AI จะมาฆ่าชนชั้นกลาง จริงหรือ? อดีตผู้บริหาร Google X ไขคำตอบ...พร้อมมองอนาคต 2 ปีข้างหน้า เปรียบเป็น “ช่วงเวลานรก” ของมนุษยชาติ เมื่อเอไอเริ่มเข้ามาแทนที่พนักงานกินเงินเดือน
(24 พ.ย. 68) โม กอว์ดัต (Mo Gawdat) อดีตประธานฝ่ายธุรกิจของ Google X ออกมาเตือนแรงว่า การมาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังจะพลิกโลกการทำงานครั้งใหญ่ อาชีพจำนวนมากอาจหายไป คนตกงานพุ่ง และสังคมปั่นป่วน โดยเฉพาะ “ชนชั้นกลาง” ที่เขามองว่าอาจหายไปจากระบบเศรษฐกิจ เหลือเพียงคนรวยสุด 0.1% และ “ชาวนา” หรือคนส่วนใหญ่ที่แทบไม่มีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ กอว์ดัตระบุว่า “นรกของสังคมมนุษย์” จะเริ่มนับตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป เมื่อเอไอเริ่มเข้ามาแทนที่มนุษย์เงินเดือนอย่างรวดเร็ว ทั้งงานโปรแกรมเมอร์ ซีอีโอ ไปจนถึงนักจัดพอดแคสต์เองก็ไม่รอด โมเล่าว่า สตาร์ตอัปเอไอด้านความสัมพันธ์ของเขาที่ชื่อ Emma.love ใช้ทีมเพียง 3 คน แต่ถ้าเป็นยุคก่อนต้องใช้คนราว 350 คน สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ในยุคเอไอต้องการ “แรงงานมนุษย์” น้อยกว่าที่เคยเป็น
เขาระบุอีกว่า “อีก 15 ปีจากนี้จะเป็นช่วงเวลานรก ก่อนที่เราจะไปถึงสวรรค์” เพราะคนจำนวนมากยังไม่พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องการสูญเสียอาชีพ รายได้ และ “ความหมายของชีวิต” เขาคาดว่าจะเห็นปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น ความเหงาหนักขึ้น และความแตกแยกในสังคมลึกขึ้นกว่าเดิม เมื่อคนรู้สึกว่าไม่มีที่ยืนและไม่มีบันไดให้ปีนขึ้นไปอีกต่อไป
“หากคุณไม่อยู่ในกลุ่มคนบนสุดเพียง 0.1% ของสังคม ก็เสี่ยงจะถูกผลักไปอยู่ด้านล่างโดยปริยาย เพราะเอไอระดับสูง (AGI) จะเก่งกว่ามนุษย์แทบทุกอย่าง แม้แต่บริหารบริษัทในตำแหน่งซีอีโอ สิ่งที่หลายคนไม่คิด คือเอไอไม่ได้มาแย่งงานแค่แรงงานระดับล่าง แต่มันจะขึ้นมาแทนที่พวกเขาเองด้วย” โม กอว์ดัต กล่าว
คำเตือนนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลในวงการเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้ ดร.เจฟฟรีย์ ฮินตัน (Geoffrey Hinton) “บิดาแห่งเอไอ” ก็ออกมาเตือนว่า เอไออาจพัฒนาภาษาภายในของตัวเองขึ้นมาใช้คุยกัน จนมนุษย์ไม่สามารถเข้าใจหรือรู้ได้เลยว่าเครื่องจักรกำลังคิดอะไรอยู่ เขายอมรับว่าเอไอทุกวันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่ามันสามารถ “คิดเรื่องน่าสะพรึงกลัวได้” และในอนาคตมนุษย์อาจตามไม่ทันรูปแบบการคิดของมัน
ด้านงานวิจัยและสถาบันการเงินหลายแห่งก็เริ่มชี้ว่าความเสี่ยงนี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ย้อนกลับไปปี 2023 โกลด์แมน แซคส์ บริษัทให้บริการทางการเงินข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน เคยเตือนว่าเอไออาจทำให้คนตกงานสะสมถึง 300 ล้านตำแหน่งทั่วโลก และผู้เชี่ยวชาญบางรายคาดว่าในไม่กี่ปีข้างหน้า งานสำนักงานระดับเริ่มต้นอาจหายไปครึ่งหนึ่ง ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่าเอไอจะไม่ได้ฆ่าทุกอาชีพในทันที แต่จะ “รื้อ–จัดใหม่” โครงสร้างงาน แยกระหว่างงานที่เอไอทำแทนได้ทั้งหมด กับงานที่ยังต้องใช้มนุษย์เป็นตัวหลัก
ท่ามกลางคำเตือนที่ฟังดูมืดมน ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานจำนวนหนึ่งเสนอว่า สิ่งสำคัญตอนนี้คือ การออกแบบนโยบายและโมเดลธุรกิจให้เอไอมาช่วย “เสริม” คนทำงาน ไม่ใช่ใช้แทนทั้งหมด เช่น ให้เอไอทำงานเอกสารซ้ำ ๆ แล้วมนุษย์ไปโฟกัสงานสร้างสรรค์ งานคิดเชิงกลยุทธ์ และงานที่ต้องใช้ความเข้าใจมนุษย์สูง พร้อมผลักดันการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อย่างจริงจัง หากทำได้ เอไออาจไม่ใช่จุดจบของชนชั้นกลาง แต่กลายเป็นโอกาสสร้าง “งานแบบใหม่” ที่มีรายได้และศักดิ์ศรีไม่แพ้เดิม








