Thursday, 4 June 2026
เม็กซิโก

วงดนตรีดังเม็กซิโก ยกเลิกการแสดงด่วน หลังแก๊งค้ายาส่งศีรษะมนุษย์และจดหมายขู่ฆ่า

(28 ก.พ. 68) ศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมี วงกรูโป ฟีร์เม จากเม็กซิโก ตัดสินใจยกเลิกการแสดงในงานคาร์นิวัลเมืองมาซัตลัน ซึ่งมีกำหนดในวันที่ 1 มี.ค. 2568 หลังจากได้รับคำขู่ฆ่าสมาชิกวง ซึ่งคาดว่าเป็นฝีมือของแก๊งค้ายาเสพติด

ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่น เม็กซิโก วงดนตรีชื่อดังที่มีแนวทางการเล่นดนตรีผสมผสานกับดนตรีพื้นบ้านซิโนโลอา ได้รับข้อความขู่ฆ่าในลักษณะที่ระบุว่า “ถ้าวงกรูโป ฟีร์เม ขึ้นแสดงที่งานคาร์นิวัลมาซัตลัน เราจะฆ่าพวกแกทุกคน” นอกจากนี้ยังพบศีรษะมนุษย์ที่ถูกตัดขาดและถูกทิ้งไว้บนกล่องสีเขียวข้างทางในเมืองติฮัวนาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมทั้งพบว่าชิ้นส่วนร่างกายถูกเก็บไว้ในตู้แช่เย็น

หลังการค้นพบดังกล่าว ทีมอัยการรัฐบาฮากาลิฟอร์เนียได้เริ่มการสืบสวน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ ศีรษะมนุษย์ถูกพบห่างจากสถานที่จัดงานกว่า 1,600 กิโลเมตรในพื้นที่ทางใต้ของชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก

บริษัท มิวสิค วีไอพี เอนเทอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของวงกรูโป ฟีร์เม ได้ประกาศยกเลิกการแสดงในวันที่ 1 มี.ค. 2568 โดยให้เหตุผลว่าเป็นการคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกฝ่าย ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น นักร้องเม็กซิกันอีกสองราย โฮซี กูเอน และฮอร์เก เมดินา ก็ได้ยกเลิกการแสดงในงานคาร์นิวัลเดียวกันโดยไม่มีการระบุเหตุผลเพิ่มเติม

วงกรูโป ฟีร์เม จากเมืองติฮัวนาเริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่ปี 2563 และได้สร้างชื่อจากเพลงฮิตหลายเพลง รวมถึงได้รับรางวัลมากมายจากเวทีลาตินแกรมมี ในปี 2564 พวกเขาชนะรางวัลอัลบั้มเพลงยอดเยี่ยมจากงาน Latin Grammy Award และในปีที่แล้วก็ได้ร่วมงานกับเดมี โลวาโต ในเพลง 'Chula'

การข่มขู่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการข่มขู่ศิลปินจากกลุ่มค้ายาในเม็กซิโก ที่มักจะพยายามขัดขวางการแสดงของศิลปินในประเทศ โดยก่อนหน้านี้หลายศิลปินก็ต้องยกเลิกการแสดงเนื่องจากความรุนแรงจากแก๊งอาชญากรรม

‘ทรัมป์’ ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าและคว่ำบาตร ‘เม็กซิโก’ ปมไม่แบ่งปันน้ำจาก ‘แม่น้ำริโอแกรนด์’ ให้เกษตรกรเท็กซัส

(11 เม.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าและการคว่ำบาตรต่อเม็กซิโก หากรัฐบาลเม็กซิโกยังคงไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องการแบ่งปันน้ำจากแม่น้ำริโอแกรนด์ ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1944

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน ระบุว่า “บรูก โรลลินส์ รัฐมนตรีเกษตรของผม กำลังยืนหยัดเพื่อเกษตรกรเท็กซัส และเราจะเดินหน้าบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ต่อไป ทั้งการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม และอาจรวมถึงการคว่ำบาตร จนกว่าเม็กซิโกจะเคารพสนธิสัญญา และส่งน้ำที่เป็นของเท็กซัสคืนมา”

ตามสนธิสัญญาปี 1944 เม็กซิโกมีพันธกรณีต้องส่งมอบน้ำจากแม่น้ำริโอแกรนด์ให้แก่สหรัฐฯ ประมาณ 1.75 ล้านเอเคอร์-ฟุต ภายในรอบระยะเวลา 5 ปี โดยผ่านระบบเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่เชื่อมต่อกันระหว่างสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทเรื่องน้ำระหว่างสองประเทศมีประวัติความตึงเครียดยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงปี 2020 ซึ่งความขัดแย้งได้ปะทุจนกลายเป็นความรุนแรง เมื่อเกษตรกรชาวเม็กซิโกจำนวนมากเข้ายึดเขื่อนในพื้นที่ชายแดน เพื่อพยายามปิดกั้นการส่งน้ำไปยังสหรัฐอเมริกา

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นและภัยแล้งที่ยาวนานทำให้ทรัพยากรน้ำขาดแคลน น้ำจากแม่น้ำที่ทั้งสองประเทศใช้ร่วมกันจึงกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าอย่างยิ่ง

ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการเขตแดนระหว่างประเทศและน้ำ ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านน้ำระหว่างเม็กซิโกและสหรัฐฯ ระบุว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 ถึงเดือนตุลาคม 2024 เม็กซิโกสามารถจัดส่งน้ำได้เพียงประมาณ 400,000 เอเคอร์ฟุต ซึ่งต่ำกว่าระดับที่กำหนดในสนธิสัญญาอย่างมาก โดยยังขาดอยู่อีกกว่า 1.4 ล้านเอเคอร์ฟุต ส่งผลให้หนี้ค้างชำระสะสมต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ด้านผู้นำเม็กซิโก ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม ได้ตอบโต้ผ่านโพสต์บนเอ็กซ์ (X) ว่า เม็กซิโกยังคงพยายามปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสนธิสัญญา “เท่าที่ทรัพยากรน้ำจะเอื้ออำนวย” และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงเกษตรของเม็กซิโกเริ่มการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างเร่งด่วน

