Tuesday, 21 July 2026
เซี่ยงไฮ้

‘ยูเนสโก’ เลือกเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งสถาบันศึกษา STEM ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางวิทย์ฯ-เทคโนโลยีระดับโลก

(7 ต.ค. 68) องค์การยูเนสโก (UNESCO) และรัฐบาลจีนเปิด “สถาบันนานาชาติด้านการศึกษา STEM” อย่างเป็นทางการที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นศูนย์หมวด 1 (Category 1 Center) แห่งแรกของยูเนสโกในจีน และเป็นแห่งแรกนอกยุโรปและอเมริกาเหนือ หลังได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ยูเนสโกเมื่อปี 2566

สถาบันแห่งนี้จะมุ่งส่งเสริมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงผู้ใหญ่ เน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

นายห้วย จินเผิง (Huai Jinpeng) รัฐมนตรีศึกษาธิการจีน ระบุว่านี่คือก้าวสำคัญในความร่วมมือระหว่างจีนกับยูเนสโก และเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาที่เปิดกว้างของจีน พร้อมยืนยันว่าจีนจะสนับสนุนสถาบันนี้ให้เป็นศูนย์กลางนานาชาติด้านนวัตกรรมการศึกษาและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้านนายกง เจิ้ง (Gong zheng) นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า เมืองจะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับการเปิดกว้างทางการศึกษา และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ส่วนออเดรย์ อาซูเลย์ (Audrey Azoulay) ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ย้ำว่าศูนย์ใหม่นี้สะท้อนความร่วมมืออันยาวนานระหว่างจีนกับยูเนสโก และจะช่วยผลักดันความเท่าเทียมทางการศึกษาในระดับโลก

จีนจัดประชุม World Conference on China Studies เวทีวิชาการระดับนานาชาติ แลกเปลี่ยนมุมมองต่อจีนยุคใหม่

(15 ต.ค. 68) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้เปิดฉากงานประชุมระดับนานาชาติ 'World Conference on China Studies' ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ 'Historical and Contemporary China: A Global Perspective' โดยมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษากว่า 500 คนจากทั่วโลก เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเทศจีนทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ภายในงานจัดขึ้นทั้งเวทีเสวนาย่อย นิทรรศการ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม โดยเน้นหัวข้อสำคัญ เช่น ความทันสมัยของจีน, บทบาทของคนรุ่นใหม่ในวงการศึกษาของจีน, และการศึกษาจีนในยุคปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของจีนในการเปิดกว้างทางความคิดและส่งเสริมความเข้าใจจากมุมมองจากนานาชาติ

ทั้งนี้ การประชุมนี้จัดโดย สำนักงานข้อมูลแห่งคณะรัฐมนตรีจีน (SCIO) และรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ พร้อมด้วยหน่วยงานและสถาบันการศึกษาหลายแห่งร่วมสนับสนุน อีกทั้งยังมีการประกาศ 'ข้อริเริ่มพัฒนาจีนศึกษาโลก' และเปิดตัวหนังสือแนะนำสำหรับการวิจัยด้านจีนศึกษา เพื่อผลักดันองค์ความรู้เชิงลึกของจีนในระดับสากล
 

จีนเปิดตัวรถไฟความเร็วสูง CR450 รอบทดสอบทำความเร็วทะลุ 453 กม./ชม. เร่งจากหยุดนิ่งถึง 350 กม./ชม. ภายใน 4 นาที 40 วินาที

(21 ต.ค. 68) จีนเริ่มการทดสอบก่อนเปิดให้บริการของ รถไฟความเร็วสูงที่เร็วที่สุดในโลก CR450 บนเส้นทางระหว่างเมืองเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออก และเฉิงตูทางตะวันตก โดยรถไฟรุ่นนี้ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 453 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในการทดสอบครั้งแรก

สำหรับ รถไฟความเร็วสูง CR450 ถูกออกแบบให้ทำความเร็วสูงสุดในการทดสอบ 450 กม./ชม. และวิ่งเชิงพาณิชย์ได้ 400 กม./ชม. โดยรถไฟสามารถเร่งจากหยุดนิ่งไปถึง 350 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4 นาที 40 วินาที และเมื่อทดลองให้สองขบวนแล่นสวนกัน ความเร็วรวมสูงสุดที่ทำได้ถึง 896 กม./ชม.

