Friday, 5 June 2026
แก๊สหัวเราะ

รอง ผบ.ตร.เร่งรัดขับเคลื่อนการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแก๊สหัวเราะ อย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ

(28 ก.พ. 68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแก๊สหัวเราะ ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้แทน บช.น., ภ.1 - 9, บช.ก., บช.สอท., บช.ทท. และ สตม. เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแก๊สหัวเราะ ซึ่งปัจจุบันได้ปรากฏสถานการณ์การแพร่ระบาดทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา พื้นที่ใกล้โรงเรียนหรือสถานศึกษา รวมถึงสถานบริการ สถานประกอบการ และพื้นที่สาธารณะในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเอง หรือผู้อื่น สร้างความเดือนร้อน รำคาญ  แก่ประชาชนใกล้เคียง โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับสถิติการจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มีการจับกุมความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค จำนวน 457 คดี , คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 จำนวน 213 คดี ,  พ.ร.บ.ศุลกากร จำนวน 2,245 คดี และประกาศกระทรวงพาณิชย์ 30 คดี ส่วนในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 (ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2568) มีการจับกุมความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค จำนวน 125 คดี , คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 จำนวน 57 คดี , พ.ร.บ.ศุลกากร จำนวน 923 คดี และประกาศกระทรวงพาณิชย์ 22 คดี

พล.ต.อ.ประจวบฯ กำชับให้ทุกหน่วยตรวจสอบ กวดขันในเขตพื้นที่ มิให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแก๊สหัวเราะ ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่าย ครอบครอง หรือเป็นแหล่งซุกซ่อน หากพบการกระทำความผิด ให้สืบสวนขยายผลให้ได้ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน นำไปสู่การดำเนินคดีตามความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทุกกรณี , x-ray พื้นที่รับผิดชอบ หาเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบนำเข้าทางชายแดน ท่าเรือ การนำเข้าสินค้าโดยไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร การซุกซ่อนสินค้าผิดกฎหมายในโกดังสินค้า แหล่งซุกซ่อน การให้บริการของบริษัทขนส่งต่าง ๆ การลักลอบลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายกระจายไปในภูมิภาคต่างๆ พื้นที่กลุ่มเสี่ยงและเฝ้าระวัง โดยเฉพาะ โรงเรียน สถานศึกษา สถานบริการ สถานประกอบการ และให้เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดปฏิบัติการ (operation) เพื่อกวาดล้างจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ ในห้วงเดือนมีนาคม 2568 ดำเนินมาตรการยึดทรัพย์สิน และกระบวนการลงโทษทางการเงิน โดยประสานศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) อย่างใกล้ชิด , จัดชุดปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้ แสวงหาความร่วมมือ สร้างการมีส่วนร่วมให้แก่ชุมชน ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชน ในโรงเรียน สถานศึกษา ผู้ประกอบการ ในสถานบริการ ให้ตระหนักถึงอันตราย ผลกระทบต่อสุขภาพ อัตราโทษ ตลอดจนประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวให้ทราบถึงการผิดกฎหมายของบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่ออุดช่องว่าง ลดโอกาส ตัดวงจรการกระทำความผิด และห้ามข้าราชการตำรวจเข้าไปข้องเกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือเป็นผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเสียเอง หากพบว่าหน่วยใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ปล่อยปละละเลย หรือเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะพิจารณาและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเด็ดขาด

บุกผับดังราชปรารภ! ป.ป.ส.ล้างบาง “ปาร์ตี้โคเคน–แก๊สหัวเราะ” รวบนักค้าชาวไนจีเรียคาร้าน คนตรวจฉี่ม่วง 22 ราย

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นำทีม “หน่วยอินทรีย์ 19-69” พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย สนธิกำลังทหาร–ตำรวจ บุกตรวจค้นสถานบันเทิงชื่อดังย่านราชปรารภ หลังได้รับร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 ว่าเปิดเกินเวลาและเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติดให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภายในร้านพบกลุ่มนักเที่ยวไทย–ต่างชาติจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตรวจค้นทั่วพื้นที่ พบของกลางยาเสพติดทั้ง “โคเคน–ไอซ์–ลูกโป่งแก๊สหัวเราะ” กระจายตามโต๊ะและในห้องน้ำชาย รวมถึงถุงซิปล็อกใช้แล้วจำนวนมาก 
ตรวจปัสสาวะผู้ต้องสงสัยกว่า 100 ราย พบผลการตรวจปัสสาวะเป็นบวกจำนวน 23 ราย แบ่งเป็นคนไทย 12 คน และชาวต่างชาติ 11 คน

จากการสืบสวนล่วงหน้ากว่า 2 เดือน ป.ป.ส. พบเครือข่ายแก๊งชาวไนจีเรียและหญิงไทยคู่หนึ่ง ลักลอบจำหน่ายโคเคนให้ลูกค้าภายในร้าน จึงรวบรวมหลักฐานขอหมายจับ กระทั่งจับกุมนักค้าชาวไนจีเรียพร้อมของกลางโคเคน 12 กรัม และพนักงานร้านอีก 2 รายพร้อมไอซ์ 2 ถุง และโคเคนอีก 1 ถุง

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า เราจะไม่ยอมให้แก๊งต่างชาติหรือผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมายไทย และจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติดของนักท่องเที่ยวอีกต่อไป พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการสถานบันเทิงให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศ

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้เสพทั้งหมดส่งเข้ารับการบำบัด ส่วนผู้ต้องหาชาวไนจีเรียดำเนินคดีข้อหา ครอบครองและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และ 2 เพื่อการค้า ที่ สน.ดินแดง ก่อนประสาน ตม. ผลักดันออกนอกประเทศ ขณะเดียวกันสำนักงานเขตราชเทวีได้แจ้งผู้จัดการร้านดำเนินคดีฐาน “เปิดเกินเวลา–แสดงดนตรีโดยไม่ได้รับอนุญาต–เป็นแหล่งมั่วสุม”

ปฏิบัติการครั้งนี้ ป.ป.ส. ปักหมุดตัดวงจร “ยา–ปาร์ตี้–ต่างชาติ” กลางกรุง ยืนยันไม่ปล่อยให้ผับดังกลายเป็นแหล่งมั่วสุมข้ามชาติ พร้อมเดินหน้าสะสางต้นตอเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่เศรษฐกิจ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศต่อไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top