Saturday, 6 June 2026
เทพไทเสนพงศ์

‘เทพไท’ เตือนรัฐบาล หวั่น!! ปชช.ซ้ำรอย ‘เจ้าคุณแย้ม’ หลัง 'เพื่อไทย’ เร่ง!! ผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิง

(17 พ.ค. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “สะกิดรัฐบาล คิดเปิดกาสิโน ดูเจ้าคุณแย้มเป็นตัวอย่าง” มีเนื้อหาระบุว่า …

มีข่าวจากพรรคเพื่อไทย โดยนายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรค แถลงว่า จะเร่งดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ให้เข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 นี้เลย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทย ที่จะผลักดันบ่อนกาสิโนให้สำเร็จจนได้ โดยไม่สนใจกระแสคัดค้านจากสังคมใด ๆ ทั้งสิ้น

ในขณะเดียวกัน ที่กระทรวงการคลัง นาย Chris Gordon ประธานบริษัท Wynn Development ของ Wynn Resorts หนึ่งในผู้นำธุรกิจรีสอร์ตครบวงจรระดับโลก ของประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางเข้าหารือกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง แสดงความสนใจจะเข้ามาลงทุนในโครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในไทย เป็นการดำเนินการแบบคู่ขนานกันไป ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับรัฐบาล

ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยก็เร่งผลักดันกฎหมายให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด ในฝ่ายรัฐบาลก็เร่งเจรจากับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่า โครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรหรือไม่ หรือมีการตกลงอะไรไว้ล่วงหน้ากับกลุ่มทุนต่าง ๆ ตามคำเล่าลือหรือไม่

อยากจะเตือนให้รัฐบาลกลับไปดูบทเรียน หรืออุทาหรณ์ ที่เกิดขึ้นกับพระธรรมวชิรานุวัตร หรือเจ้าคุณแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ที่ถูกจับข้อหานำเงิน 300 ล้านบาทไปเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นถึงระดับพระราชาคณะ บวชเรียนตั้งแต่อายุ 12 ปี ยึดถือพระธรรมวินัย 227 ข้อ ยังหลงเป็นทาสการพนันได้ นับประสาอะไรกับชาวบ้านคนธรรมดา ที่ถือศีล5ยังไม่ครบทุกข้อ จะไม่ตกเป็นทาสการพนันบ้าง

ถ้าหากรัฐบาลผลักดันให้เอนเตอร์เทนคอมเพล็กซ์ ที่มีบ่อนกาสิโนอยู่ด้วยจนประสบความสำเร็จ ยังนึกไม่ออกว่า สภาพสังคมไทยจะเป็นเช่นไร คนไทยจะติดการพนันกันงอมแงมแค่ไหน และเป็นปัญหาทางสังคมที่เกินกว่าจะเยียวยาได้

‘เทพไท’ จับตา!! พรรคกล้าธรรม ดูด!! ‘สส.’ เข้าพรรค อย่างคึกคัก!!

(18 พ.ค. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส. นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า กล้าธรรม-เพื่อไทย เป็นอะไรกัน?

ช่วงนี้มีหลายฝ่ายจับตาความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรม ที่กำลังเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างร้อนแรง และเป็นที่สนใจของบรรดานักการเมือง นักเลือกตั้ง มีกระแสการดูดส.ส. ดึงสส.เข้าพรรคอย่างคึกคัก มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การก่อเกิดพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องการเป็นพรรคการเมือง ที่เสียบแทนหรือสนับสนุนรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แทนบางพรรคการเมืองที่อาจจะถูกปรับออกหรือไม่ หรือเป็นพรรคสาขา พรรคนอมินี ให้กับพรรคเพื่อไทยของคุณทักษิณ ชินวัตรหรือไม่

มีแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคน ออกมาปฏิเสธว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีแนวความคิดจัดตั้งพรรคสาขา และพรรคกล้าธรรมก็ไม่ใช่สาขาของพรรคเพื่อไทย ในขณะเดียวกันแกนนำผู้บริหารพรรคกล้าธรรมหลายคน ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส คุณนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ต่างออกมาปฏิเสธว่า พรรคกล้าธรรมไม่ใช่พรรคสาขาของใคร พรรคกล้าธรรมให้เกียรติกับทุกคน ที่จะเข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรค แต่ในขณะเดียวกัน สังคมก็สงสัยการตอบคำถามสื่อมวลชน ของผู้กองธรรมนัส เมื่อถูกถามถึงกรณีการดึง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ กับคุณการุณ โห่สกุล เข้าร่วมพรรคว่า เรื่องนี้ได้พูดคุยกับคุณทักษิณมาก่อนหรือไม่ ผู้กองธรรมนัส ตอบว่าได้พูดคุยกับคุณทักษิณมาก่อนแล้ว ก่อนจะเปิดตัว น.อ.อนุดิษฐ์ และคุณเก่ง การุณ ต่อสื่อมวลชน

