Thursday, 4 June 2026
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

‘จักรภพ’ ขอโทษ ‘จิรายุ’ ปมตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ยันไม่มีเจตนาทำให้ไม่สบายใจ ลั่นสถานการณ์การเมืองขณะนี้ชักช้าไม่ได้ ต้องทำงานแบบเชิงรุก

(15 ก.ค. 68) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมต้องขอโทษ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าผมมาวุ่นวายกับงานของท่าน ความจริงผมไม่มีเจตนาใด ๆ เลยที่จะให้ภาพออกมาแบบนี้

ข้อเท็จจริงคือ ผมได้รับการทาบทามให้เข้ามาทำงานนี้ โดยท่านที่ทาบทามใช้คำว่า “มาช่วยรับ (หน้าที่นี้) ได้ไหม?“ เพราะท่านทราบดีว่าผมเคยรับตำแหน่งที่สูงกว่ามาก่อน ก็เลยให้เกียรติถามความสมัครใจ ผมรับทันที เพราะเข้าใจว่าคงจะได้พูดจากันภายในเรียบร้อยแล้ว และมั่นใจว่าผมจะช่วยงานนี้ตามความจำเป็นของรัฐบาลได้ ผมรู้สึกว่างานการเมืองในระยะนี้ชักช้าไม่ได้ ความขัดแย้งกำลังสูง เกิดความเข้าใจผิดในชาติได้มากมาย ใครก็ตามที่ทำหน้าที่นี้ต้องลงมือทำโดยไม่รอช้า นั่นคือเหตุผลที่ผมตอบคำถามสื่อมวลชนทุกค่ายที่ถามเข้ามาว่า จะเข้ารับตำแหน่งนี้หรือไม่ ส่วนสื่อทั้งหลายจะทราบจากแหล่งข่าวไหนนั้นผมไม่แน่ใจ เพราะผมไม่ได้บอกกล่าวกับใครในเรื่องนี้

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผมโดยตรง คือทีมงานที่ช่วยโพสต์ข้อความใน Facebook แทนผมนั้น ใช้คำว่า “ว่าที่โฆษกฯ” เพราะเขาคิดว่าถึงเวลาที่จะออกข่าวได้แล้ว แต่ใครเป็นผู้โพสต์ก็ตามนั้น ความรับผิดชอบย่อมเป็นของผม เพราะผมเป็นเจ้าของบัญชี Facebook นั้น จึงต้องรับผิดชอบการกล่าวคำขอโทษ

จากนี้ไปเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีที่จะวางคนในการทำงาน ผมจะทำหน้าที่ของผมไปอย่างอิสระ เพราะบ้านเมืองจำเป็นต้องสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประชาชนเจ้าของประเทศจะได้รู้ทิศทางในการวางแผนและดำรงชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปรอย่างรวดเร็วของโลกและของบ้านเมือง 

แต่ขอฝากไว้ว่า เรือที่มีธงไทยกำลังแล่นฝ่ามรสุมและน่านน้ำที่มีหินโสโครกรอให้ชนอยู่เป็นจำนวนมาก อย่าเสียเวลาถกเถียงกันนานนักเลยว่าใครจะได้นอนห้องไหน

‘ภูมิธรรม’ สั่งครม. ยกร่างเตรียมฟ้องแพ่ง - อาญา ระดับโลก หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงคนไทยตาย-เจ็บ สูญเสียหนัก

‘ภูมิธรรม’ สั่ง ครม.ยกร่างเตรียมฟ้อง ‘แพ่ง-อาญา’ ระดับโลก ผู้สั่งการ ‘กัมพูชา’ เปิดฉากยิง ‘คนไทย’ ตาย-เจ็บ สูญเสียหนัก

(5 ส.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีข้อสั่งการจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีดังนี้

1. เรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมาย จากกรณีที่กัมพูชาใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์รุกรานอธิปไตยของไทยจนเกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กำลังพลและทางราชการเป็นจำนวนมาก โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ กรณีที่ต้องดำเนินการทางกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ทั้งใน และระดับโลก รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ด้วย จึงมอบหมายให้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหน่วยงานหลัก ดำเนินการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่ได้รับความเสียหาย เช่น กองทัพบก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และอื่นๆ โดยให้เชิญเลขาธิการกฤษฎีกา เข้าร่วมประชุม เพื่อช่วยให้คำแนะนำทางกฎหมายในการดำเนินคดีกับผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ รวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าว รวมทั้งแจ้งให้ประชาชนผู้เสียหาย ทราบถึงสิทธิในการฟ้องร้องคดีอาญา และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้สั่งการด้วย

2.สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาแม้มีการหยุดยิงแล้ว โดยขณะนี้การประชุม GBC ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ก็กำลังดำเนินการกันอยู่ ในช่วงวันที่4 -7 สิงหาคม แต่ยังมีภารกิจภายในประเทศที่หลายหน่วยงานยังต้องดำเนินการ คือ
2.1 การเก็บกู้ วัตถุระเบิด ที่กองทัพกัมพูชายิงเข้ามา และยังมีหลงเหลืออยู่ในชุมชนและพื้นที่ ของพลเรือน ขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทั้งกับเจ้าหน้าที่และประชาชน
2.2 ช่วงที่ผ่านมาพบ“โดรน”ที่บินเข้ามามากผิดปกติ และฝ่าฝืน ข้อห้ามที่ทางการประกาศไว้ ขอให้สำนักงานการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ ฝ่ายความมั่นคง จัดระบบการรับแจ้งเหตุจากประชาชน และตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทันที
2.3 ให้ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย เร่งประเมินสถานการณ์ร่วมกับ ศบ.ทก. ของรัฐบาล และกองทัพ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนทยอยให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย
3. เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) ช่วงที่ผ่านมา การเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) มีปริมาณเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้น  โดยเฉพาะการเผยแพร่ผ่านทาง Social media ในช่วงเวลาที่สถานการณ์มีความอ่อนไหว และประชาชนมีความต้องการทราบข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในสถานการณ์ปะทะกันที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งประเทศไทยถูกโจมตีทางออนไลน์ จากการเผยแพร่ข่าวปลอมฝ่ายตรงข้าม ที่พยายามบิดเบือนและสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยงาน ช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนรับฟังข่าวสารด้วยความระมัดระวัง ให้ตรวจสอบก่อนที่จะส่งต่อข่าวหรือข้อมูล 
สำหรับหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะหน่วยงาน ด้านความมั่นคง ต้องมีการมอบหมายผู้ติดตามข่าวสารตลอดเวลาเมื่อพบ Fake News จะได้แก้ไข / ชี้แจง และตอบโต้ได้อย่างให้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ขอให้กระทรวงดีอี ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ และดำเนินการตรวจติดตาม Fake News ที่ถูกเผยแพร่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดโดยเร็ว รวมทั้งประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่มีความจำเป็นด้วย

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้แจ้งให้ ครม.นัดปรกติ วันนี้ ทราบว่า ในการประชุม ครม. นัดพิเศษ เมื่อวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เรื่อง คือ
(1) เรื่องร่างแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยกรอบการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐฯ และไทย
(2) เรื่อง การช่วยเหลือเยียวยา ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกันของไทยและกัมพูชา ซึ่งได้เชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกัน ตามมาตรา 8 ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุม ครม.ฯ ซึ่งตามขั้นตอนต้องแจ้งมติของทั้ง 2 เรื่อง ให้ ครม.ทราบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top