Thursday, 4 June 2026
แม่ทัพภาคที่2

แม่ทัพภาคที่ 2 เผย ‘ในหลวง’ ทรงห่วงใยทหารแนวหน้า พระองค์ติดตามสถานการณ์ชายแดน ‘ไทย–กัมพูชา’ ทุกวัน

(14 ส.ค. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยระหว่างบรรยายพิเศษที่โรงเรียนสาธิตฯ ม.เกษตรศาสตร์ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามและสอบถามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากับแม่ทัพทุกวัน ผ่านกองงานในพระองค์ พร้อมทรงห่วงใยกองทัพที่ปฏิบัติภารกิจแนวหน้าในฐานะ “องค์จอมทัพไทย”

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังถ่ายทอดข้อความจากทหารแนวหน้าถึงประชาชนว่า หากคนไทยสู้และให้กำลังใจ ทหารก็พร้อมสู้เต็มที่ เพื่อปกป้องแผ่นดินที่บรรพบุรุษรักษาไว้ ยืนยันว่ากองทัพไทยปฏิบัติการภายในเขตแดนไทยเท่านั้น และพร้อมผลักดันผู้รุกล้ำออกจากพื้นที่

พร้อมฝากถึงเยาวชนให้มีสติในการเสพสื่อ ไม่หลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือนหรือสร้างความแตกแยก ควรตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันปกป้องสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ทิ้งท้ายให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงความหมายของผืนธงชาติไทย 3 สี คือ แดงแทนเลือดและการเสียสละเพื่อแผ่นดิน ขาวแทนศาสนาและคุณธรรม และน้ำเงินแทนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นจอมทัพนำคนไทยต่อสู้รักษาเอกราชจนมีแผ่นดินอยู่มาถึงปัจจุบัน

‘ผศ.ดร.อุดมลักษม์’ เผยโมเมนต์สุดประทับใจ ‘นักเรียนสาธิตเกษตร’ ห้อมล้อม ‘แม่ทัพกุ้ง’ แน่นฮอลล์

(15 ส.ค. 68) ผศ.ดร.อุดมลักษม์ กูลศรีโรจน์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Udomluk Koolsriroj ระบุว่า โรงเรียนสาธิตเกษตรจัดกิจกรรมพิเศษ เชิญ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และพลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก มาบรรยายหัวข้อ “เรื่องเล่าจากแนวหน้า และการรักษาอธิปไตยของชาติ” ให้แก่นักเรียนตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยม โดยกิจกรรมเริ่มจากบทเรียน “เรียนรู้ชายแดนและการเสียสละของทหารชายแดน” ในวิชาสมรรถนะเพื่อชีวิต ก่อนต่อยอดเป็นโครงการ “สาธิตเกษตรรวมใจสู่แนวหน้า ปลูกต้นกล้าแทนคุณแผ่นดิน” เพื่อปลูกฝังความเป็นพลเมืองและส่งกำลังใจแก่ทหารชายแดน

โรงเรียนและสมาคมนักเรียนเก่าได้เปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็น เช่น ห้องน้ำเคลื่อนที่ เก้าอี้สนาม และลวดหนาม ตามความต้องการของกองทัพภาคที่ 2 พร้อมนัดหมายให้แม่ทัพภาค 2 มารับมอบด้วยตนเอง ซึ่งแม้ก่อนหน้านี้จะมีเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา แต่ในที่สุดแม่ทัพก็มาร่วมงานและบรรยายถึงประสบการณ์ตรงจากแนวหน้า

บรรยากาศในหอประชุมเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เด็กนักเรียนกว่า 3,000 คนมีส่วนร่วมตอบคำถามอย่างสนุกสนาน เช่น เมื่อแม่ทัพถามว่ามีคนตัดต่อรูปไว้ผมยาว เด็กๆ ก็พร้อมใจกันตอบว่า “หล่อครับ/หล่อค่ะ” หรือเมื่อถามว่าหากวัยรุ่นไทยและกัมพูชานัดพบกันที่ปราสาทตาเมือนธมจะเกิดอะไรขึ้น เด็กๆ ก็ตอบเสียงดังว่า “ตีกัน” ซึ่งแม่ทัพใช้โอกาสนี้อธิบายเหตุผลการปิดด่านชายแดน

