Friday, 5 June 2026
เศรษฐกิจท่องเที่ยว

‘กรณ์’ จี้!! ครม.สัญจร ช่วยด่วน 'ท่องเที่ยว' ภูเก็ต ยก 3 ข้อควรทำ ก่อนภาคธุรกิจหมดลมหายใจ

‘กรณ์’ กร้าว!! ขอเป็นกระบอกเสียงคนภูเก็ต ยก 3 ข้อเรียกร้อง จี้!! ครม.สัญจร เร่งแก้ปัญหาตอบโจทย์ 'เศรษฐกิจท่องเที่ยว' ไม่ปล่อย ‘เฮือกสุดท้าย’ ผู้ประกอบการภูเก็ตสูญเปล่า 

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า…

ตนได้ใช้ชีวิตในภูเก็ต สิ่งที่น่าดีใจคือนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น ป่าตองเริ่มคึกคัก และจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการชาวภูเก็ตหลายกลุ่มและหลายวงสนทนา เราเห็นตรงกันว่าภูเก็ต คือ เมืองแห่งศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้สบาย ๆ ซึ่งหมายความว่าคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของคนภูเก็ต รวมถึงรายได้เข้าประเทศโดยรวม ดีกว่านี้ได้อีกมาก 

เวลานี้หลายปัญหาของภูเก็ตรอการแก้ไข และส่วนใหญ่อุปสรรคมาจากระบบราชการที่ช้าและไม่ยืดหยุ่นตามบริบทที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ 

นายกรณ์ กล่าวว่า ภูเก็ตน่าจะเป็นเมืองที่รวบรวมจำนวนคนที่รอบรู้และเข้าใจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไว้มากที่สุดในโลก และไม่มีใครหวังดีต่ออนาคตคนภูเก็ตมากเท่าคนภูเก็ต ดังนั้นเมื่อคนที่รู้ บวกกับคนที่ใส่ใจเป็นคนภูเก็ต แล้วทำไมการกำหนดยุทธศาสตร์และการตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับภูเก็ตยังอยู่ที่อำนาจส่วนกลางที่กรุงเทพ 

ดังนั้นเมื่ออำนาจยังรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพ การประชุม ครม. สัญจร วันที่ 15-16 พฤศจิกายน จึงยังมีความสำคัญต่ออนาคตภูเก็ต มีหลายเรื่องที่ตนขอเป็นกระบอกเสียงแทนคนภูเก็ตไปถึงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนและรีบตัดสินใจ เพื่อช่วยให้ “เฮือกสุดท้าย” ของผู้ประกอบการในภูเก็ตไม่สูญเปล่า 

โดยหัวหน้าพรรคกล้า ได้ยก 3 ข้อเรียกร้องที่ฝากไปถึงรัฐบาล ได้แก่…

1.) ปัญหาใบอนุญาตโรงแรม ที่กำลังทำให้ธุรกิจที่พักขนาดเล็กหมดแรงและกำลังจะตายไป ตอนนี้ในเว็บไซต์การจองโรงแรมมีโรงแรมในภูเก็ตเปิดขายห้องพักมากกว่า 1 หมื่นแห่ง แต่ที่มีใบอนุญาตถูกต้องนั้นไม่ถึง 800 แห่ง ทั้ง ๆ ที่โรงแรมขนาดเล็ก คือ ท่อลำเลียงทำให้เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกระจายเงินออกไปในวงกว้าง เพราะนักท่องเที่ยวที่พักในโรงแรมเล็ก ๆ คือ กลุ่มที่ออกมาขึ้นรถโดยสาร เรียกแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก กินข้าวตามร้านอาหาร ซื้อทัวร์ ใช้บริการนวดและสปา หลายธุรกิจจะมีโอกาสสร้างรายได้และไปต่อ รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการให้โรงแรมขนาดเล็กสามารถเปิดได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่เป็นหัวใจของการสร้างรายได้จากท่องเที่ยว มีโอกาสการสร้างรายได้ และให้โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในการฟื้นฟูธุรกิจอีกด้วย

ก.วัฒนธรรม เปิดงาน Thailand Biennale 2025 มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ จังหวัดภูเก็ต ผนึกกำลังศิลปินไทย-เทศ 65 คน จาก 25 ประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว 3 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ร่วมกับหน่วยงานจังหวัดภูเก็ตจัดพิธีเปิด มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์ เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 ภายใต้แนวคิด นิรันดร์กัลป์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 - 30 เมษายน 2569 โดยมีน.ส. ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการวธ. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ. นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และศิลปิน ประชาชนเข้าร่วมงาน

