Thursday, 4 June 2026
เซเลนสกี

‘เซเลนสกี’ หวั่นถูกตัดออกจากการเจรจา ‘ยูเครน-รัสเซีย’ อาจใช้ทุกวิถีทางล้มโต๊ะประชุมระหว่าง ‘ปูติน-ทรัมป์’

(14 ส.ค. 68) นักวิชาการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชาวเวียดนาม ดร. ฮวง เจียง (Hoang Giang) กล่าวกับสำนักข่าวสปุตนิกว่า ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กังวลอย่างมากที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน และประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาพลักษณ์และอำนาจของเขา

ดร.ฮวง เจียง แสดงทรรศนะว่า เซเลนสกีและทีมงานอาจพยายามทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางการประชุมครั้งนี้ หรืออย่างน้อยสร้างความกังวลและเงื่อนไขลบต่อการเจรจา พร้อมอ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีฮังการี วิคเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orban) ว่า “ถ้าไม่ได้อยู่ที่โต๊ะเจรจา คุณก็กลายเป็นอาหารของฝ่ายอื่น”

ขณะที่ กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ข้อมูลข่าวกรองหลายแหล่งชี้ว่ารัฐบาลยูเครนอาจวางแผนการยั่วยุให้สับสนและขัดขวางการประชุมระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ที่มีกำหนดวันศุกร์นี้ (15 ส.ค.) โดยอาจใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นในเขตชูเกียฟของภูมิภาคคาร์คิฟใกล้ชายแดนรัสเซีย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสูญเสียต่อพลเรือนอย่างมาก

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียเตือนว่า อาจเกิดการยั่วยุในเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลยูเครนได้เช่นกัน และนักข่าวตะวันตกที่อยู่ในพื้นที่อาจรายงานเหตุการณ์ทันที ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันทางสื่อและการเมืองต่อการประชุมระหว่างผู้นำโลก

‘ยูเครน’ ส่งโดรนพลีชีพ 149 ลำถล่มรัสเซีย ก่อนการประชุมระหว่าง ‘ทรัมป์-ปูติน’ ที่อะแลสกา

(15 ส.ค. 68) ยูเครนเปิดฉากส่งโดรนพลีชีพ 149 ลำ โจมตีรัสเซียเมื่อค่ำวันที่ 10 สิงหาคม ก่อนหน้าการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และวลาดิเมียร์ ปูติน ที่อะแลสกาเพียงไม่กี่วัน เป้าหมายโจมตีครอบคลุมทั้งสนามบินทหารและโรงกลั่นน้ำมันใน 6 ภูมิภาครัสเซีย รวมถึงบริยานสค์และตูลา โดยฝ่ายยูเครนอ้างว่าทำลายเครื่องบินทิ้งระเบิดราว 30% ของกองทัพรัสเซีย แต่ตัวเลขนี้มาจากข้อมูลฝั่งยูเครนเท่านั้น ขณะที่รัสเซียยังไม่เปิดเผยความเสียหายจริง

รายงานจาก The Moscow Times ระบุว่า ไม่ใช่ทุกโดรนจะบินมาจากยูเครน แต่มีบางส่วนถูกปล่อยจากภายในรัสเซียเอง ผ่านเครือข่ายลับที่เตรียมการมานานนับปี ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประกาศชัดว่า “นี่คือคำตอบของเราต่อการรุกราน และเราจะสู้จนกว่ามันจะหยุด” ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซีย (อ้างโดย @SputnikInt) กล่าวหายูเครนว่ากำลังเตรียมโจมตีพลเรือนในชูเกฟเพื่อโยนความผิดให้รัสเซีย แต่ยูเครนปฏิเสธทันทีว่าเป็น “เรื่องมโน”

อย่างไรก็ตาม รัสเซียตอบโต้ด้วยการส่งโดรน 140 ลำเข้าโจมตียูเครนในคืนวันที่ 13 สิงหาคม ถูกสกัดตก 85 ลำ แต่ The Economic Times รายงานว่า โดรนบางส่วนยังหลุดรอดไปโจมตีเมืองรอดินสเกและคอสเตียนตินิฟกา ทำให้พลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าการโจมตีด้วยโดรนกลายเป็นเกมตอบโต้รายวันในสงครามครั้งนี้