ระหว่างการบรรยาย เด็กนักเรียนได้ซักถามเรื่องความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แม่ทัพตอบว่า “ไม่เคยเหนื่อย ไม่มีเวลาเป็นไข้หรือทะเลาะกับใคร เพราะหากแม่ทัพเหนื่อย คนอื่นจะเป็นอย่างไร” พร้อมฝากข้อคิดให้ฟังข่าวสารอย่างมีสติ และยืนยันว่าจะปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเต็มกำลัง คำพูดนี้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหลายคน โดยมีนักเรียนหญิงมัธยมปลายบอกว่า “ฟังแล้วภูมิใจและรักประเทศไทยมากขึ้น”

งานนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเกินคาด จากเดิมคาดว่าจะมีเพียง 4 สำนัก แต่ปรากฏว่ามีมากกว่า 30 สำนักมาร่วมทำข่าว หลังเสร็จงาน แม่ทัพยังได้รับความสนใจจากกลุ่มแม่บ้านและนักเรียนที่ขอถ่ายรูปและลายเซ็น ก่อนเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ชายแดน 

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ ฝากถึงคนไทยมองธงชาติ!! รวมพลังภายใต้สี ‘แดง-ขาว-น้ำเงิน’ หัวใจของความเป็นหนึ่งเดียว

(16 ส.ค. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ขอให้คนไทยทุกเพศทุกวัยหันมามอง 'ธงชาติไทย' และตระหนักถึงความหมายของสามสีบนผืนผ้า โดยเน้นให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้กรอบของการเสียสละ ความสามัคคี และความเมตตา พร้อมเตือนอย่าทะเลาะกันหรือทุจริต เพราะหากคนไทยรวมใจเป็นหนึ่ง บ้านเมืองจะเข้มแข็งและไม่มีใครเอาชนะได้

แม่ทัพภาคที่ 2 อธิบายว่า สีแดงในธงชาติแทนเลือดเนื้อและความเสียสละของบรรพบุรุษที่ปกป้องแผ่นดิน สีขาวแทนศาสนาที่สอนให้คนเป็นคนดี ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด และสีน้ำเงินแทนสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงก่อร่างสร้างบ้านเมืองมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ทั้งสามสีนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่ต้องช่วยกันรักษาไว้

พร้อมย้ำว่า คนไทยต้องเป็น “คนยุคใหม่” ที่มีความเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และซื่อสัตย์ต่อกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศชาติ ฝากข้อคิดว่าหากคนไทยยืนหยัดร่วมกันอย่างมั่นคง ก็จะไม่มีชาติใดสามารถมาทำลายความมั่นคงของประเทศไทยได้

‘แม่ทัพภาค 2’ เล็งสร้างรั้วกั้นไทย-กัมพูชา หวังใช้เทคโนโลยีเฝ้าตรวจแทนกำลังพล

(16 ส.ค. 68) พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกระแสในโซเชียลที่เปรียบเทียบรั้วลวดหนามแข็งแรงของเวียดนามที่กั้นแดนกับกัมพูชา พร้อมระบุว่า ไทยเองก็มีแนวคิดสร้างรั้วกั้นแดนเช่นเดียวกัน แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อกัมพูชาให้ความยินยอม และต้องพิจารณาตามจุดที่มีการปักปันเขตแดนชัดเจนแล้วเท่านั้น

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า หากสามารถเริ่มสร้างได้ในบางพื้นที่ ก็จะทำไปเรื่อย ๆ ตามงบประมาณที่มี โดยไม่จำเป็นต้องสร้างทั้งหมดในคราวเดียว และถือเป็นการดำเนินการเชิงปฏิบัติที่สามารถทยอยทำได้ทีละส่วน

ทั้งนี้ เส้นชายแดนไทย-กัมพูชามีความยาวเกือบ 1,000 กิโลเมตร การสร้างรั้วตลอดแนวจำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง แต่หากทำได้จริงก็จะช่วยแก้ปัญหาความมั่นคง ลดภาระการลาดตระเวนของกำลังพลลงอย่างมาก

พลโท บุญสิน ยังชี้ว่า การมีรั้วกั้นแดนที่มั่นคงจะช่วยให้สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น กล้องวงจรปิด มาใช้เฝ้าตรวจแทนกำลังคน ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่ชายแดนและลดความเสี่ยงจากปัญหาการลักลอบเข้าเมืองหรือกิจกรรมผิดกฎหมายได้ดียิ่งขึ้น

สถานการณ์ยังไม่นิ่ง!! แม่ทัพภาค 2 ชี้เขมรไว้ใจไม่ได้ หากเจรจาไม่ลงตัว ‘กองทัพไทย’ ก็พร้อมปะทะเสมอ

