Sunday, 6 September 2026
เนวินชิดชอบ

‘เนวิน - อนุทิน’ ยกพลเยือนถิ่น ‘นิพนธ์’ บ้านใหญ่เขารูปช้าง จับตา ศึกฟาดแข้งการกุศล แต่แท้จริงเป็นเวทีปิดดีลการเมือง

อาหารมื้อการเมืองบ้านใหญ่เขารูปช้าง ศึกฟาดแข้งการกุศล แต่ปิดดีล การเมือง

11 ตุลาคมนี้ สนามฟุตบอลติณสูลานนท์ จะเปิดสนามต้อนรับการมาเยือนของนักนักเตะจากทีม “เนวิน ชิดชอบ” เมื่อเขาจะพา “ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ลงใต้ เตะฟุตบอลการกุศลกับทีม BG ปทุมธานี ที่สงขลา ซึ่งเป็นกำหนดการที่ถูกวางไว้เมื่อสองเดือนที่แล้ว

แต่จุดที่ร้อนแรงกว่าคือ “อาหารมื้อเที่ยงก่อนเตะ” ที่บ้านเขารูปช้างของนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พิเศษสุดนอกจาก “เนวิน ชิดชอบ” แล้ว ยังจะมี “อนุทิน ชาญวีรกุล”นายกรัฐมนตรี บินด่วนไปร่วมโต๊ะด้วย คงเป็นอาหารมื้อวิเศษจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะมีแกงส้มปลาช่อน กุ้งเผา ปลากะพงเผา หรือเปล่า

การกินข้าวร่วมโต๊ะครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็น “สัญลักษณ์ทางการเมือง” ที่ชัดเจนที่สุดว่าทั้งสองขั้ว “บุรีรัมย์” กับ “สงขลา” จับมือกันแล้วภายใต้ธงสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย

จากบอลกุศล สู่บอลการเมือง
สูตร “ฟุตบอลการกุศล” เป็นมุกที่เนวินใช้มานาน ทั้งสร้างภาพลักษณ์ใจบุญ และเปิดทางเข้าสู่พื้นที่ใหม่อย่างนุ่มนวล
แต่คราวนี้ “สนามสงขลา” มีเดิมพันทางการเมืองสูง เพราะเป็นฐานเดิมของประชาธิปัตย์ที่กำลังสั่นคลอนหลังแพ้ศึกใหญ่ในปี 2566

การเตะบอลอาจดูเป็นกิจกรรมธรรมดา แต่สำหรับนักการเมืองเก๋า
เกมอย่างเนวิน มันคือเวทีสร้าง “ความชอบธรรม” ให้ภูมิใจไทยเข้ามาปักหมุดในพื้นที่ที่เคยเป็น “อาณาจักรบุญญามณี” อย่างเปิดเผย

มื้อเที่ยงบ้านนิพนธ์ มื้อเปลี่ยนสมการการเมือง

ภาพเนวินนั่งร่วมโต๊ะกับนิพนธ์ คือภาพที่ตีความได้หลายชั้น ชั้นแรก: “พี่น้องร่วมวงการ” ทักทายกันในมิตรภาพ ชั้นที่สอง: “สัญญาณจับมือทางการเมือง” อย่างเป็นรูปธรรม

มีคนถามมากมายว่า นิพนธ์ไม่อยู่ประชาธิปัตย์ต่อเหลอ เมื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมา “ผมมาไกลเกินกว่าจะกลับไปแล้ว” เป็นคำตอบจากนิพนธ์ ที่กล่าวกับพรรคพวกเมื่อสอบถามด้วยความเป็นห่วง

ปฏิบัติการไปบ้านนักการเมืองท้องถิ่นระดับนิพนธ์ หมายถึงการ “ผ่านไฟเขียว” ให้เข้าใช้พื้นที่ได้เต็มรูปแบบ

และข่าวจากวงในยืนยันตรงกันว่า มื้อนั้นเองที่มีการ “ปิดดีล” ให้ จุรี นุ่มแก้ว ลงสมัครเขต 2 ปิดข่าวลือเดิมว่าจะใช้ “ศาสตรา ศรีปาน” สส.รวมไทยสร้างชาติ ท่ามกลางข่าวรุมเร้าศาสตรา