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้ากับ CR400 Fuxing รถไฟ CR450 มีส่วนหน้าที่ยาวและเรียวขึ้น หลังคาต่ำลง 20 เซนติเมตร และน้ำหนักลดลง 50 ตัน ส่งผลให้แรงต้านอากาศลดลง 22% ทั้งนี้ ก่อนให้บริการเชิงพาณิชย์ รถไฟ CR450 จะต้องวิ่งให้ครบ 600,000 กิโลเมตรโดยไม่เกิดปัญหา ถึงจะอนุมัติให้ขนส่งผู้โดยสารได้

เซี่ยงไฮ้ "ปารีสแห่งตะวันออก" : มหานครแห่งอนาคต พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน

“เซี่ยงไฮ้เป็น1ใน4มหานครใหญ่ของจีน(เทียนจิน ฉงชิ่ง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง)ที่ผมมีโอกาสไปเยือนครบทุกมหานครในช่วงกว่า30ปีที่ผ่านมา ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดนับแต่จีนเริ่มนโยบาย4ทันสมัยโดยเติ้งเสี่ยวผิง วันนี้กลับมาเซี่ยงไฮ้อีกครึ่งจึงถือโอกาสเล่าเรื่องราวของมหานครแห่งนี้”
อลงกรณ์ พลบุตร ตุลาคม 2025

เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) คือมหานครที่เล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของจีน ผ่านภูมิทัศน์ที่สะท้อนความขัดแย้งและความผสมผสานระหว่างสองยุคสมัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ "ปารีสแห่งตะวันออก" ในอดีต และ "ศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก" ในปัจจุบัน เป็นเมืองที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของประเทศจีนได้อย่างชัดเจนที่สุด จากหมู่บ้านริมน้ำเล็ก ๆ สู่ "ปารีสแห่งตะวันออก" และกลายมาเป็น ศูนย์กลางการเงินระดับโลก ในปัจจุบัน ด้วยจำนวนประชากรที่หนาแน่นกว่า 24 ล้านคน เซี่ยงไฮ้จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งจีนและเวทีโลก

อดีต จากหมู่บ้านประมงสู่ "ปารีสแห่งตะวันออก" ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 19 เซี่ยงไฮ้มีสถานะเป็นเพียงเมืองค้าขายขนาดเล็ก แต่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นหลัง สงครามฝิ่น (1842) เมื่อเซี่ยงไฮ้ถูกเปิดเป็น เมืองท่าสนธิสัญญา

อิทธิพลตะวันตก: มหาอำนาจตะวันตกได้เข้ามาจัดตั้ง เขตสัมปทาน (Concessions) ทำให้พื้นที่เหล่านี้อยู่ภายใต้กฎหมายและการบริหารของชาวต่างชาติ ก่อให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร สัญลักษณ์ยุคเก่า: เดอะบันด์ (The Bund) คือภาพสะท้อนของยุคทองนี้ ด้วยอาคารสไตล์ Art Deco และ Neoclassical ที่เคยเป็นที่ตั้งของสถาบันการเงินและบริษัทการค้าระดับโลก

จุดสิ้นสุด: ความรุ่งเรืองต้องหยุดชะงักลงเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ายึดครองแผ่นดินใหญ่ในปี 1949 บทบาทและอิทธิพลในระดับโลกของเซี่ยงไฮ้จึงถูกจำกัดลง

ปัจจุบัน : สร้างอนาคตใหม่
ตั้งแต่ทศวรรษ 1990s รัฐบาลจีนได้กำหนดให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาและเป็นหน้าเป็นตาของชาติ โดยเฉพาะการสร้าง เขตผู่ตงใหม่ (Pudong New Area) ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต: ผู่ตงเปรียบเสมือนภาพความทะเยอทะยานของจีน ด้วยกลุ่มตึกระฟ้าที่ล้ำยุค เช่น เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ (Shanghai Tower) ซึ่งมีความสูงถึง 632 เมตร กลายเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย
มหานครคู่ขนาน: ปัจจุบันเซี่ยงไฮ้จึงมีภูมิทัศน์ที่โดดเด่น คือ การเผชิญหน้ากันของ เดอะบันด์ (อดีต) และ ผู่ตง (อนาคต) ข้ามแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งสะท้อนการผสมผสานประวัติศาสตร์เข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

