Thursday, 4 June 2026
เวทางค์พ่วงทรัพย์

'เวทางค์' หนุนใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลกระตุ้นยอดขาย ช่วยยกระดับการแข่งขันธุรกิจ E-Commerce ของประเทศไทย

เวทางค์ ดันธุรกิจ E-Commerce เติบโต ดึงเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูล กระตุ้นยอดขาย เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและบริการให้ครอบคลุม ทั่วถึง ทันสมัย

เมื่อวันที่ (19 พ.ย.67) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลการดำเนินงานโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) 2 โครงการ คือ โครงการการพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (www.ThailandPostMart.com) และโครงการ Digital Post ID โดยมีนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 อาคารบริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) กรุงเทพฯ

​นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ในนามของคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลกองทุนดีอี และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ขอขอบคุณคณะของผู้รับทุนทุกท่านที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลโครงการให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน 

โดยมีความมุ่งหวังว่า จะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนช่องทางการจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการไทย พร้อมยกระดับการแข่งขันในด้านธุรกิจ E-Commerce ของประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากขึ้นในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งสินค้าและบริการทางไปรษณีย์ โดยเฉพาะธุรกรรมเกี่ยวกับธุรกิจ E-Commerce ให้สามารถใช้ Digital Post ID แทนที่อยู่ในการส่งไปรษณีย์ได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ลักษณะคล้ายคลึงกับการใช้ Prompt Pay แทนเลขบัญชีในการโอนเงินหรือชำระสินค้า)

อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจ E-Commerce ที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกโดยตรงจากการนำ Digital Post ID ไปใช้งานในกระบวนการทำธุรกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จัดส่งสินค้าทั้งไปรษณีย์ไทยเองและบริษัทเอกชนรายอื่น จะได้รับความสะดวกสบาย ข้อมูลมีความถูกต้องแม่นยำ และการขนส่งมีความรวดเร็ว 

เพื่อให้การวางแผนและการนำจ่ายไปรษณีย์ไปยังมือผู้รับปลายทางได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและลูกค้าเกิดความประทับใจ พร้อมทั้งกลับมาใช้บริการกับไปรษณีย์ไทยในระยะยาว​

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการการพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการพัฒนาและปรับปรุงระบบของเว็บไซต์ ThailandPostMart ให้มี Ecosystem ที่สามารถรองรับการดําเนินงานต่าง ๆ ตั้งแต่กระบวนการเข้าถึงเว็บไซต์ การเข้าชมและซื้อขายสินค้าผ่านช่องทาง Mobile application ในรูปแบบ AR Gamification พร้อมระบบการให้บริการที่ทันสมัยเทียบเท่ากับ Marketplace รายอื่น ๆ โดยมุ่งสนับสนุนการค้าปลีก/ค้าส่ง ทั้งในด้านของผู้ประกอบการ ชุมชน ลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ต้นทุนต่ำ 

เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งยังได้วางแผนการพัฒนาระบบ Business Intelligence เพื่อนำข้อมูลจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและสื่อสารข้อมูลกับลูกค้าได้ในลักษณะ Personalized Marketing ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ทำให้มีระบบการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการ รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายรู้จักเว็บไซต์ ThailandPostMart ผ่านการจัดกิจกรรมทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs และเกษตรกรมีทางเลือกในการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าชุมชนที่ต้องการ รวมทั้งสามารถสนับสนุนและส่งเสริมให้สินค้าชุมชนกระจายสู่ผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง

​“ในส่วนโครงการ Digital Post ID เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการระบุข้อมูลตำแหน่ง
ที่อยู่ให้เป็นที่อยู่ดิจิทัล หรือ Digital Post ID เพื่อผลักดันให้เป็นมาตรฐานที่ใช้งานโดยทั่วไปภายในประเทศ ซึ่งมีการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลของ Digital Post ID ของไปรษณีย์ไทย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง เป็นต้น เพื่อรองรับการเข้าใช้งานของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ” นายเวทางค์ กล่าวทิ้งท้าย

แม่ทัพดิจิทัลรุ่นใหม่!! ‘ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์’ ผู้ขับเคลื่อน ‘Digital Thailand’ ด้วยวิสัยทัศน์ ระดับโลก จากวิศวกร สู่ผู้นำเชิงนโยบายดิจิทัล คิดได้ ทำเป็น มองไกล มีผลงานที่จับต้องได้

