Thursday, 4 June 2026
เทคโนโลยีจีน

มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ‘จีน’ เปิดตัวเครื่องผลิตชิป E-beam แม่นยำระดับ 0.6 นาโนเมตร ต้นทุนต่ำกว่านำเข้าจากต่างประเทศ

(18 ส.ค. 68) จีนเปิดตัวเครื่องผลิตชิปอิเล็กตรอนบีม (E-beam) ที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศ เพื่อรับมือกับมาตรการคว่ำบาตรด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ เครื่องนี้มีชื่อว่า “Xizhi” ผลงานของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง โดยทำงานผ่านการโฟกัสลำแสงอิเล็กตรอนลงบนแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอน สามารถแกะสลักวงจรเล็กได้ถึง 8 นาโนเมตร ด้วยความแม่นยำ 0.6 นาโนเมตร ซึ่งถือว่าเทียบเท่ามาตรฐานสากล แต่ต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้าเครื่องจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เครื่อง Xizhi ยังเหมาะกับงานวิจัยและพัฒนา (R&D) มากกว่าการผลิตจำนวนมากเหมือนเครื่อง EUV หรือ DUV ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับสูง แต่การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะสะท้อนว่าจีนกำลังเดินหน้าอย่างจริงจังในการสร้างเทคโนโลยีผลิตชิปด้วยตัวเอง

นักวิเคราะห์มองว่านี่คือสัญญาณการลดพึ่งพาตะวันตก โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง ท่ามกลางการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงมากขึ้น การพัฒนาเครื่องผลิตชิปภายในประเทศจึงเป็นทั้งการป้องกันความเสี่ยง และเป็นการสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีของจีน

ขณะเดียวกันก็มีข่าวลือสะพัดว่า Huawei กำลังพัฒนาเครื่องผลิตชิปแบบ EUV ของตัวเอง และอยู่ในช่วงการทดสอบ โดยตั้งเป้าเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2026 หากทำได้จริง จะถือเป็นการเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ในสงครามเทคโนโลยีระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

พัฒนา 'ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์' รุ่นใหม่ เทคโนโลยีรับความร้อนสูง 20 เมกะวัตต์/ตร.ม. ระบบไดเวอร์เตอร์ ผ่านรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ ปูทางสู่การผลิตพลังงานสะอาดในอนาคต

(22 ต.ค. 68) จีนประสบความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี "ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์" (artificial sun) รุ่นถัดไป หลังจากหนึ่งในระบบย่อยหลักของเทคโนโลยีดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบรับรองจากคณะผู้เชี่ยวชาญเมื่อวันจันทร์ (13 ต.ค.) ที่ผ่านมา ต้นแบบไดเวอร์เตอร์ (diverter) ของสถานวิจัยเทคโนโลยีฟิวชันครบวงจร (CRAFT) พัฒนาโดยสถาบันฟิสิกส์พลาสมา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เป็นหนึ่งใน 19 ระบบย่อยหลักของแพลตฟอร์มพัฒนาและทดสอบส่วนประกอบสำคัญของเตาปฏิกรณ์พลังงานฟิวชันของสถานวิจัยฯ

อนึ่ง ความก้าวหน้านี้เป็นหมุดหมายความสำเร็จในการพัฒนาส่วนประกอบของต้นแบบไดเวอร์เตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรับรองการถ่ายเทความร้อนสูงสุดและพัฒนาทั้งหมดโดยจีน

ผลทดสอบพบว่าส่วนประกอบดังกล่าวสามารถรับรองการถ่ายเทความร้อนแบบสถานะคงตัว 20 เมกะวัตต์ต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการออกแบบให้มีลักษณะเรียบแบนที่ช่วยรักษาอุณหภูมิพื้นผิวทังสเตนให้อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์การตกผลึกซ้ำ (recrystallization)

ไดเวอร์เตอร์เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเดินเครื่องแบบสถานะคงตัวของแกนเตาปฏิกรณ์พลังงานฟิวชัน ทำหน้าที่ระบายผลผลิตจากกระบวนการฟิวชันและความร้อนออกจากแกนเตาปฏิกรณ์ รวมถึงควบคุมสิ่งเจือปนภายในระบบการทำงาน นวัตกรรมสำคัญของต้นแบบไดเวอร์เตอร์ของสถานวิจัยฯ คือการออกแบบตัวเคลือบไดเวอร์เตอร์แบบผสมผสาน ซึ่งสามารถเพิ่มอัตราส่วนการผลิตทริเทียมมากกว่าร้อยละ 3 ในทางทฤษฎี ทำให้เกื้อหนุนการพึ่งพาทริเทียมที่ผลิตด้วยตนเอง

คณะนักวิจัยเน้นย้ำว่าความก้าวหน้านี้เป็นความสำเร็จของจีนในการวิจัยและพัฒนาไดเวอร์เตอร์ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ สร้างรากฐานทางเทคนิคอันแข็งแกร่งสำหรับการประยุกต์ใช้เตาปฏิกรณ์พลังงานฟิวชันของประเทศในอนาคต รวมถึงประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในภาคการบินและอวกาศ อุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูง อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม และยานยนต์พลังงานใหม่

ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของ "ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์" คือสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน (nuclear fusion) เหมือนดวงอาทิตย์ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมดของมนุษยชาติ รวมถึงส่งเสริมการสำรวจอวกาศนอกระบบสุริยะ จีนนั้นสร้างความก้าวหน้าโดดเด่นในด้านพลังงานฟิวชัน โดยเตาปฏิกรณ์โทคาแมกแบบตัวนำยิ่งยวดขั้นสูงเพื่อการทดลอง (EAST) ของจีนทำลายสถิติโลกอย่างต่อเนื่องผ่านการยกระดับการทดลอง

ทำความรู้จัก Zhipu AI สตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์ ยักษ์ใหญ่ของจีน ดังไกลทั่วโลก ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 10 เท่า!! ในปีเดียว สัญญาณบ่งชี้ AI แดนมังกรมาแรง

ในช่วงปีที่ผ่านมา ชื่อของ Zhipu AI (智谱AI) กลายเป็นที่จับตาของวงการเทคโนโลยีระดับโลก บริษัทสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์จากกรุงปักกิ่งรายนี้ เป็นหนึ่งในผู้นำของคลื่น “AI Made in China” ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการขับเคี่ยวกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง OpenAI และ Google DeepMind

จุดเริ่มต้น ?
Zhipu AI ก่อตั้งในปี 2019 โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) หนึ่งในสถาบันวิศวกรรมชั้นนำของจีน และเป็นผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ชื่อว่า GLM (General Language Model) ซึ่งมีศักยภาพใกล้เคียงกับ GPT ของสหรัฐฯ 

ปัจจุบันบริษัทเปิดให้บริการแชตบอต “ChatGLM” ที่รองรับทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา

เป้าหมาย ?
ความสำเร็จของ Zhipu AI สะท้อนแนวโน้มว่าเทคโนโลยี AI จากจีนเริ่มได้รับความเชื่อมั่นในระดับโลก ทั้งด้านคุณภาพของโมเดล ความเร็วในการอัปเดต และความสามารถในการประยุกต์ใช้งานในภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นงานวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสาร หรือการสร้างคอนเทนต์อัตโนมัติ

มุมมองรัฐบาล ?
รัฐบาลจีนเองก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมองว่า AI คือหนึ่งในเสาหลักของยุทธศาสตร์ “Made in China 2025” และเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนอย่าง Baidu, Alibaba และ SenseTime ต่างเร่งพัฒนาโมเดลแข่งขันกัน แต่ Zhipu AI โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ของ “สตาร์ทอัพสายวิจัย” ที่เน้นคุณภาพและการใช้งานเชิงลึกมากกว่าการตลาด

แนวคิด CEO ?
“อนาคตของปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันกันที่ประสิทธิภาพของโมเดลเท่านั้น แต่คือการปฏิวัติรูปแบบการผลิตและการสร้างคุณค่าใหม่อย่างสิ้นเชิง” จางเผิง (Zhang Peng) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Zhipu AI กล่าว

คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Zhipu AI ที่ไม่ได้มองเพียงด้านเทคโนโลยี แต่ยังมองถึงการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและการทำงานในอนาคต ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทได้รับความสนใจจากทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

บทสรุป
การเติบโตของ Zhipu AI และกระแสตอบรับจากต่างประเทศจึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่า โลกกำลังเข้าสู่ “ยุคใหม่ของ AI จีน” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำร่วมในเวทีเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแท้จริง

จีนทำได้แล้ว!! “บีบอัดแวนเดอร์วาลส์” สร้างโลหะ 2 มิติ บางระดับล้านเท่ากระดาษ ชิ้นแรกของจีนสำเร็จ ผลิตโดยทีมวิจัยแห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ ได้รับยกย่องใน 10 ความก้าวหน้าวิทย์ปี 2025

(19 ธ.ค. 68) ทีมวิจัยจากสถาบันฟิสิกส์ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ประสบความสำเร็จในการสร้างโลหะ 2 มิติชนิดแรกของจีน ความสำเร็จนี้ได้รับการยกย่องจากนิตยสารฟิสิกส์ เวิลด์ ให้เป็นหนึ่งใน "10 ความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดแห่งปี 2025" โดยผลงานเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์เมื่อเดือนมีนาคม

 

โลหะ 2 มิติที่นำมาพัฒนานี้ มีความหนาเพียงหนึ่งในล้านเท่าของกระดาษเอสี่ และหนึ่งในสองแสนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์ ทีมวิจัยนำโดย 'จางกว่างอวี่' ใช้วิธีที่เรียกว่า "วิธีบีบอัดแบบแวนเดอร์วาลส์" เพื่อสร้างโลหะ 2 มิติหลากหลายชนิด เช่น บิสมัท ดีบุก ตะกั่ว อินเดียม และแกลเลียม

 

'จางกว่างอวี่' ระบุว่า "การสร้างโลหะ 2 มิตินับเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากพันธะโลหะแข็งแรงในทุกทิศทาง" โดยโลหะชนิดนี้มีศักยภาพก่อให้เกิดนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างทรานซิสเตอร์ขนาดจิ๋ว ใช้พลังงานต่ำ จอแสดงผลโปร่งแสง และอุปกรณ์ความถี่สูง

 

วัสดุ 2 มิติได้เปลี่ยนแปลงวงการสสารควบแน่นและวิทยาศาสตร์วัสดุอย่างลึกซึ้งตั้งแต่การค้นพบกราฟีนในปี 2004 โดยนิตยสารฟิสิกส์ เวิลด์ ย้ำว่าการบรรจุใน "10 ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญ" ต้องแสดงถึงผลกระทบและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่กว้างขวางทั่วโลก

 

ที่มา : Xinhua

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top