ปิดดีลจุรี เดินหมากพื้นที่ร่วม

ดีล “จุรี นุ่มแก้ว” สะท้อนแนวทางของภูมิใจไทยที่เลือก “คนพื้นที่ที่นิพนธ์ยอมรับ” มากกว่า “ชื่อดังที่ไม่รู้ฐาน”

แปลว่าการดีลนี้ไม่ได้เกิดจากส่วนกลาง แต่เป็นข้อตกลงทางการเมืองระดับภาค ที่นิพนธ์เป็นคนเซ็นอนุมัติในทางไม่เป็นทางการ

เมื่อรวมกับสัญญาณจากการกินข้าวและฟุตบอลการกุศล ก็เท่ากับ “ขบวนการย้ายฐาน” ของนิพนธ์จากประชาธิปัตย์เข้าสู่ภูมิใจไทยเริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว

สงขลาไม่เหมือนเดิม

ผลสะเทือนทางการเมืองคือ “ประชาธิปัตย์” จะเหลือฐานเสียงในสงขลาเพียงบางเขตเท่านั้น เพราะฐานเดิมของนิพนธ์และตระกูลบุญญามณี คือหัวใจของพื้นที่เมืองและรอบนอก หากนิพนธ์เปิดไฟเขียวให้ภูมิใจไทยเต็มตัว สงขลาอาจกลายเป็น “จังหวัดนำร่องของภูมิใจไทยภาคใต้ฝั่งอ่าว” ทันที

“ศึกฟาดแข้งเพื่อการกุศล แต่ปิดดีลเพื่อการเมือง”
มื้อนั้น-วันนั้นที่บ้านนิพนธ์ ไม่ได้มีแค่ข้าวและน้ำชา แต่มีการวางหมากระดับชาติซ่อนอยู่ในวงสนทนา

เกมนี้ไม่ใช่เรื่องของฟุตบอล แต่มันคือเกมการเมืองภาคใต้ ที่เนวินกำลังเล่นอย่างแยบคาย

และผลลัพธ์ของมัน…อาจสะเทือนถึงลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม

‘อาจารย์อุ๋ย’ ถอดรหัส ‘เนวิน’!! ไม่ใช่ไม่รู้กาลเทศะ แต่คือการสื่อสารการเมือง อ่านรหัส ‘เนวิน’ ผ่านเสื้อบุรีรัมย์ ภาพจำ “ครูใหญ่บ้านใหญ่” ที่ไม่ต้องพึ่งเครื่องแบบทางการ

รหัสลับข้ามจารีต: อ่านสัญญาณการเมืองผ่าน “เสื้อบอล-ขาสั้น” ของ เนวิน ชิดชอบ

ในทางรัฐศาสตร์และสัญศาสตร์ (Semiotics) ร่างกายและเสื้อผ้าของนักการเมืองไม่เคยเป็นเรื่องของ “แฟชั่น” เพียวๆ แต่คือ “พื้นที่แสดงสารทางการเมือง” (Political Communication Device) ที่ผ่านการคำนวณและเลือกสรรมาอย่างแยบคาย

ภาพของคุณเนวิน ชิดชอบ ใส่เสื้อสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมกางเกงขาสั้นและรองเท้าผ้าใบ ก้าวเข้าไปเป็นประธานในพิธีบวงสรวงสักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช—สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยจารีตประเพณี—จึงไม่ใช่เรื่องของความ "ไม่รู้กาลเทศะ" เพราะคนระดับอดีตรัฐมนตรีและคร่ำหวอดในวงการเมืองมาหลายทศวรรษ ย่อมทราบดีถึงกฎเกณฑ์กาลเทศะพื้นฐานของสังคมไทย

คำถามคือ การแต่งกายลักษณะนี้ในทุกวาระโอกาส ตั้งแต่งานบวช งานแต่งงาน งานลูกชาย จนถึงพิธีศักดิ์สิทธิ์ คือการแสดงอำนาจ สัญลักษณ์ทางการเมือง หรือมีนัยอื่นใดแฝงอยู่?