(20 ต.ค. 68) ในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วยเทคโนโลยี การมีผู้นำที่เข้าใจทั้งระบบ โครงสร้าง และผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคม คือหัวใจของการพาประเทศเดินหน้าอย่างยั่งยืน ‘ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์’ คือหนึ่งในขุนพลดิจิทัลของไทยที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ว่าเป็น ผู้นำยุคใหม่ที่มีทั้งวิสัยทัศน์ และผลลัพธ์
.
ปัจจุบัน ดร.เวทางค์ ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช./BDE) และโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับผิดชอบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัลของประเทศในระดับมหภาค พร้อมเป็น ‘ตัวกลาง’ ในการสื่อสารระหว่าง ‘ภาครัฐ–เอกชน–ประชาชน’
.
จุดแข็งของ ‘ดร.เวทางค์’ คือการผสมผสาน ‘ฐานคิดวิศวกรรม’ กับ ‘หัวใจเศรษฐศาสตร์’ ได้อย่างลุ่มลึกและใช้งานได้จริง
•    ปริญญาเอก เศรษฐศาสตร์ – Cornell University 
•    ปริญญาโท Applied Economics – American University, Washington D.C.
•    ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
การศึกษาเหล่านี้กลั่นกรองออกมาเป็นมุมมองเชิงนโยบายที่มีระบบ คำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว และกล้าเปลี่ยนเกมเมื่อจำเป็น
.
ผลงานที่จับต้องได้ของ ‘แม่ทัพดิจิทัลไทย’
.
ผลักดัน PDPA ให้เดินหน้าอย่างมีระบบ
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เวทางค์รับหน้าที่รักษาการเลขาธิการ PDPC พร้อมเร่งจัดการระบบ–มาตรฐาน เพื่อให้กฎหมายเดินหน้าได้จริง ไม่สะดุด
.
ยกระดับกลไก ‘ทุนดิจิทัล’ เพื่อประชาชน
ในบทบาทเลขาธิการ สดช./BDE เขาเน้นการจัดการกองทุนพัฒนาดิจิทัลอย่างโปร่งใส พร้อมกลไกวัดผล เพื่อให้ทุกงบประมาณที่ใช้ เกิด ‘ผลลัพธ์’ มากกว่าแค่ ‘ผลผลิต’
.
สร้างบทบาทไทยในเวทีจริยธรรม AI ระดับโลก
เวทางค์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมเวที UNESCO Global Forum on the Ethics of AI ปี 2568  ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยด้านธรรมาภิบาล AI ในเวทีโลก
.
สื่อสารเชิงรุก ลดข่าวปลอม หยุดภัยออนไลน์
ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เวทางค์จัดระบบรายงานข่าวปลอมยอดนิยม ช่วยให้ประชาชน “รับมือ” ได้ทัน พร้อมทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพื่อลดอาชญากรรมออนไลน์
.
เปิดรับฟังสาธารณะ–ปรับร่างกฎหมายสภาดิจิทัลฯ
เขาคือหนึ่งในผู้เปิดเวทีฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ พ.ร.บ.สภาดิจิทัลฯ เป็นกฎหมายที่เท่าทันเทคโนโลยี และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
.
นักกำหนดยุทธศาสตร์ที่ลงมือจริง
‘ดร.เวทางค์’ ไม่ใช่แค่ผู้ร่างนโยบาย แต่คือนักปฏิบัติที่เดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ งานของเขาเชื่อมโยงตั้งแต่ ‘กฎหมาย–มาตรฐาน–กลไกประเมินผล–สื่อสารสาธารณะ’ สู่เป้าหมายเดียวกัน ทำให้ ‘Digital Thailand’ เป็นมากกว่าแค่วิสัยทัศน์ แต่คือสิ่งที่จับต้องได้จริง
ด้วยองค์ความรู้ระดับโลก และความเข้าใจปัญหาในประเทศอย่างแท้จริง ชื่อของ ‘เวทางค์ พ่วงทรัพย์’ จึงไม่ใช่แค่ ‘เจ้าหน้าที่ระดับสูง’ แต่คือ ‘ผู้นำยุคดิจิทัล’ ที่ควรจับตา เพราะเขาคือหนึ่งในพลังขับเคลื่อนสำคัญของประเทศไทย ในวันที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top