Thursday, 4 June 2026
เที่ยวจีน

‘สนามบินปักกิ่งต้าซิง’ สุดคึกคักรับฤดูร้อน คาดผู้โดยสารพุ่งทะลุ 9.5 ล้านคนใน 2 เดือน

(2 ก.ค. 68) ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง ซึ่งเป็นสนามบินใหญ่ที่สุดในกรุงปักกิ่ง คาดว่าช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้ จะมีผู้โดยสารหมุนเวียนมากกว่า 9.52 ล้านคน รองรับเที่ยวบินรวมราว 60,400 เที่ยว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร

คาดว่าการเดินทางจะคึกคักที่สุดในวันที่ 5 สิงหาคม โดยมีเที่ยวบินสูงสุดถึง 1,031 เที่ยว และผู้โดยสารหมุนเวียนถึง 170,500 คน สะท้อนถึงความต้องการเดินทางในช่วงวันหยุดที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

สำหรับการเดินทางภายในประเทศจีนยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะปลายทางที่มีอากาศเย็นสบายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ ขณะที่เส้นทางต่างประเทศที่ได้รับความสนใจคือจุดหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออก รวมถึงยุโรป เช่น ลอนดอน มอสโก และอัมสเตอร์ดัม

นโยบายผ่อนคลายด้านวีซ่าของจีนมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเดินทางระหว่างประเทศ โดยช่วงฤดูร้อนนี้คาดว่าจะมีเที่ยวบินระหว่างประเทศเฉลี่ยเกือบ 100 เที่ยวต่อวัน และผู้โดยสารข้ามพรมแดนเฉลี่ย 17,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ท่าอากาศยานฯ ต้าซิงได้ให้บริการผู้โดยสารระหว่างประเทศไปแล้วมากกว่า 2.7 ล้านคน ตอกย้ำบทบาทสำคัญของสนามบินแห่งนี้ในฐานะประตูเชื่อมต่อจีนกับนานาประเทศ

จีนใจป้ำขยายฟรีวีซ่า 74 ประเทศทั่วโลก ดันยอดจองโรงแรมพุ่ง นทท.ทะลัก ‘เซี่ยงไฮ้–ปักกิ่ง’

(8 ก.ค. 68) รัฐบาลจีนประกาศขยายสิทธิเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ให้กับพลเมืองจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 โดยนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิ สามารถพำนักในจีนได้สูงสุด 30 วัน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจีนเปิดเผยว่า ในปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่ามากกว่า 20 ล้านคน คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2023

โดยประเทศที่ได้สิทธิเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าครอบคลุมเกือบทั้งยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี บราซิล และมาเลเซีย โดยล่าสุดจะมีการเพิ่มอาเซอร์ไบจานในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ขณะที่อีก 10 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และแคนาดา แม้ยังไม่มีสิทธิฟรีวีซ่า แต่สามารถเดินทางเข้าจีนได้สูงสุด 10 วัน หากอยู่ในระหว่างเดินทางต่อไปประเทศที่สาม (transit)

ส่วนชาวไทยตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นมา จีนและไทยได้ตกลงยกเว้นวีซ่า ถ้าถือพาสปอร์ตไทยแบบธรรมดา สามารถอยู่จีน สูงสุด 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในทุก 180 วัน

นโยบายนี้ส่งผลให้ยอดจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมในจีนพุ่งขึ้นสองเท่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 โดย 75% มาจากผู้เดินทางที่ไม่ต้องขอวีซ่า นอกจากนี้นครใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศตั้งแต่ปลายปี 2023 โดยหวังฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวที่ซบเซาจากสถานการณ์โควิดนานเกือบสามปี และคาดว่าหากการดำเนินการเป็นไปตามแผน การท่องเที่ยวขาเข้าของจีนอาจขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลกในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

China Southern Airlines นำร่องบริการใหม่ในจีน ไม่ปิดเคาน์เตอร์เช็กอิน ยืดหยุ่นได้ 15 นาทีก่อนประตูเครื่องปิด

เมื่อวันที่ (8 ก.ค.68) ผ่านมา สายการบินไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์ส (China Southern Airlines) ได้สร้างความฮือฮาในวงการการบินด้วยการเปิดตัวบริการใหม่สุดล้ำบนเส้นทางไป-กลับระหว่าง กว่างโจวและปักกิ่ง (สนามบินต้าซิง) โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะจะ ไม่มีการปิดเคาน์เตอร์เช็กอิน และสามารถไปถึงประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) ได้ ไม่เกิน 15 นาทีก่อนประตูจะปิด นับเป็นการพลิกโฉมประสบการณ์การเดินทางทางอากาศให้มีความยืดหยุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

บริการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศจีน ที่เดิมผู้โดยสารต้องเช็กอินก่อนเวลาบินอย่างน้อย 30-40 นาที ซึ่งบ่อยครั้งสร้างความกดดันและไม่ยืดหยุ่น China Southern Airlines ได้นำ เทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบที่ยืดหยุ่น มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีแผนการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ผู้ที่เดินทางเพื่อธุรกิจ หรือผู้ที่ต้องการบินในเที่ยวบินเช้าตรู่หรือช่วงดึก ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องเร่งรีบ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้โดยสารที่มีสัมภาระโหลดใต้เครื่อง (checked baggage) ยังคงต้องดำเนินการเช็กอินสัมภาระ ก่อนเวลาออกเดินทางอย่างน้อย 30 นาที หากพลาดกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้โดยสารมีทางเลือกในการรับสัมภาระจากเที่ยวบินถัดไป หรือใช้บริการ 'ส่งกระเป๋าถึงบ้าน' โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน

นอกเหนือจากบริการที่กล่าวมา China Southern Airlines ยังคงให้ความสำคัญกับผู้โดยสารกลุ่มพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กที่เดินทางคนเดียว หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ใช้รถเข็น โดยจัดบริการเฉพาะเพื่อลดเวลารอและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารกลุ่มนี้โดยเฉพาะ บริการใหม่ทั้งหมดนี้เป็นส่วนขยายจากบริการ 'South China Fast Line' ที่มุ่งเน้นความรวดเร็วตั้งแต่เช็กอินจนถึงการขึ้นเครื่อง และทางสายการบินยังมีแผนที่จะขยายบริการลักษณะนี้ไปยังเส้นทางบินอื่น ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ไทยติดโผ!! เที่ยวเซี่ยงไฮ้ครึ่งปีแรก ทะลุ 2.5 แสนคน โตกระฉูด 140% รั้งอันดับ 3 นักท่องเที่ยวต่างชาติมากสุด เป็นรองเพียง ‘เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น’

(22 ก.ค. 68) สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครเซี่ยงไฮ้ของจีนรายงานว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเยือนเมืองเซี่ยงไฮ้ประมาณ 3.12 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.3 จากปีก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปถึง 2.54 แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 140 เมื่อเทียบปีต่อปี ทำให้ชาวไทยกลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตเร็วที่สุดและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเซี่ยงไฮ้

ขณะที่ นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ยังคงยืนหนึ่งมีจำนวนมากที่สุดในเซี่ยงไฮ้ด้วยจำนวน 4.24 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 130.7 ตามด้วยญี่ปุ่น 2.91 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 58.5 ส่วนนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ 1.47 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.3 และจากมาเลเซีย 2.01 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.6 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ รัสเซีย และออสเตรเลียก็เพิ่มจำนวนอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาเดียวกัน

รายงานเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า การบริการที่ดีขึ้น ความสะอาดของเมือง ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างเลโก้แลนด์ และบรรยากาศที่หลากหลาย 

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เซี่ยงไฮ้ได้ดำเนินโครงการ 'นี่คือเซี่ยงไฮ้' ซึ่งประกอบด้วยภาพยนตร์โฆษณา คู่มือการเดินทาง และกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกที่น่าหลงใหลและมีมนต์เสน่ห์อย่างแท้จริง

‘สตาร์บัคส์’ เปิดสาขาใหม่ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ตกแต่งด้วย ‘ผ้าไหมหางหลัว’ ผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับร้านกาแฟ

(1 ก.ย. 68) สตาร์บัคส์ (Starbucks) เปิดร้านสาขาใหม่ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เมื่อวันศุกร์ (29 ส.ค.) โดยชูแนวคิด “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” ซึ่งเป็นการผสานธุรกิจกาแฟเข้ากับการสืบสานวัฒนธรรมจีน ซึ่งสาขานี้นับเป็นแห่งที่ 5 ของประเทศ หลังจากที่เคยเปิดในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ซูโจว และหนานจิงมาแล้ว

สำหรับสาขาแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนถนนเหอฟาง ย่านเก่าแก่ของหางโจว ในอาคารพาณิชย์อายุเกือบร้อยปี การตกแต่งเน้นการใช้ “ผ้าไหมหางหลัว” ผ้าไหมขึ้นชื่อของท้องถิ่น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับชาติเมื่อปี 2008 พร้อมจัดแสดงเครื่องทอผ้ามือบนชั้นหนึ่ง ให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมควบคู่กับการดื่มกาแฟ

แนวคิดดังกล่าวเกิดจากโครงการสาธารณประโยชน์ของสตาร์บัคส์ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2019 โดยมุ่งส่งเสริมและสืบสานเทคนิคมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ รวมถึงสนับสนุนฝีมือแรงงานสตรีในชนบท ปัจจุบันครอบคลุมกว่า 50 รายการใน 26 มณฑลทั่วจีน

ผู้บริหารสตาร์บัคส์ในจีนตะวันออกระบุว่า ร้านสาขานี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่สำหรับดื่มด่ำกาแฟ แต่ยังเป็น “หน้าต่างทางวัฒนธรรม” ที่ให้สาธารณชนได้เรียนรู้และสัมผัสพลังของมรดกวัฒนธรรมจีน โดยในหางโจวเพียงเมืองเดียว สตาร์บัคส์ได้ขยายสาขามาแล้วกว่า 450 แห่งในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา

ท่องเที่ยวจีน คึกคัก!! คนแห่เที่ยว วันหยุดยาว สัมผัส!! เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ท่องเที่ยวยามค่ำคืน

(11 ต.ค. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนเผยว่า วันหยุดยาว 8 วัน เนื่องในวันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์ของจีน ได้สร้างสถิติใหม่ด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเดินทางรวมทั้งสิ้น 888 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 123 ล้านครั้งเมื่อเทียบกับวันหยุดยาว 7 วันของปีก่อน ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่ 8.09 แสนล้านหยวน (ราว 3.71 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.08 แสนล้านหยวน (ราว 4.95 แสนล้านบาท) เมื่อเทียบปีต่อปี

สถาบันการท่องเที่ยวของจีน (China Tourism Academy) ระบุว่า วันหยุดยาวที่มากขึ้นและการลางานที่มีความยืดหยุ่นส่งผลให้ผู้คนสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น โดยระยะทางเฉลี่ยในการเดินทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 แตะที่ 213 กิโลเมตร ขณะที่ระยะทางการท่องเที่ยวภายในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 แตะที่ 23 กิโลเมตร

บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ เช่น ทริป ดอต คอม (Trip.com) และฟลิกกี (Fliggy) รายงานว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศแบบระยะไกลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน (NIA) รายงานว่านักท่องเที่ยวจีนออกไปท่องเที่ยวในกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค และมีจำนวนการเดินทางข้ามพรมแดนรวม 16.34 ล้านครั้ง

การท่องเที่ยวในชนบทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยร้อยละ 22 ของชาวจีนในชนบทเดินทางรวมทั้งสิ้น 102 ล้านครั้ง คิดเป็นร้อยละ 11.5 ของการเดินทางภายในประเทศทั้งหมด

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 40 หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ และเบนความสนใจไปยังจุดหมายปลายทางที่เงียบสงบกว่า บริษัทถงเฉิง ทราเวล (Tongcheng Travel) ระบุว่า ยอดจองโรงแรมในอำเภอกว่า 30 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ด้านเจ้าหน้าที่จากสถาบันการท่องเที่ยวของจีนกล่าวว่า ชาวชนบทและนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวจากเมืองขนาดเล็กได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนตลาดที่แข็งแกร่ง โดยความต้องการของนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไปสู่หมุดหมายที่มีขนาดเล็กกว่าแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม

ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและอารมณ์มากขึ้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมส่วนชุดฮั่นฝู พิธีชงชา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในขณะที่เหม่ยถวน ทราเวล (Meituan Travel) รายงานว่า การค้นหาคำว่า “ท่องเที่ยวยามค่ำคืน” เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 386.5

หน่วยงานการท่องเที่ยวมีการอำนวยความสะดวกหลายรูปแบบ เช่น พิพิธภัณฑ์ในนครเซี่ยงไฮ้เปิดให้บริการเข้าชมช่วงดึก ถ้ำโม่เกาในตุนหวงเปิดระบบแนะนำแบบดิจิทัล และทะเลสาบซีหูในนครหางโจวได้ใช้ระบบจองอัจฉริยะเพื่อจัดการจำนวนผู้เข้าชมอย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงเวลานี้ จีนจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมากกว่า 29,000 รายการ พร้อมออกคูปองเพื่อส่งเสริมการบริโภคมูลค่ารวม 480 ล้านหยวน (ราว 2.2 พันล้านบาท)

