Thursday, 4 June 2026
ไฮเออร์

'ไฮเออร์' ทุ่มงบหมื่นล้าน ผุด รง.ผลิตแอร์ ใน WHA เป้า 6 ล้านเครื่องต่อปี หนุนไทยฮับการผลิตใหญ่ในอาเซียน พร้อมจ้างงานเพิ่ม 3,000 ตำแหน่ง

(15 ส.ค. 67) มร.โจว หยุนเจี๋ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ กรุ๊ป กล่าวว่า “นับเป็นก้าวสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ในการมุ่งขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของโลก การขยายการเติบโตในครั้งนี้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่แห่งใหม่และเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน

ซึ่งไทยนับเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ประกอบกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยที่มีมูลค่ากว่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งไฮเออร์ยังคงเป็นผู้นำในตลาดโดยมีส่วนแบ่งกว่า 13% เป็นยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศแมส ในแง่ของจำนวนในช่องทางออฟไลน์

ไอเออร์มีฐานการผลิตที่ไทยก่อนหน้านี้คือโรงงาน ณ ปราจีนบุรี เป็นฐานการผลิตตู้เย็นและตู้แช่ และโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศของไฮเออร์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 324,000 ตร.ม. ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (WHA ESIE 3) จ.ชลบุรี

โดยพื้นที่ดังกล่าวนับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทย ห่างจากท่าเรือแหลมฉบังใน จ.ชลบุรี 49 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 131 กิโลเมตร

รวมถึงสามารถเชื่อมต่อด้านคมนาคมได้หลายเส้นทาง โดยโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศของไฮเออร์แห่งนี้ รองรับกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศสูงสุดถึง 6 ล้านเครื่องต่อปี โรงงานดังกล่าวมีแผนการดำเนินการก่อสร้างแบ่งเป็น 3 เฟส และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2570

-เฟสแรกจะเปิดในส่วนของการผลิต 3 ล้านเครื่องในเดือนกันยายน 2568
-เฟสที่สองและเฟสสามจะเสร็จสิ้นพร้อมเปิดดำเนินการในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ

ทั้งนี้หลังจากดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นโรงงานแห่งนี้จะกลายเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศของไฮเออร์

การเติบโตของตลาดแอร์ในไทยที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท โดยไฮเออร์กินมาร์เก็ตแชร์เบอร์ 1 ที่ 13% ตลอดทั้งปี โฟกัสเจาะตลาดกลุ่ม Mid to High ตั้งเป้าสิ้นปี 67 กวาดรายได้ 11,000 ล้าน ซึ่งผ่านมาครึ่งปีแรกกวาดรายได้ทะลุ 6,600 ล้านบาท

โดยไอเออร์เป็นแบรนด์มีจุดแข็งเรื่องช่องทางจำหน่ายออฟไลน์ที่มีสัดส่วนกว่า 90% ช่องทางออนไลน์ 10% ทางแบรนด์มองเห็นโอกาสในการขยายช่องทางออนไลน์ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 15-20% ภายในปีหน้า

พร้อมกันนี้ ไฮเออร์ยังมุ่งส่งเสริมการกระจายความรู้ทางด้านเทคโนโลยีอันโดดเด่นเฉพาะตัวของแบรนด์ทั้งด้านการวิจัย การผลิต และการขาย แก่บุคลากรเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนท้องถิ่น โดยในอนาคตอีก 2 ปีข้างหน้า

เมื่อโรงงานดำเนินการสร้างเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะกระตุ้นตลาดแรงงาน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมสามารถสร้างงานให้ผู้คนในจังหวัดชลบุรีได้กว่า 3,000 ตำแหน่ง นับเป็นการส่งเสริมการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกหนึ่งช่องทาง

‘ไฮเออร์’ ทุ่มหมื่นล้านผุดโรงงานแอร์อัจฉริยะในไทย วางเป้าเฟสแรกผลิต 3 ล้านเครื่องต่อปี เน้นส่งออกกว่า 70%