บทบาททางเศรษฐกิจ : ฟันเฟืองของโลก

เซี่ยงไฮ้มีบทบาทสำคัญในสามมิติหลัก ได้แก่ การเงิน การค้า และนวัตกรรม ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่โตจนมี GDP ต่อปีสูงกว่า 4 ล้านล้านหยวน
1. ศูนย์กลางการเงิน (Financial Hub)
ตลาดทุน: เป็นที่ตั้งของ ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดรวมใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญที่สุดของจีน
สกุลเงินหยวน: รัฐบาลใช้เซี่ยงไฮ้เป็นฐานในการผลักดันสกุลเงินหยวนให้เป็นสากลมากขึ้น โดยมุ่งเป้าให้เป็นศูนย์กลางสกุลเงินหยวนโลก

2. ศูนย์กลางการขนส่งและการค้า (Logistics Hub)
ท่าเรืออันดับหนึ่ง: ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าโลก โดยมีปริมาณการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ (TEUs) สูงกว่า 40 ล้าน TEUs ต่อปี ซึ่งถือว่าคับคั่งที่สุดในโลก
การเชื่อมต่อ: ทำหน้าที่เป็นประตูหลักเชื่อมต่อพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอันอุดมสมบูรณ์ในลุ่มแม่น้ำแยงซีกับตลาดโลก

3. ศูนย์กลางนวัตกรรม (Innovation Hub)
เทคโนโลยีขั้นสูง: เซี่ยงไฮ้เป็นฐานที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ และมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robotics) โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่ารายได้ในอุตสาหกรรมนี้สูงถึง 5 หมื่นล้านหยวน ในเขตผู่ตง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่อิงกับความรู้และนวัตกรรม

เซี่ยงไฮ้จึงเป็นมากกว่าเมืองหลวงทางเศรษฐกิจที่ผสมผสานอดีตเข้ากับความยิ่งใหญ่ของอนาคตเพื่อขับเคลื่อนจีนในฐานะผู้นำบนเวทีเศรษฐกิจโลก

ดันหุ่นยนต์ทำอาหาร จัดการครบวงจร ร้านค้ารายย่อย–แรงงาน หวั่นถูกแย่งงาน หลังเซี่ยงไฮ้ตั้งเป้า 2028 เป็นฮับอัจฉริยะโลก ปรับโฉมการกินอาหารนอกบ้านของคนเมือง

(17 พ.ย. 68) นครเซี่ยงไฮ้เปิดแผนใหญ่ปฏิวัติวงการร้านอาหารยุคใหม่ “AI dining” เต็มรูปแบบ ตั้งแต่ครัวอัตโนมัติ หุ่นยนต์เสิร์ฟ ระบบจัดการเมนูด้วยข้อมูล ไปจนถึงซัพพลายเชนอัจฉริยะ ทั้งหมดอยู่ภายใต้เป้าหมายผลักดันให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลาง “ร้านอาหารอัจฉริยะระดับชาติและระดับโลก” ภายในปี 2028 สะท้อนความตั้งใจของจีนที่จะใช้เทคโนโลยีมาปรับโฉมวิถีการกินของคนเมืองครั้งใหญ่

แผนปฏิบัติการที่ออกโดยคณะกรรมการพาณิชย์เซี่ยงไฮ้ร่วมกับอีก 4 หน่วยงาน กำหนดให้ภายใน 3 ปี ร้านอาหารประเภทโรงอาหารขนาดใหญ่ ฟาสต์ฟู้ด และร้านเครื่องดื่มมากกว่า 70% ต้องนำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาในทุกช่วงของห่วงโซ่ธุรกิจ ขณะที่ร้านอาหารเต็มรูปแบบต้องมีการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะในกระบวนการหลักอย่างน้อย 50% พร้อมกันนี้ เมืองจะตั้งครัวกลางอัจฉริยะหลายแห่ง เดินหน้าโครงการนำร่อง “AI + dining” 3–5 โปรเจกต์ และปั้นผู้ให้บริการโซลูชันด้านสมาร์ตเรสเตอรองต์ขึ้นมาเป็นแกนนำของอุตสาหกรรม