สำหรับยูเครน ปฏิบัติการครั้งนี้เสมือนการส่งสัญญาณกดดันก่อนโต๊ะเจรจา ว่าต่อให้ยังไม่มีเก้าอี้ในห้องประชุม ก็ยังมีศักยภาพสร้างแรงกดดันต่อคู่ขัดแย้งได้ การประชุมอลาสกาจึงไม่ต่างจากเกมหมากที่มีผู้เล่นนอกกระดาน คอยเคาะประตูเสียงดังเพื่อบอกว่า “อย่าลืมว่าฉันยังอยู่”

‘ปูติน’ ส่งสัญญาณ ‘รัสเซีย’ ยอมอ่อนข้อ เปิดทาง ‘สหรัฐ-ยุโรป’ คุ้มครองความมั่นคง ‘ยูเครน’

(18 ส.ค. 68) รัสเซียส่งสัญญาณยอมรับข้อตกลงด้านความมั่นคงใหม่ หลังสตีฟ วิทคอฟ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ตอบตกลงต่อข้อเสนอของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้สหรัฐฯ และชาติยุโรปสามารถมอบหลักประกันความมั่นคงแบบ “คล้ายมาตรา 5 ของนาโต้” (Article 5) แก่ยูเครนได้ ถือเป็นครั้งแรกที่รัสเซียยอมรับแนวทางลักษณะนี้ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “เกมเชนจ์” ในการเจรจาสันติภาพ

มาตรา 5 ของนาโต้กำหนดว่า การโจมตีชาติสมาชิกหนึ่งประเทศ ถือเป็นการโจมตีต่อทุกประเทศสมาชิก แม้ข้อตกลงใหม่นี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะถูกนำไปใช้จริงอย่างไร แต่หากเดินหน้าได้ก็อาจกลายเป็นทางออกที่เลี่ยงการขัดแย้งเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกนาโต้ของยูเครน ซึ่งรัสเซียคัดค้านมาโดยตลอด

นอกจากนี้ รัสเซียยังแสดงท่าทีว่าจะออกกฎหมายรับรองว่า จะไม่ละเมิดอธิปไตยของประเทศยุโรปอื่น ๆ อีก ขณะที่อุร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน (Ursula Gertrud von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ต่างกล่าวตอบรับสัญญาณบวกนี้ แต่ก็ย้ำว่ายังต้องการรายละเอียดที่ชัดเจน โดยเซเลนสกีระบุว่ายูเครนจำเป็นต้องมีหลักประกันที่ปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่ในเอกสาร

ด้านมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ว่า การคว่ำบาตรเพิ่มเติมไม่ใช่ทางออก และการเจรจาคือกุญแจสำคัญในการไปสู่สันติภาพ พร้อมยอมรับว่ายูเครนอาจต้อง “ยอมรับบางอย่าง” เพื่อแลกกับการได้รับหลักประกันความมั่นคงที่ยั่งยืน ขณะที่ทรัมป์เองก็โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ย้ำจุดยืนว่า ยูเครนต้องไม่เข้าเป็นสมาชิกนาโต้

ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนและยุโรปมีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือรายละเอียดข้อตกลงสันติภาพเพิ่มเติม โดยเซเลนสกีทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของยูเครนคือสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่การสูญเสียดินแดนแบบในอดีต และเชื่อว่าความร่วมมือกับสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรปจะบีบให้รัสเซียต้องยุติสงครามลงในที่สุด

‘ทรัมป์’ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ ‘เซเลนสกี’ พร้อมผู้นำยุโรปร่วมถก ยุติสงคราม ‘รัสเซีย–ยูเครน’

(19 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เมื่อคืนวันที่ 18 ส.ค. ตามเวลาประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยมีผู้นำยุโรป 7 ประเทศเข้าร่วม ขณะเดียวกันทรัมป์ยังได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ระหว่างการประชุม

