Thursday, 4 June 2026
เรือฟริเกต

‘กัมพูชา’ เดินหน้า!! เปิดเกมรุกทางทะเล ติดอาวุธครบมือ ขีปนาวุธล้ำสมัย ถึงเวลาแล้ว!! ทัพเรือไทย ต้องเร่งซื้อฟริเกต ก่อนจะหมดสิทธิ์ป้องกันตัว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กัมพูชาได้ส่งจอมพล สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัญ รองประธานพรรค CPP และองคมนตรี เดินทางเยือนจีน เพื่อตรวจสอบและรับมอบเรือคอร์เวตติดขีปนาวุธ Type 056 จำนวน 2 ลำ ภาพถ่ายที่กองทัพเรือกัมพูชาเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าเรือทั้งสองลำผ่านการปรับปรุงและทดสอบระบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือ YJ-83 ระบบป้องกันภัยทางอากาศ HHQ-10 ตอร์ปิโด Yu-7 รวมถึงเรดาร์และโซนาร์ทันสมัย

การมอบเรือดังกล่าวถือเป็นการยกระดับกองทัพเรือกัมพูชาครั้งสำคัญ ทำให้กัมพูชามีกำลังรบทางทะเลที่ครบมิติ ทั้งการโจมตี การป้องกัน และการปราบเรือดำน้ำ โดยยังสอดรับกับการที่จีนลงทุนปรับปรุงฐานทัพเรือเรียมให้รองรับเรือขนาดใหญ่ได้ในอนาคต

การที่กัมพูชารับเรือรบติดขีปนาวุธจากจีนครั้งนี้ เป็นสัญญาณอันตรายที่ไทยไม่ควรมองข้าม เพราะนี่คือครั้งแรกที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรามีกำลังทางทะเลที่สามารถโจมตีและป้องกันได้ครบวงจร หากเกิดความตึงเครียดในอ่าวไทย ผลเสียหายย่อมกระทบต่อเส้นเลือดเศรษฐกิจและความมั่นคงโดยตรง

เมื่อเปรียบเทียบ ไทยมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเพียงลำเดียวคือ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ส่วนเรือชั้นนเรศวรและเจ้าพระยาก็ใกล้หมดอายุการใช้งาน หากยังชะลอการจัดหาใหม่ ไทยจะถูกทิ้งห่างและอาจสูญเสียความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์

ดังนั้น เรามีจำเป็นต้องเร่งจัดหา ฟริเกตสมรรถนะสูงเพิ่มอย่างน้อย 2 ลำ ในปีงบประมาณ 2569 และปี 2570ให้สำเร็จ ข้าพเจ้าเป็นการลงทุนเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว

“เรือฟริเกต” ไทยคืบหน้า กองทัพเรือเร่งโครงการเรือฟริเกต ชูต่อในประเทศไม่น้อยกว่า 20% เปิดแข่งขันเป็นธรรม 11 บริษัททั่วโลกเข้าชิง โปร่งใส เปิดกว้าง ใช้ผู้สังเกตการณ์

กองทัพเรือเดินหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกต กำหนดต่อเรือในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 พร้อมเปิดภาคประชาชนร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ขอชี้แจงความก้าวหน้าของโครงการจัดหาเรือฟริเกต ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์หลักในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศทางทะเล โดยขณะนี้กองทัพเรือได้ดำเนินการจัดทำ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) แล้วเสร็จเรียบร้อย โดยครอบคลุมทั้งด้านยุทธการ เทคโนโลยี ความคุ้มค่า และความสอดคล้องกับภารกิจของกองทัพเรือในปัจจุบันและอนาคต

ทั้งนี้ ใน TOR ดังกล่าว กองทัพเรือได้กำหนดเงื่อนไขสำคัญเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ
การกำหนดให้มีการชดเชยทางด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ เช่น สัดส่วนการต่อเรือภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือของไทย สร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยในระยะยาว

ภายหลังการจัดทำ TOR แล้วเสร็จ กองทัพเรือได้มีหนังสือเชิญบริษัทที่มีศักยภาพในการต่อเรือฟริเกต และมีประสบการณ์ในระดับสากลจากทั้งยุโรปและเอเชีย จำนวน 11 บริษัท เข้าร่วมยื่นข้อเสนอ ได้แก่ DAMEN NAVAL (เนเธอร์แลนด์) NAVANTIA (สเปน) FINCANTIERI (อิตาลี) TAIS Shipyards และ ASFAT (ตุรกี) ST Engineering Marine (สิงคโปร์) Hanwha Ocean, SK Oceanplant และ Hyundai Heavy Industries (สาธารณรัฐเกาหลี) CSTC (จีน) และ ROSOBORONEXPORT (รัสเซีย) โดยกำหนดรับข้อเสนอใน 21 เมษายนนี้

การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่มุ่งเน้น ความโปร่งใส เปิดกว้าง และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อให้กองทัพเรือได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด ทั้งในด้านขีดความสามารถของเรือ ความคุ้มค่าในระยะยาว และผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ นอกจากนี้ กองทัพเรือยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใส โดยได้เปิดให้มี ผู้สังเกตการณ์ภาคประชาชนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ตามข้อตกลงคุณธรรมที่กองทัพเรือได้ลงนามร่วมกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อติดตามกระบวนการจัดหาตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำ TOR การเชิญชวน การยื่นข้อเสนอ การพิจารณาคัดเลือก ตลอดจนถึงขั้นตอนการบริหารสัญญา เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน

กองทัพเรือขอยืนยันว่า โครงการจัดหาเรือฟริเกตครั้งนี้ เป็นการดำเนินการอย่างมีขั้นตอน ชัดเจน ตรวจสอบได้ และยึดถือ ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล และพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
8 เมษายน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top