จึงเกิดคำถามว่า ถ้าหากพรรคกล้าธรรมกับพรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน หรือพรรคกล้าธรรมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณทักษิณ หรือคุณทักษิณไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้กองธรรมนัส ต้องถามว่า ทำไมผู้กองธรรมนัส ต้องไปบอกคุณทักษิณก่อน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ย้อนแย้งมาก ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้จัดตั้งพรรคสาขาและพรรคกล้าธรรมไม่ใช่สาขาของพรรคเพื่อไทย

ถ้าย้อนไปในอดีตก่อนที่จะเลือกตั้งปี 2562 มีการเสนอทฤษฎีแตกแบงค์พัน หรือแตกแบงค์ย่อยของคุณทักษิณ คือมีพรรคสาขา มีพรรคนอมินี จะเห็นในพื้นที่บางแห่ง ที่พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ไม่ได้ ไม่มีคะแนนนิยม ก็มีพรรคประชาชาติ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ แต่ไม่ประสบความสำเร็จทางการเมือง คงเหลือพรรคประชาชาติพรรคเดียว ที่ทำพื้นที่แทนพรรคเพื่อไทยใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้พรรคเพื่อไทยยังขาดพรรคมาเติมเต็มให้กับพรรคเพื่อไทยในบางพื้นที่ ที่พรรคเพื่อไทยเจาะพื้นที่ไม่ได้ ก็เป็นโอกาสของพรรคกล้าธรรม ที่สามารถไปทดแทนในพื้นที่ ที่พรรคเพื่อไทยทำไม่ได้ เช่น พื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ตอนบน รวมไปถึงในจังหวัดอื่นๆ ที่พรรคเพื่อไทยมีข้อจำกัดในการเอาชนะคู่แข่งขันทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรคภูมิใจไทย จึงจำเป็นต้องมีพรรคกล้าธรรมขึ้นมาทดแทน หรือมาเติมเต็มให้กับพรรคเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไป หรือสนามเลือกตั้งปี 2570

ใครจะปฏิเสธอย่างไรว่า พรรคกล้าธรรมไม่ใช่สาขาของพรรคเพื่อไทย หรือพรรคเพื่อไทยไม่คิดจะตั้งพรรคสาขา ก็ปฏิเสธได้ เพราะถ้ายอมรับว่าจริง จะผิดกฎหมายพรรคการเมือง จึงจำเป็นต้องปฏิเสธไว้ก่อน แต่ว่าความจริงก็คือความจริง ประชาชนรับรู้และเข้าใจได้ว่า นี่คือการเมืองแบบไทยๆ

‘เทพไท’ แฉ!! ‘ตลาดนัด สส.’ เปิดซื้อขายแล้ว เกรด A ค่าตัวพุ่งสูง 80 ล้าน เกรด C ราคา 30 ล้าน

(17 ก.ย. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย ภายใต้หัวข้อ “ยุคการเมืองไร้เสถียรภาพ” โดยระบุว่ารัฐบาลอนุทิน ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่น่าจะอยู่ได้นาน คาดอายุรัฐบาลเพียง 4 เดือน ตามข้อตกลงในบันทึกความเข้าใจ (MOA) กับพรรคประชาชน ที่จะยุบสภาหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

นายเทพไทชี้ว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่สามารถรักษาองค์ประชุมได้ หากฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนไม่ร่วมมือ ทำให้การประชุมสภามีแนวโน้มล่มซ้ำซาก ขณะเดียวกัน เวลาที่จำกัดยังทำให้รัฐบาลไม่สามารถผลักดันนโยบายสำคัญหรือวางรากฐานระยะยาวได้

อีกประเด็นที่เทพไทหยิบยกขึ้นมาคือ “ตลาดนัด สส.” ที่เริ่มมีการซื้อตัวและเจรจาย้ายพรรคกันอย่างคึกคัก โดยมีการตั้งราคาค่าตัวตามเกรด สส. เกรด A สูงถึง 80 ล้านบาท เกรด B ประมาณ 50 ล้านบาท และเกรด C ราว 30 ล้านบาท สะท้อนการแย่งชิงกำลังทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ทั้งนี้ นายเทพไทสรุปว่า สถานการณ์นี้นำไปสู่การเมืองที่เต็มไปด้วย “กระแสและกระสุน” บางฝ่ายใช้แนวคิดและอุดมการณ์ดึงคะแนนเสียง ขณะที่อีกฝ่ายใช้ทุนมหาศาลซื้อเสียงเข้าสภา ซึ่งเป็น “วงจรอุบาทว์” ที่ยังไม่สิ้นสุด และท้ายที่สุด ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