เซเลนสกีกล่าวว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี และยินดีที่สหรัฐฯ พร้อมให้หลักประกันด้านความมั่นคงแก่ยูเครน ส่วนทรัมป์ระบุว่ายุโรปคือแนวป้องกันด่านหน้า แต่สหรัฐฯ จะมีบทบาทช่วยเหลือ และไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะส่งกองกำลังรักษาสันติภาพไปยูเครน

ด้าน ผู้นำยุโรปอย่างฝรั่งเศสและเยอรมนียังคงยืนยันจุดยืนว่า ควรมีการหยุดยิงก่อนจะทำข้อตกลงสันติภาพ แต่ทรัมป์ชี้ว่าการหยุดยิงไม่จำเป็นต้องเป็นเงื่อนไข ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับท่าทีของรัสเซียมากกว่า นอกจากนี้ผู้นำเยอรมนีเผยว่า จะมีการตกลงจัดการประชุมผู้นำรัสเซีย-ยูเครนภายในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ หลังการหารือ ทรัมป์ยืนยันผ่าน Truth Social ว่า ได้พูดคุยกับปูตินเพื่อปูทางไปสู่การประชุมระหว่างผู้นำรัสเซียและยูเครน โดยสหรัฐฯ จะเป็นผู้ประสานให้ประเทศในยุโรปหลายชาติร่วมมอบหลักประกันด้านความมั่นคงแก่ยูเครน เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพต่อไป

‘เซเลนสกี’ ยิ้มร่า!! หลักประกันความมั่นคงใกล้เป็นจริง มาพร้อมแพ็กเกจอาวุธจากสหรัฐฯ มูลค่า 90,000 ล้าน

(19 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยหลังการหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำยุโรปว่า ข้อตกลงด้านหลักประกันความมั่นคงของยูเครนน่าจะได้ข้อสรุปภายใน 7–10 วัน โดยขณะนี้ประเทศพันธมิตรกำลังจัดทำเอกสารอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้

เซเลนสกีกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมในการประสานและเป็นผู้ร่วมรับรองหลักประกันความมั่นคงให้กับยูเครน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ แม้การเจรจาสันติภาพกับรัสเซียยังไม่ใกล้ความจริง แต่เขายืนยันว่าการพบกับทรัมป์ในครั้งนี้เป็นการเจรจาที่ “ดีที่สุด” เท่าที่เคยมีมา

ผู้นำยูเครนยังระบุว่า ยูเครนพร้อมเจรจากับรัสเซียใน “ทุกรูปแบบ” และจะหารือเรื่องดินแดนกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินโดยตรง แม้ยังไม่มีการกำหนดวันพูดคุยอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน เซเลนสกีย้ำว่าประเด็นดินแดนจะเป็นเรื่องที่เขาและปูตินต้องเจรจาโดยตรงเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง ส่วนหนึ่งของหลักประกันความมั่นคงจะมาพร้อมกับแพ็กเกจอาวุธจากสหรัฐฯ มูลค่า 90,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินและระบบป้องกันทางอากาศ พร้อมทั้งข้อตกลงใหม่ที่สหรัฐฯ จะซื้อโดรนจากยูเครนเมื่อการส่งออกเปิดทาง ถือเป็นผลลัพธ์สำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศควบคู่กันไป

รัสเซียปัดตก!! ไม่รับลายเซ็นลงนามสันติภาพยูเครน เพราะสถานะผู้นำ ‘เซเลนสกี’ ไม่ถูกยอมรับทางกฎหมาย

(25 ส.ค. 68) รัสเซียออกมาโจมตีสถานะของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โดย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC ว่าเครมลินจะไม่ยอมรับการลงนามในเอกสารสันติภาพใดๆ หากมีลายเซ็นของเซเลนสกี เนื่องจากเขา “ไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ชอบธรรม”