หูหยาง รองประธานบริษัทถูเจีย กล่าวว่าจุดหมายปลายทางที่ผู้คนเลือกเที่ยวในปัจจุบันสะท้อนถึงความสนใจและความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตในท้องถิ่น

จีนเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 68 ขอเงินช้อปปิ้งคืน (Tax Refund) เพิ่ม 229.8% ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศอู่ฟู่

(28 ต.ค. 68) จีนรายงานตัวเลขการคืนเงินภาษีของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2568 ว่า มีนักท่องเที่ยวขอคืนภาษีเพิ่มขึ้น 229.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่มูลค่าการคืนภาษีรวมเพิ่มขึ้น 97.4% ตามข้อมูลของกรมสรรพากรจีน

ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 เป็นต้นมา จีนได้ปรับปรุงระบบคืนภาษีผู้เดินทางชาวต่างชาติหลายด้าน เช่น เพิ่มความเร็วในการดำเนินการ และเปิดบริการคืนภาษีข้ามเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว

ขณะที่มาตรการสำคัญ ได้แก่ การตั้งเคาน์เตอร์คืนภาษีทันทีในย่านชอปปิงหลักของเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฉงชิ่ง เฉิงตู และกวางโจว รวมถึงเมืองอย่างเซี่ยงไฮ้และหางโจวที่เปิดบริการคืนภาษีออนไลน์ ทำให้ขั้นตอนสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

ทั้งนี้ จีนเริ่มนโยบายคืนภาษีผู้เดินทางต่างชาติครั้งแรกในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) และตั้งแต่นั้นมาก็มีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการคืนภาษีและกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ

หลังขุด “กำแพงเมืองจีน” ช่วง “เจียนโข่ว” เจอปืนใหญ่ไซซ์ยักษ์ปลายราชวงศ์หมิง พร้อมจารึกบนปืนเผยประวัติศาสตร์การใช้อาวุธไฟ เชื่อมโยงหลักฐานค้าขาย–แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโบราณ

(2 ธ.ค. 68) นักโบราณคดีในกรุงปักกิ่งแถลงผลการขุดค้นกำแพงเมืองจีนช่วง “เจียนโข่ว” (Jiankou) พบปืนใหญ่โบราณขนาดใหญ่ รวมถึงโบราณวัตถุจำนวนมากจากหอคอยสัญญาณ 3 แห่งและกำแพงที่เชื่อมต่อกัน ทั้งอาวุธ ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม และข้าวของใช้ในชีวิตประจำวัน จากการขุดค้นตลอดปีนี้

ปืนใหญ่ที่พบเป็นปืนเหล็กหล่อปลายราชวงศ์หมิง (ปี ค.ศ. 1368-1644) ยาว 89.2 เซนติเมตร หนัก 112.1 กิโลกรัม ถือเป็นปืนใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยขุดพบในช่วงกำแพงเมืองจีนส่วนนี้ นักวิจัยระบุว่าจารึกที่ยังคมชัดบนตัวปืนให้ข้อมูลสำคัญต่อการศึกษาการผลิตอาวุธไฟ และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางทหารในยุคนั้น

นอกจากนี้ สถาบันโบราณคดีปักกิ่งยังรายงานผลศึกษาเครื่องประดับเทอร์ควอยซ์จากแหล่งโบราณคดี “ซิงกง” (Xingong) ซึ่งเป็นชุมชนโบราณยุคราชวงศ์เซี่ย (ราว 2070–1600 ปีก่อนคริสตกาล) และราชวงศ์ซาง (1600–1046 ปีก่อนคริสตกาล) ที่หายากมากในเขตเมืองของปักกิ่ง

พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งหลุมฝังศพ คูน้ำ และร่องรอยที่อยู่อาศัย และพบโบราณวัตถุเทอร์ควอยซ์แล้ว 28 ชิ้น ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า แร่เทอร์ควอยซ์เหล่านี้น่าจะมาจากเหมืองบริเวณรอยต่อมณฑลหูเป่ย์ เหอหนาน และส่านซี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่ามีเครือข่ายการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและทรัพยากรระหว่างภูมิภาคในจีนตอนเหนือมาตั้งแต่หลายพันปีก่อนแล้ว


ที่มา : Xinhua 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top