(19 ส.ค. 68) ‘แม่ทัพกุ้ง’ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นำกำลังพลร่วมพิธีรับมอบสิ่งของช่วยเหลือแก่ทหารที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จากคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 52–67 โดยมีพลเอกอุกฤษฏ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร เข้าร่วมงานด้วย

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวชื่นชมการไม่ทอดทิ้งกันของคนไทย พร้อมย้ำว่ากองทัพป้องกันแนวชายแดนอย่างเข้มงวด แม้บางครั้งการปฏิบัติรุกอาจมีทหารได้รับบาดเจ็บบ้าง แต่ทุกนายอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใย และรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ทั้งหมด

แม่ทัพกุ้งระบุด้วยว่า สิ่งของที่ได้รับในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ช่วยเหลือกำลังพลแนวหน้าโดยเร็ว เพราะบางรายการเร่งด่วนไม่สามารถรอการจัดหาของทางราชการได้ทัน พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ชายแดนยังมีความตึงเครียด 50–50 จึงไม่อาจวางใจได้ แต่กองทัพภาค 2 ยังคงมีความพร้อมทั้งในการพูดคุยอย่างมิตร และหากจำเป็นต้องปะทะก็พร้อมเช่นกัน

นอกจากนี้ พลโทบุญสินยังเผยว่า ปลายเดือนสิงหาคมนี้จะมีการประชุม RBC กับแม่ทัพกัมพูชา เพื่อหาทางพูดคุยทำความเข้าใจ ก่อนเข้าสู่การประชุม GBC อีกครั้ง โดยยืนยันว่ากองทัพไทยพร้อมทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยตามที่ประชาชนฝากความหวัง และหวังว่าสถานการณ์จะยุติโดยเร็วที่สุด

รองแม่ทัพภาคที่ 2 ตีแผ่ความจริงสถานการณ์ ‘ช่องอานม้า’ หวังไทยจะได้บทเรียนจากคำกล่าวอ้าง “เพื่อมนุษยธรรม”

รองแม่ทัพภาคที่ 2 บอกความจริงมีหนึ่งเดียว ช่องอานม้า เป็นเขตอธิปไตยไทย หลังการสู้รบ ผู้อพยพส่วนหนึ่งปักหลักตั้งถิ่นฐานไม่ยอมกลับ สร้างกาสิโน ขยายชุมชนใหญ่ขึ้น หวังว่าคำกล่าวอ้าง “เพื่อมนุษยธรรม” จะเป็นบทเรียนให้ตระหนัก

(20 ส.ค. 68) พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับช่องอานม้า โดยระบุว่าความจริงมีหนึ่งเดียว ช่องอานม้า ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เป็นช่องเขาลักษณะคล้ายอานม้า เดิมเป็นช่องทางธรรมชาติชักลากไม้นำเข้าจากฝั่งกัมพูชา อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร

ห้วงสงครามกลางเมืองภายในกัมพูชา ชาวกัมพูชาหลบหนีภัยการสู้รบเข้ามาบริเวณชายแดน ไทยได้เอื้อเฟื้อพื้นที่จัดตั้งศูนย์อพยพตามหลักมนุษยธรรมโดยมีหน่วยงานของสหประชาชาติอำนวยการ หลังการสู้รบเราได้ส่งคืนผู้อพยพกลับประเทศแต่มีส่วนหนึ่งปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่ไม่ยอมกลับ ด้วยหลักมนุษยธรรม ที่สากลนำมากล่าวอ้าง และความไม่เด็ดขาดของเรา ทำให้ไม่สามารถผลักดันกลุ่มคนเหล่านี้ออกจากพื้นที่ได้หมดและยืดเยื้อจนเป็นปัญหาถึงปัจจุบัน

ปี 2542 จ.อุบลราชธานี และ จ.พระวิหาร เห็นชอบเปิดช่องอานม้าเป็นจุดผ่อนปรนเพื่อการค้า กำหนดให้ตลาดฝั่งกัมพูชาอยู่บริเวณชุมชนเดิมนี้ ในขณะที่ตลาดฝั่งไทยลึกเข้ามาจากแนวเขตแดนประมาณ 300 เมตร คนกัมพูชาขึ้นมาจับจองพื้นที่ขยายชุมชนจากประมาณ 30 หลัง เป็นกว่า 100 หลังในปัจจุบัน