ลาฟรอฟระบุว่า แม้เซเลนสกีจะเป็น “หัวหน้าระบอบการปกครองโดยพฤตินัย” แต่ไม่ถือว่าเป็นผู้นำที่ชอบธรรมตามกฎหมาย พร้อมวิจารณ์ว่าเขาเพียง “แสร้งทำตัวเป็นผู้นำ” และย้ำว่าการประชุมระหว่างเซเลนสกีกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยังไม่พร้อมเกิดขึ้นจริง

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่พยายามจัดประชุมสองฝ่ายระหว่างเซเลนสกีและปูตินเพื่อหาข้อยุติสงคราม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณความคืบหน้า เนื่องจากรัสเซียยังคงยืนยันข้อเรียกร้องสูงสุด รวมถึงการยึดดินแดนจากยูเครน

ทั้งนี้ ยูเครนได้เลื่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ควรจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2024 ออกไป เนื่องจากประเทศอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกตั้งแต่รัสเซียบุกเต็มรูปแบบเมื่อกุมภาพันธ์ 2022 ทำให้ตำแหน่งของเซเลนสกีถูกยืดอายุไปโดยอัตโนมัติ

‘รัสเซีย–ยูเครน’ แลกตัวเชลยศึกฝ่ายละ 146 คน โดยมี ‘สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์’ ทำหน้าที่สักขีพยาน

(25 ส.ค. 68) รัสเซียและยูเครนดำเนินการแลกตัวเชลยศึกและพลเรือนครั้งใหม่ฝ่ายละ จำนวน 146 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังได้รับการไกล่เกลี่ยจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งสองฝ่ายยืนยันการแลกตัวดังกล่าว โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าทหารรัสเซียที่ได้รับการปล่อยตัวทั้งหมดอยู่ในเบลารุสเพื่อรับการดูแลด้านจิตใจและการแพทย์

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครนประกาศผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ว่าการแลกตัวได้เกิดขึ้นแล้ว พร้อมโพสต์ภาพผู้ได้รับการปล่อยตัวยิ้มแย้ม โดยส่วนใหญ่ถูกคุมขังตั้งแต่ปี 2022 หลังรัสเซียบุกยูเครน รวมถึงนักข่าวที่ถูกจับกุม 1 เดือนหลังการรุกราน

ฝ่ายยูเครนยังยืนยันว่าจำนวนทหารที่แลกตัวเท่ากับ 146 คนต่อฝ่าย และเซเลนสกียังขอบคุณสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ช่วยเป็นสักขีพยานในการแลกตัว พร้อมระบุว่าการแลกตัวจะดำเนินต่อไป ขึ้นอยู่กับการจับกุมทหารรัสเซียเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็น “กองทุนแลกตัว” 

ด้านรัสเซียระบุว่ายูเครนยังส่งพลเรือนจากภูมิภาคคูร์สค์กลับไม่ครบ หลังยูเครนเคยเข้ายึดพื้นที่บริเวณดังกล่าวเมื่อปีก่อน มีประชาชนรอส่งกลับบ้านกว่า 20 คน รัสเซียกล่าวว่ากำลังเจรจาอย่างยากลำบากเพื่อให้พลเรือนเหล่านี้กลับคืนบ้านอย่างปลอดภัย

‘ยูเครน’ ถูกโจมตีด้วยโดรน-ขีปนาวุธมากกว่า 300 ลูก ‘เซเลนสกี’ เรียกร้องชาติพันธมิตรเปลี่ยนระบอบรัสเซีย

(3 ก.ย. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เตือนว่ารัสเซียกำลังสะสมกำลังในแนวรบบางจุด และ “ฮึกเหิมหนักขึ้นทุกวัน” หลังเกิดเหตุโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 300 ลูก โดยมีกรุงเคียฟเป็นเป้าหมายหลัก ส่งผลให้ตึกอพาร์ตเมนต์ 9 ชั้นบางส่วนพังเสียหาย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย รวมถึงเด็กชายอายุ 6 ขวบ และบาดเจ็บกว่า 150 คน