นักวิเคราะห์เตือนว่า หากไม่มีทางออกอย่างชัดเจน ความตึงเครียดเรื่องน้ำอาจกลายเป็นประเด็นทางการทูตที่บั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพันธมิตรทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระยะยาว

‘ชาเวซ จูเนียร์’ โดนตำรวจสหรัฐฯ จับฐานอยู่เกินวีซ่า อึ้ง!! ปูมหลังพัวพันแก๊งยาเม็กซิโก-ค้าอาวุธข้ามชาติ

(4 ก.ค. 68) ฮูลิโอ เซซาร์ ชาเวซ จูเนียร์ อดีตนักมวยแชมป์โลกชื่อดังชาวเม็กซิโก บุตรชายของ ฮูลิโอ เซซาร์ ชาเวซ ตำนานมวยโลกชื่อดัง ถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จับกุมที่เมืองลอสแอนเจลิส เพราะอยู่ในประเทศเกินเวลาวีซ่า และให้ข้อมูลเท็จในการขอเป็นผู้พำนักถาวรในอเมริกา เจ้าหน้าที่ระบุว่าเขาเป็นบุคคลที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของสังคม และเตรียมส่งตัวกลับเม็กซิโก ซึ่งที่นั่นเขายังมีคดีเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติรออยู่

ชาเวซถูกจับเมื่อวันพุธ ขณะกำลังขี่สกู๊ตเตอร์อยู่ใกล้บ้านพักในย่าน Studio City เมืองลอสแอนเจลิส ทนายความของเขาบอกว่า มีเจ้าหน้าที่หลายคนเข้ามาจับกุม และเชื่อว่าข้อกล่าวหาที่ชาเวซได้รับ เป็นเพียงการสร้างกระแสเพื่อทำให้สังคมหวาดกลัว ขณะที่ครอบครัวของชาเวซออกแถลงการณ์สนับสนุนเขา พร้อมย้ำว่าขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม โดยไม่ถูกกดดันจากภายนอก

ขณะที่ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ชาเวซเดินทางเข้าประเทศในเดือนสิงหาคม 2023 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ซึ่งหมดอายุไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 หลังจากนั้นเขาพยายามขออยู่ในอเมริกาแบบถาวร โดยอ้างว่าแต่งงานกับหญิงชาวอเมริกัน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่นามว่า คาร์เทลซินาโลอา (Sinaloa Cartel)  นอกจากนี้ ทางการเม็กซิโกยังออกหมายจับชาเวซในข้อหาค้ายาและค้าอาวุธ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 อีกด้วย

ชาเวซเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอาวุธหลายครั้ง เขาเคยถูกจับในปี 2012 เพราะขับรถขณะเมาสุรา และถูกจับอีกครั้งในปี 2024 ฐานครอบครองปืนผิดกฎหมาย หลังจากนั้นเขาถูกสั่งให้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ปัจจุบันยังมีคดีเกี่ยวกับอาวุธที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฯ

หลังจากชาเวซถูกจับ ชาวเม็กซิโกมีความเห็นที่แตกต่างกัน บางคนคิดว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลังทางการเมือง และเชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจอยู่เบื้องหลังการจับกุมนี้ ขณะที่บางคนมองว่าไม่แปลก เพราะชาเวซมีพฤติกรรมที่มีปัญหามานาน ถึงแม้เขาจะเคยเป็นนักมวยฝีมือดีและเคยประสบความสำเร็จในวงการ แต่ชีวิตส่วนตัวที่เต็มไปด้วยปัญหาก็ทำให้เขาตกต่ำมาตลอดอาชีพการชก

ทั้งนี้ ฮูลิโอ ซีซาร์ ชาเวซ จูเนียร์ เพิ่งพ่ายคะแนนแบบหมดรูปให้กับ เจค พอล ยูทูบเบอร์ที่ผันตัวไปชก ในการแข่งขันไฟต์พิเศษรุ่นครุยเซอร์เวต ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เม็กซิโกสั่งเบรกแผนสร้างโรงงาน BYD หวั่นเสียข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ แต่บราซิลอ้าแขนรับ

(4 ก.ค. 68) รัฐบาลเม็กซิโกปฏิเสธแผนของ BYD บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีนในการตั้งโรงงานในประเทศ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการเจรจาภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะภายใต้แรงกดดันทางการเมืองจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

แม้ BYD จะยืนยันว่าโรงงานในเม็กซิโกจะผลิตเพื่อขายในละตินอเมริกา ไม่ใช่ตลาดสหรัฐฯ แต่รัฐบาลเม็กซิโกกลับไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งไม่ขายที่ดินของรัฐ ไม่ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี และออกท่าทีห่างเหินจากธุรกิจจีน เพื่อรักษาผลประโยชน์จากข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และแคนาดา

ในขณะเดียวกัน BYD ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยเร่งสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในบราซิล ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานได้กว่า 20,000 ตำแหน่ง และเดินหน้าส่งมอบรถยนต์ไปยังเม็กซิโกอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 100 เท่าในปีที่ผ่านมา

แม้จะถูกขวางในเม็กซิโก แต่ BYD ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยพยายามเร่งสร้างฐานการผลิตนอกจีน ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากการเมืองระหว่างประเทศและการแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top