ปี 2554 ในขณะมีข้อขัดแย้งพื้นที่เขาพระวิหาร กัมพูชาใช้ห้วงเวลาที่เราติดตรึงการรบแอบสร้างอนุสาวรีย์ตาอม และปรับปรุงมาเรื่อย ๆ จากแบบชั่วคราวจนเป็นแบบถาวร ทั้งการขยายบ้านเรือน/การสร้างอนุสาวรีย์ ฝ่ายทหารได้พยายามแก้ไขด้วยการเจรจาและประท้วงผ่านกลไกทางทหารและกระทรวงการต่างประเทศรวม 65 ครั้ง แต่ฝ่ายกัมพูชาเพิกเฉยซึ่งสร้างความอึดอัดแก่ฝ่ายทหารในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ปี 2555 รัฐบาลสองฝ่ายเห็นชอบให้ยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวร มีนักลงทุนมาสร้างกาสิโนรอ แต่หน่วยงานความมั่นคงไม่เห็นด้วยยื่นข้อเสนอให้ย้ายชุมชนลงไปด้านล่าง ฝ่ายกัมพูชาไม่ยินยอม ทำให้การยกระดับไม่สามารถดำเนินการได้ ฝ่ายความมั่นคงเห็นว่าในอนาคตจะเกิดปัญหาจึงเสนอขอให้ปิดจุดผ่อนปรนฯ แต่ จ.อุบลราชธานี คัดค้านเนื่องจากเห็นว่าจะกระทบต่อการค้าและการท่องเที่ยวชายแดน

หวังว่าคำกล่าวอ้าง “เพื่อมนุษยธรรม” และ “กระทบการค้าและการท่องเที่ยวชายแดน” ซึ่งทำให้เราเพิกเฉยต่อประเด็นความมั่นคงแล้วส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่ในระยะยาว จะเป็นบทเรียนให้ทุกภาคส่วนของไทยเราได้ตระหนักและแก้ไขท่าทีทั้งในปัจจุบันและอนาคต

แม่ทัพภาคที่ 2 ลั่น!! ทหารไทยพร้อมยิงทันที หากกัมพูชารุกล้ำชายแดน–วางทุ่นระเบิดซ้ำ

(25 ส.ค. 68) พลโทบุญสิน พลาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย–กัมพูชา ที่จะมีขึ้นวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ที่ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ว่าจะหยิบยกประเด็นสำคัญมาหารือ ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน การรักษาอธิปไตย และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างสองประเทศ โดยไทยยืนยันว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดต้องครอบคลุมทุกพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่มีการปักปันชัดเจน

แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุชัดว่า ไทยไม่รับข้อเสนอของกัมพูชาที่ให้รื้อรั้วลวดหนามแลกกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพราะรั้วดังกล่าวคือแนวตั้งกำลังของฝ่ายไทย พร้อมย้ำว่าหากกองกำลังของกัมพูชาล้ำแดนเข้ามา หรือซุ่มโจมตีด้วยการเคลื่อนที่เร็ว ทหารไทยจะตอบโต้ทันที รวมถึงการลอบวางทุ่นระเบิดที่ยังพบอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทย

พลโทบุญสิน ยังระบุถึงปัญหาข้อมูลที่ถูกบิดเบือนจากโฆษกกลาโหมกัมพูชา โดยยืนยันว่าไทยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน และได้เชิญคณะทูตและผู้ช่วยทูตทางทหารลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนการประชุม RBC, GBC และ JBC จะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับนโยบายจากผู้นำกัมพูชาเป็นหลัก เพราะหน่วยปฏิบัติระดับพื้นที่ไม่สามารถตัดสินใจเองได้

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พลโทบุญสิน ย้ำว่า ไทยพร้อมรับมือในทุกกรณี ไม่ว่าฝ่ายกัมพูชาจะดำเนินนโยบายในทิศทางใด โดยกองทัพไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ และเชื่อมั่นว่าประชาชนเข้าใจในความจริงใจและความเสียสละของกองทัพ

‘หมอเหรียญทอง’ โพสต์ชื่นชม ‘บิ๊กกุ้ง’ แม่ทัพภาคที่ 2 ชี้คือนี่ทหารแท้!! ทำให้คนไทยภูมิใจ