(30 ก.ย. 68) นาย โจว หยุนเจี้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ไฮเออร์ ผู้ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 16 ปีช้อน ประกาศก้าวสำคัญด้านการลงทุนในประเทศไทย เปิดโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งใหม่ ณ จังหวัดชลบุรี มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 324,000 ตารางเมตร

ออกแบบภายใต้แนวคิดการผลิตยุคใหม่ ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และระบบจัดการทันสมัย ตอบรับทั้ง ยุทธศาสตร์ S-Curve และ Thailand 4.0 เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก ด้วยกำลังการผลิตกว่า 6 ล้านเครื่องต่อปี

พร้อมยกระดับบทบาทของไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในอาเซียน และต่อยอด ศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก โดยในเฟสแรกจะเริ่มเดินสายการผลิตในเดือนกันยายน พร้อมตั้งเป้า 3 ปี (2568-2570) ผลิตกว่า 12.5 ล้านเครื่อง มูลค่าราว 63,650 ล้านบาท

นาย โจว หยุนเจี้ย กล่าวต่อว่า "ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม New S-Curve ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยมีอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเสาหลักที่มีศักยภาพสูง

การลงทุนครั้งใหญ่นี้จึงไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นของไฮเออร์ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย แต่ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียน ที่เชื่อมโยงครบทั้งห่วงโซ่อุปทาน การผลิต การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการส่งออกสู่ตลาดโลก

อีกทั้งยังเป็นหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือไทย-จีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปีนี้ ซึ่งสะท้อน ถึงความมั่นใจของนักลงทุนจีนต่อศักยภาพ ความมั่นคง และบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก

โดยการลงทุนในโรงงานแห่งใหม่นี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ S-Curve และนโยบาย Thailand 4.0 ด้วยการยกระดับสู่มาตรฐานการผลิตใหม่ ผ่านเทคโนโลยี Smart Manufacturing และระบบจัดการที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) พร้อมวางแผนการผลิตไว้เป็น 3 เฟสอย่างเป็นระบบ

โดยเฟสแรกจะเริ่มเดินสายการผลิตเครื่องปรับอากาศในเดือนกันยายน 2568 จำนวน 3 ล้านเครื่อง มูลค่าประมาณ 14,700 ล้านบาท ก่อนจะขยายกำลังผลิตเป็น 3.5 ล้านเครื่อง มูลค่า 17,800 ล้านบาทในปี 2569 และแตะระดับสูงสุดที่ 6 ล้านเครื่อง มูลค่าราว 31,150 ล้านบาทภายในปี 2570

ซึ่งจะทำให้โรงงานแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญในการรองรับความต้องการทั้งในประเทศและการส่งออกไปยังตลาดโลก โดยเราเน้นส่งออกไปต่างประเทศมากกว่า 70%  เช่น ยุโรป อเมริกาเหนือ ตะวันออกกลาง เอเชีย เป็นต้น

Haier มีเป้าหมายชัดเจนที่จะมุ่งสู่การเป็น แบรนด์เครื่องปรับอากาศยอดขายอันดับ 1 ของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 13% โดยมีแผนเพิ่มยอดขายในประเทศไทยในปี 2568 ให้ได้ 5,500 ล้านบาทสำหรับเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน และ 1,108 ล้านบาทสำหรับเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์

บริษัทได้ลงทุนสร้าง โรงงานแห่งที่ 2 ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโรงงานที่มุ่งเน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างงานในท้องถิ่นกว่า 3,000 ตำแหน่ง โรงงานแห่ง นี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเสริมศักยภาพการผลิตและส่งออกเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในอาเซียน ตะวันออกกลาง และตลาดโลก

การลงทุนของ Haier ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านแรงงาน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศทางอุตสาหกรรม นอกจากนี้ Haier ยังมีแผนที่จะพัฒนาโรงงานให้เป็น Smart Factory เต็มรูปแบบ พร้อมตั้งศูนย์ R&D เพื่อยกระดับการผลิตและคุณภาพสินค้า ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในอาเซียน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top