‘เทพไท’ ชี้!! ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ ไฟเขียว!! ‘จุลพันธ์’ นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นคนรุ่นกลาง ประสานงานได้ทุกฝ่าย พร้อม!! ปลอบใจ ‘สมพงษ์’

(1 พ.ย. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก 'เทพไท - คุยการเมือง' ระบุว่า …

ล็อกสเปค จุลพันธ์ เป็นหัวหน้าเพื่อไทย

ผมขอแสดงความยินดีกับคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ในฐานะที่เป็นนักการเมืองร่วมสมัย และเป็นนักการเมืองรุ่นเดียวกัน เมื่อได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกให้เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งตรงตามความคาดหมาย และผลการวิเคราะห์ ซึ่งผมได้วิเคราะห์ก่อนหน้านี้แล้วว่า คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้วยเหตุผลเป็นคนรุ่นกลาง เป็นคนรุ่นไม่ใหม่ไม่เก่าเกินไป ประสานงานได้กับทุกฝ่าย มีความอาวุโสทางการเมืองพอสมควร เป็นส.ส.5สมัย มีความรู้ด้านเศรษฐกิจตามความต้องการของคนพรรคเพื่อไทย เป็นการปลอบใจนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ บิดาของคุณจุลพันธ์ ที่น้อยใจพรรคลาออกจากสมาชิกพรรคไป เมื่อลูกชายได้รับการเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ผู้ที่เป็นพ่อก็คงจะคลายความน้อยอกน้อยใจลงไปบ้าง และที่สำคัญที่สุดคุณจุลพันธ์ได้รับไฟเขียวจากบ้านจันทร์ส่องหล้า เจ้าของพรรคเพื่อไทย จึงทำให้คู่แข่งที่เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อย่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้วและนายสุทิน คลังแสง ต้องหลีกทางไป

ถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมา หากไม่มีการล็อกสเปคหรือบล็อคโหวตกัน หรือกดดันส่งสัญญาณว่า คนที่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ต้องเป็นใครนั้น ถ้าเปิดฟรีโหวต เชื่อว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง คงจะได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีเจ้าของ เปรียบเสมือนบริษัทในครอบครัวสกุลชินวัตร เมื่อเจ้าของพรรค ชี้ชัดว่าควรเป็นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ มติก็โหวตให้คุณจุลพันธ์อย่างท่วมท้น แบบไม่ต้องสงสัย

แต่การที่คุณจุลพันธ์เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพราะในอดีตที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะแยกออกจากกันอย่างชัดเจนกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่เคยมีหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเลย นับตั้งแต่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ พลตำรวจเอกวิโรจน์ เปาอินทร์ นายสมพงษ์อมรวิวัฒน์ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว จนมาถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ก็เพิ่งได้มาเป็นหัวหน้าพรรค หลังจากที่มีการเลือกตั้งผ่านพ้นแล้ว

กรณีของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ก็เช่นเดียวกัน เชื่อว่าน่าจะมีบทบาทสำคัญในการบริหารพรรค นำพาพรรคไปสู่การเลือกตั้งพร้อมกับเลขาธิการพรรค คือนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ซึ่งเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของบ้านจันทร์ส่องหล้า เคยเป็นเลขาธิการพรรคสมัยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคมาแล้ว จึงจำเป็นต้องให้มารับหน้าที่เป็นแม่บ้านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากชุดผู้บริหารพรรคชุดคุณหนู คือหัวหน้าพรรคเป็นนางสาวแพทองธารลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร กับเลขาธิการพรรค นายสรวงศ์ เทียนทองลูกชายนายเสนาะ เทียนทอง ผู้บริหารพรรคชุดคุณหนูทั้งสองคน เมื่อผ่านยุคนี้ไป ก็ใช้บริการผู้อาวุโสอย่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง

ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะต้องพิจารณากันต่อไปในพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ผมเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง และนักวิเคราะห์ทางการเมือง ผมเชื่อว่า1ใน3ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะต้องเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชินวัตร ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในเบื้องต้นถ้าดูจากกระแสความเคลื่อนไหว และการโยนถามทาง มีความเป็นไปได้สูงมากว่า นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ลูกเขยของนายทักษิณ ชินวัตร จะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 1ใน 3 ของพรรคเพื่อไทย ส่วนอีก2คน คงจะรอเวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อให้ตกผลึกกันภายในพรรคเพื่อไทยก่อน ซึ่งจะขออนุญาตนำมาวิเคราะห์ในโอกาสต่อไป"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top