หากวิเคราะห์ผ่านเลนส์รัฐศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศ พฤติกรรมนี้สามารถถอดรหัสได้ 3 มิติสำคัญ:

1. สัญลักษณ์เชิงอำนาจและการทำลายบรรทัดฐาน (Power Projection & De-institutionalization):
ในทางกฎหมายและจารีต การแต่งกายตามกฎระเบียบ (Dress Code) คือการสยบยอมต่อกฎเกณฑ์ของสถาบัน/สถานที่นั้นๆ แต่การที่ “เนวิน” สามารถใส่ขาสั้น-เสื้อบอลเข้าไปปฏิบัตินำในพิธีศักดิ์สิทธิ์ได้โดยไม่มีใครกล้าทักท้วง คือการประกาศ “อำนาจนำ” (Hegemony) ที่ก้าวข้ามกฎระเบียบทั่วไป เป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ว่า “กฎเกณฑ์ธรรมดาใช้บังคับกับตัวเขาไม่ได้” อำนาจของเขาเหนือกว่าบรรทัดฐานของสถานที่ และศูนย์กลางของงานไม่ได้อยู่ที่พิธีกรรม แต่อยู่ที่ “ตัวเขา”

2. การสร้างแบรนด์ดิ้ง “ครูใหญ่แห่งบ้านใหญ่” และสโมสรนิยม (Political Branding)
ชุดกางเกงขาสั้นและเสื้อสโมสรบุรีรัมย์ฯ กลายเป็น “ยูนิฟอร์มทางการเมือง” (Political Uniform) ประจำตัวของเนวินไปแล้ว มันคือการหลอมรวมความเป็น “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” เข้ากับ “อำนาจทางการเมือง” การแต่งชุดนี้ไปทุกงานเท่ากับเป็นการขยายอาณาเขต (Territorial Expansion) และตอกย้ำแบรนด์ดิ้งความเข้าถึงง่าย ไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง แต่นแฝงไว้ด้วยความเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่ติดดิน (Populist Godfather)

3. การเปรียบเทียบกับบริบทต่างประเทศ: ถอดโมเดลนักการเมืองโลก
พฤติกรรมของเนวินมีความคล้ายคลึงกับนักการเมืองในเวทีโลกหลายคน เช่น:
โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy): ที่สวมเสื้อยืดสีเขียวทหารเข้มตลอดเวลาแม้กระทั่งในการประชุมรัฐสภาสหรัฐฯ หรือพบผู้นำโลก เพื่อส่งสารเชิงสัญลักษณ์ว่าประเทศอยู่ในภาวะสงคราม

โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson): ที่จงใจทำผมยุ่งเหยิงหรือไม่ผูกไทในบางวาระ เพื่อปฏิเสธภาพลักษณ์นักการเมืองแบบฉบับเดิมๆ (Anti-establishment) สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนธรรมดา และแสดงออกถึงความไม่แยแสต่อระเบียบเดิม

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของเนวิน ชิดชอบ มีมิติเฉพาะของ “วัฒนธรรมการเมืองแบบบ้านใหญ่” แฝงอยู่ การใส่ขาสั้นไปงานสำคัญ ไม่ใช่เพียงการปฏิเสธพิธีตระการตา แต่คือการสร้างภาพจำว่า “ข้าพเจ้าไม่ต้องพึ่งพาเครื่องทรงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เพราะบารมีและอำนาจที่แท้จริงสลักอยู่ในชื่อ เนวิน ชิดชอบ เรียบร้อยแล้ว”

สรุป:
การแต่งกายของเนวิน ชิดชอบ ที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ไม่ใช่เรื่องของความพลั้งเผลอหรือรสนิยมส่วนตัว แต่มันคือ "ภาษาทางสัญลักษณ์" (Symbolic Language) ที่สื่อถึงอำนาจอันล้นพ้น การปฏิเสธจารีตเพื่อแสดงตนเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ และการตอกย้ำแบรนด์การเมืองแบบเฉพาะตัวที่ไม่จำเป็นต้องสยบยอมต่อกฎเกณฑ์ใดในสังคมไทย

โดย อาจารย์อุ๋ย - ประพฤติ ฉัตรประภาชัย
นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ/สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02NSqhK4X7hvsN85v4HmMD1BcqK5W19A2yWZyhTS77VupvceXnjXYdKstn9RUY6sjZl&id=100090126732649&mibextid=wwXIfr


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top