หลังเหตุโจมตี เซเลนสกีเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรพยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงในรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้มอสโกพยายามสร้างความไม่มั่นคงในประเทศเพื่อนบ้านแม้สงครามจะจบลง พร้อมกล่าวว่าการโจมตีครั้งนี้สะท้อนถึง “ความโหดร้ายและความหวาดกลัวเกินจินตนาการ”

ด้านกองทัพรัสเซียอ้างว่าได้ยึดเมืองชาซิวยาร์ (Chasiv Yar) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางตะวันออก และยังโจมตีฐานทัพอากาศ คลังอาวุธ และโรงงานผลิตโดรน ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อ แม้สหรัฐฯ จะออกคำเตือนให้รัสเซียยุติการรุกรานภายใน 10 วัน มิฉะนั้นจะถูกคว่ำบาตร

ทั้งนี้ กรุงเคียฟประกาศให้วันศุกร์เป็นวันไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต นายกเทศมนตรี วิตาลี คลิทช์โก (Vitali Klitschko) ระบุว่าช่วงนี้ประชาชนต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากการโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมเพื่อกดดันให้ยุติสงคราม

‘ปูติน-คิม จองอึน’ ตบเท้าร่วมงานยกย่องวีรชนสงคราม วันแห่งชัยชนะ 80 ปีต้านญี่ปุ่น!! ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ณ กรุงปักกิ่ง

(3 ก.ย. 68) ขบวนพาเหรดทางทหารขนาดใหญ่จัดขึ้นที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ของจีน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 2

โดยมี ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน เข้าร่วมงานดังกล่าว ขณะที่ขบวนพาเหรดทำการเดินสวนสนามเพื่อยกย่องความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของสหภาพโซเวียตและการปราบลัทธิฟาสซิสต์จนสิ้นสุดสงคราม

นอกจากนี้ยังมีผู้นำโลกและตัวแทนจากกองทัพหลายประเทศเข้าร่วมในพิธี อาทิ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ , ปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย , เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน และอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส 

ทั้งนี้ ขบวนพาเหรดแสดงถึงความเข้มแข็งและความสามัคคีของชาติพันธมิตรในสงคราม พร้อมให้ความสำคัญกับเหล่าทหารนักรบ ผู้รอดชีวิตและวีรบุรุษที่มีส่วนในการสร้างชัยชนะครั้งนี้

อาคารรัฐบาลของยูเครน ถูกโจมตีด้วยโดรนเป็นครั้งแรก ‘เซเลนสกี’ ประณาม!! ชี้ชาติพันธมิตรต้องจริงจังคว่ำบาตร ‘รัสเซีย’

(8 ก.ย. 68) รัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดสงคราม ส่งโดรนกว่า 805 ลำ และขีปนาวุธ 13 ลูก ถล่มหลายเมืองในยูเครนของเมื่อคืนวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ขึ้นที่อาคารคณะรัฐมนตรียูเครนในกรุงเคียฟ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อาคารรัฐบาลหลักถูกโจมตีโดยตรง

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่าสามารถสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธได้เป็นจำนวนมาก แต่ยังมีบางส่วนตกลงสู่พื้นที่พลเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย หนึ่งในนั้นเป็นทารกและหญิงสาวที่พักอยู่ในอาคารอาศัยสูง 9 ชั้น ขณะเดียวกันยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบราย จากการโจมตีในเมืองซาโปริชเชีย ครีวีย์ริก และโอเดสซา

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประณามการโจมตีว่าเป็น “จงใจก่ออาชญากรรมโดยเจตนา” ที่ทำให้สงครามยืดเยื้อ พร้อมเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเพิ่มแรงกดดันและมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างจริงจัง เพื่อหยุดการโจมตีพลเรือนยูเครน

ด้านรัสเซียอ้างว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางทหารและอุตสาหกรรมอาวุธของยูเครน โดยการที่อาคารรัฐบาลกลางถูกไฟไหม้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อชาวเคียฟ เนื่องจากย่านดังกล่าวเคยเป็นเขตที่ได้รับการป้องกันเข้มงวดมาตั้งแต่เริ่มสงคราม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ว่ารัสเซียยังเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top