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจ และยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ ในการเป็นหมุดหมายด้านศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทย ให้ชาวโลกได้รับรู้ผลงานศิลปะที่ได้สร้างสรรค์และจัดแสดงในมหกรรมครั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการนำทุนทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ ความหลากหลายทางธรรมชาติ มาเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์ผลงาน ผ่านการระดมพลังทางความคิด ผสานมุมมองต่าง ๆ จากศิลปิน เครือข่าย ชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน โดยการใช้เทคนิค และเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เกิดเป็นผลงานศิลปะร่วมสมัยที่หลากหลายอย่างน่าสนใจ

นายประสพ กล่าวว่า การจัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต จะได้เห็นการรวมพลังของศิลปินทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวม 65 คน จาก 25 ประเทศ นำเสนอผลงานศิลปกรรมหลัก ซึ่งจะได้เห็นผลงานศิลปะร่วมสมัยทั่วเมืองภูเก็ตและอีก 2 อำเภอได้แก่ กะทู้ และถลาง นอกจากนี้ ยังมี พาวิลเลี่ยนจำนวน 13 แห่งที่จะเป็นพื้นที่แสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย จากศิลปินทั่วประเทศและศิลปินรับเชิญจากต่างประเทศอีกหลายร้อยชีวิต มาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ในรูปแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของศิลปินพื้นถิ่นนั้น ๆ ผ่านวัสดุท้องถิ่น ประสบการณ์ชีวิต คุณค่าและบริบทของศิลปะวัฒนธรรม ในมิติใหม่ ภายใต้แนวคิด นิรันดร์กัลป์ นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานตลอดระยะเวลาจัดงาน ตลอด 5 เดือน ไม่ว่าจะเป็น เวิร์กช็อป การแสดง ภาพยนตร์ ดนตรี

นายประสพ กล่าวต่อว่า ตนมั่นใจว่า งานศิลปะร่วมสมัยที่สร้างขึ้นในครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่ มีความหมาย และ จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ที่จะนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเมือง ของจังหวัดภูเก็ต ให้เป็นพื้นที่ของศิลปะร่วมสมัย เป็นจุดหมายปลายทาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ทางศิลปะ ใน จังหวัดภูเก็ต พร้อมกันนี้ยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยในปัจจุบัน มีความคืบหน้าไปจนถึงการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทั้งในระดับเด็กและเยาวชน ศิลปิน นักท่องเที่ยวรวมถึงกลุ่มนักธุรกิจ ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดสร้างแผนที่เส้นทางการชม เชื่อมโยงผลงานศิลปะตั้งแต่ออกจากท่าอากาศยานภูเก็ต หรือ การสัญจรเข้าเมือง เพื่อนำชมในแต่ละจุดได้อย่างครอบคลุม รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมเผยแพร่ทั้งในและต่างประเทศ ทุกช่องทาง โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่ https://www.thailandbiennale.org หรือ เฟซบุ๊ค : Thailand Biennale

“ทั้งนี้ทางคณะทำงานได้ประมาณการว่าตลอดระยะเวลาจัดงานจะ มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 3,000,000 คน สามารถสร้างรายได้ หมุนเวียนในพื้นที่ จำนวน 30,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นการเสริมกำลังของเมืองภูเก็ตที่เป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้ว ให้ มีศักยภาพแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น“ ปลัด วธ. กล่าว

คว้ารางวัลระดับโลก Clark R. Bavin Wildlife Law Enforcement Award สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องสัตว์ป่า ต่อสู้กับอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

ในระหว่างการประชุม CITES CoP20 ที่เมืองซามาร์คานด์ ประเทศอุซเบกิสถาน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรางวัล Clark R. Bavin Wildlife Law Enforcement Award เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกที่มอบให้แก่ผู้มีผลงานโดดเด่นในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า

อธิบดีอรรถพลฯ ได้รับการยกย่องจากผลงานสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การสลายเครือข่ายอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม การปราบปรามการลักลอบตัดไม้ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและสัตว์ป่า บทบาทสำคัญในการส่งสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์กลับคืนถิ่นกำเนิด

พร้อมคำยกย่องจากคณะกรรมการว่า “For his visionary leadership, innovative enforcement strategies, success in dismantling environmental crime networks and suppressing illegal logging, dedication to resolving human-wildlife conflicts, and trailblazing work in endangered species repatriation.”

รางวัลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเจ้าหน้าที่ด่านหน้าผู้ทุ่มเททำงาน ยกย่องความกล้าหาญในภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง สนับสนุนการปกป้องสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ ส่งเสริมประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และสร้างแรงบันดาลใจให้ประเทศต่าง ๆ ยกระดับมาตรการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในระดับสากล

พิธีมอบรางวัลครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอธิบดีอรรถพลฯ ในการปกป้องสัตว์ป่าและต่อสู้กับอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top