(28 ส.ค. 68) พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา หรือ ‘หมอเหรียญทอง’ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ชื่นชม ‘บิ๊กกุ้ง’ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการในพื้นที่ชายแดนช่องบก เคียงบ่าเคียงไหล่พลทหารไทย อำนวยการยุทธ์กับทหารในแนวหน้า เพื่อต่อกรกับกัมพูชา 

“ผมยิ่งติดตามแม่ทัพบุญสินแล้ว ยิ่งประทับใจในตัวตนของท่านมาก แม่ทัพบุญสินเป็นผู้นำที่มีเสน่ห์มากนะครับ ดูคลิปของท่าน ดูการแสดงออก การพูดจา กิริยามารยาท ฯลฯ แล้ว ยิ่งไปบรรยาย ตอบสัมภาษณ์ตอบ "ทหารมีไว้ทำไม" แล้วยิ่งสัมผัสถึงความเป็นทหารแท้ ทหารที่ดีมากๆ ผมอดอมยิ้มชื่นชมไม่ได้เลย ชื่นชมท่านตลอด” 

“ผมเชื่อว่าคนไทยหลายสิบล้านรู้สึกเหมือนผม...ท่านเป็นยิ่งกว่าช้างเผือกของพระราชา แต่ท่านเป็น 'ยูเรเนียม' เป็นพลังมหาศาลของพระราชาเลยนะครับ...ไม่ได้โหน ไม่ได้อวยแม่ทัพบุญสินนะครับ ชื่นชมจริงๆ” พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา โพสต์เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา 
 

‘แม่ทัพภาค 2’ ไม่ยืนยันข่าว ‘สรัย ดึ๊ก’ ขุนศึกคู่ใจฮุนเซน เสียชีวิต แต่ตั้งข้อสังเกต!!...ไม่พบปรากฏตัวนานกว่า 1 เดือนแล้ว

เมื่อวานนี้ (31 ส.ค. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกระแสข่าวการเสียชีวิตของ พล.ท.สรัย ดึ๊ก รองผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้จริงหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่าเป็นที่น่าสังเกตเพราะ พล.ท.สรัย ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะมานานกว่า 1 เดือนแล้ว

โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พล.ท.สรัย ดึ๊ก เสียชีวิตจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันทางรัฐบาลกัมพูชายังไม่มีการออกมาชี้แจงหรือโต้ตอบต่อรายงานที่ปรากฏในสื่อฝั่งไทย

สำหรับ พล.ท.สรัย ดึ๊ก ถือเป็นนายทหารคนสนิทของสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และมีบทบาทสำคัญด้านความมั่นคง โดยเมื่อ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาเป็นผู้แทนฝ่ายกัมพูชาเจรจากับฝ่ายไทยในกรณีปัญหาพื้นที่พิพาทช่องบก จนสามารถลดกำลังและคลี่คลายความตึงเครียดในพื้นที่ได้ระดับหนึ่ง

‘แม่ทัพภาค 2’ น้ำตาคลอ!! เผยทหารเจ็บ 666 นาย สละชีพ 18 นาย เพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ย้ำทหารจะไม่ทำรัฐประหาร

(2 ก.ย. 68) “แม่ทัพภาคที่ 2” พลโท บุญสิน พาดกลาง กล่าวด้วยน้ำตาคลอ ระหว่างบรรยายวิสัยทัศน์หลักธรรมและยุทธศาสตร์ป้องกันชายแดน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยข้อมูลสะเทือนใจว่า ทหารไทยบาดเจ็บกว่า 666 นาย และเสียชีวิต 18 นาย ในการปฏิบัติภารกิจปกป้องแผ่นดิน โดยบางนายสูญเสียอวัยวะหรือสายตา ซึ่งตนได้ไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจด้วยตัวเองทุกครั้ง

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังฝากถึงนักศึกษาให้เลิกยึดภาพจำทหารในอดีต แต่ให้มองบทบาทปัจจุบัน พร้อมยืนยันว่า “ทหารจะไม่ทำรัฐประหารแล้ว” และขอเป็นปากเสียงแทนเพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 อย่าง พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เพราะหมดสมัยแล้ว

ทั้งนี้ พลโท บุญสิน พาดกลางย้ำชัดว่า กองทัพจะวางตัวเป็นกลาง ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง แต่ประเทศต้องการ “คนดีมาบริหาร” หากปล่อยให้การเมืองวนซ้ำเดิม ปัญหาก็จะเกิดซ้ำไม่สิ้นสุด พร้อมยืนยันบทบาทหลักของกองทัพคือการป้องกันชายแดนและยืนอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top