่วอาเซียน โดยร้อยละ 80 เป็นผู้ประกอบการสตรี และกว่าครึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล การอบรมนี้ทำให้หลายแบรนด์มียอดขาย (GMV) เติบโตขึ้นสูงสุดถึง 715% แถมยังมีแบรนด์ไทยอย่าง LALAPIS ได้ไปร่วมแสดงผลงานในเวทีประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ด้วยครับ

ASEAN SEDP 4.0: โครงการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทุนสนับสนุนของเราได้ส่งตรงไปถึงวิสาหกิจ 27 แห่ง และสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กพิเศษ เกษตรกรรายย่อย และสตรีผู้ด้อยโอกาส รวมแล้วกว่า 1.4 ล้านคน ทั่วภูมิภาค ผลสำรวจพบว่าร้อยละ 80 ของธุรกิจที่เข้าร่วมมีผลกำไรเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนครับ และเรากำลังริเริ่มโครงการใหม่
ASEAN SEDP Elevates

3. การสร้างเครือข่ายผู้นำเยาวชนและสุขภาวะชุมชน
eMpowering Youths Across ASEAN (Cohort 5): คัดเลือกอาสาสมัครเยาวชน 100 คนลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อสังคมจริงร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) เป็นเวลา 14 วัน สร้างประโยชน์ให้ชุมชนไปกว่า 10,712 คน ก่อนจะจัดพิธีปิดอย่างยิ่งใหญ่ที่เมืองกูชิง ประเทศมาเลเซียครับ และสัปดาห์หน้า cohort 6 จะนำเยาวชน 110 คนจาก 11 ประเทศมาเริ่มกิจกรรมที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

9th ASEAN Data Science Explorers 2025: โครงการแข่งขันวิเคราะห์เดต้าผ่านระบบของ SAP มีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 11,152 คน และความยินดีของพวกเราคือ ทีมเยาวชนไทย "Mamamamoodeng" คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 ในรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคมาครองได้สำเร็จครับ

Local Model ASEAN Meetings: เปิดพื้นที่ให้อดีตเยาวชนในโครงการของเราสวมบทบาทเป็นทูตเพื่อจำลองการประชุมอาเซียน 12 ครั้ง ใน 11 ประเทศสมาชิก รวมถึงออสเตรเลียและญี่ปุ่น เพื่อฝึกทักษะการเจรจาต่อรอง

CALM MRI: ความร่วมมือพิเศษกับ LEGO ในการแจกจ่ายชุดของเล่นเครื่องสแกน MRI จำนวน 648 ชุดในอินโดนีเซียและสิงคโปร์ เพื่อช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความกล้าหาญให้แก่ผู้ป่วยเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลครับ

Aus4ASEAN Alumni Dialogue: เราพาศิษย์เก่าอาเซียนที่เรียนหนังสือในประเทศออสเตรเลียมาระดมสมองในรูปแบบ Track 1.5 เพื่อเฟ้นหาความคิดสร้างสรรค์จากคยรุ่นใหม่ว่า อาเซียนและออสเตรเลียจะขับเคลื่อนความร่วมมือในรูปแบบหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ภูมิภาคอย่างไรในอนาคต

4. การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียนผ่านสื่อสร้างสรรค์
เราเน้นการสื่อสารผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยโครงการ ASEAN LIVE Creators for Change ร่วมกับ TikTok ดึงครีเอเตอร์มาไลฟ์พูดคุยประเด็นสังคมวัฒนธรรม สร้างยอดการมีส่วนร่วมได้กว่า 4.1 ล้านครั้ง และโครงการ ASEAN Y-Impact ร่วมกับสถานทูตแคนาดา รณรงค์เรื่องความเท่าเทียมทางสังคม ส่งผลให้ในรอบครึ่งปีนี้ สื่อโซเชียลมีเดียของมูลนิธิอาเซียนเข้าถึงผู้คนได้มากกว่า 29 ล้านคน และมียอดผู้ติดตามรวมทะลุ 535,553 รายแล้วครับ ฝากกดไลค์ กดแชร์ และสมัคร Social media ของเราในทุกช่องทางด้วยนะครับ ASEAN Foundation

ก้าวต่อไปของมูลนิธิอาเซียน
ในอนาคตอันใกล้นี้ พวกเรากำลังเตรียมเปิดตัวอีกหลายโครงการสำคัญครับ ไม่ว่าจะเป็น Scam Ready ASEAN ที่ได้รับทุนสนับสนุน 5 ล้านดอลลาร์จาก Google เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์และมิจฉาชีพออนไลน์ให้ประชาชน 3 ล้านคนทั่วอาเซียน เราเร่ิมลงพื้นที่และเปิดรับสมัครพันธมิตรในการเสริมสร้างทักษะให้กับประชาชนใน 11 ประเทศ เรากำลังเจรจาโครงการใหม่ๆ อาทิ โครงการครีเอเตอร์วัฒนธรรมเฟส 2 และโครงการรณรงค์สุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวานร่วมกับ Novo Nordisk

ผมขอขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วน และทีมงาน ASEAN Foundation ทุกคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคของเราให้เติบโตอย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้พวกเราในโครงการต่อ ๆ ไปด้วยนะครับ

ที่มา : https://www.facebook.com/625882224/posts/10164126824217225/?rdid=JFHeC9ZZSJ9AYCts#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top