นอกจากปรับร้านในประเทศแล้ว แผนดังกล่าวยังสนับสนุนให้แบรนด์ร้านอาหารท้องถิ่นขยายสาขาไปต่างประเทศ โดยเซี่ยงไฮ้จะช่วยวางระบบซัพพลายเชนอัจฉริยะรองรับตลาดเป้าหมายทั่วโลก นักวิเคราะห์มองว่าก้าวนี้อาจเร่งให้โครงสร้างธุรกิจร้านอาหารจีน “ยกเครื่องครั้งใหญ่” โดยเชนขนาดใหญ่ที่มีทุนและทีมเทคโนโลยีพร้อม จะได้เปรียบในการลงทุนด้าน AI และหุ่นยนต์ ขยายสเกลได้รวดเร็ว ขณะที่ร้านเล็ก ร้านครอบครัวที่ขาดทักษะดิจิทัลอาจอยู่รอดลำบาก

อีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนผ่านสู่ครัวหุ่นยนต์ย่อมกระทบแรงงานจำนวนมหาศาลในภาคอาหาร แผนของเซี่ยงไฮ้ระบุชัดว่า ร้านฟาสต์ฟู้ดและร้านเครื่องดื่มควรมุ่งสู่รูปแบบ “ไร้พนักงานหรือใช้พนักงานให้น้อยที่สุด” โดยใช้หุ่นยนต์ปรุงอาหาร หุ่นยนต์หุงข้าว และเครื่องประกอบเบอร์เกอร์อัตโนมัติ ไปจนถึงครัวกลางที่ล้าง–ปรุง–แพ็กได้เอง อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่านี่จะเป็นการ “สับเปลี่ยนงาน” มากกว่าการปลดคนออกล้วน ๆ เพราะจะเกิดตำแหน่งใหม่อย่างช่างซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ นักวิเคราะห์ข้อมูล และผู้จัดการระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้น

แม้เทคโนโลยีจะช่วยเรื่องประสิทธิภาพ แต่ก็มีเสียงกังวลเรื่อง “ความเป็นมนุษย์” บนโต๊ะอาหาร ทั้งเรื่องรสชาติที่คนจีนผูกพันกับ “กลิ่นกระทะไฟแรง” และการพูดคุยกับคนเสิร์ฟ นักวิจารณ์เตือนว่าหากร้านหันไปพึ่งอาหารสำเร็จรูปและครัวอัตโนมัติจนเกินไป อาจทำให้รสชาติกลายเป็นแบบเดียวกันหมด สูญเสียเอกลักษณ์ท้องถิ่น และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอาหาร “มีรสชาติของเครื่องจักร” ซึ่งอาจสะเทือนต่อบรรยากาศการกินข้าวนอกบ้านในระยะยาว

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า เซี่ยงไฮ้กำลังถูกใช้เป็น “ห้องทดลองใหญ่” เพื่อออกแบบระบบร้านอาหารยุคใหม่ หากผลออกมาดี โมเดล “AI dining” อาจถูกขยายไปเมืองอื่นทั่วจีน แต่คาดว่าไม่ใช่สูตรเดียวใช้ได้ทั้งประเทศ เพราะแต่ละเมืองมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภคต่างกัน เมืองอื่นอาจเลือกหยิบเฉพาะส่วนที่เหมาะสมกับตัวเองไปปรับใช้ เพื่อให้เดินหน้า AI ในร้านอาหารได้โดยไม่ทำให้คนรู้สึกว่าถูกหุ่นยนต์ยึดครัวจนเกินไป
 

สามชาติอาเซียนรวม 'ไทย' ขึ้นแท่นเที่ยว 'เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์' มากสุด

เซี่ยงไฮ้, (ซินหัว) -- สามประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย กลายเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเยือน "สวนสนุกเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์" ในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีนมากที่สุดในปี 2025 ซึ่งถือเป็นอานิสงส์เชิงบวกจากการดำเนินนโยบายฟรีวีซ่าของจีน

เมื่อวันอังคาร (20 ม.ค.) แอนดรูว์ โบลสไตน์ ประธานและผู้จัดการทั่วไปของเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์ รีสอร์ต ให้สัมภาษณ์ว่านอกจากนักท่องเที่ยวชาวอาเซียนแล้ว นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขนาดใหญ่ของสวนสนุกเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ในปีที่ผ่านมาอีกด้วย

ข้อมูลสถิติระบุว่าสวนสนุกเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ซึ่งเปิดทำการมานานกว่า 9 ปี ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 100 ล้านคนแล้ว เมื่อนับถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2025 ด้านโบลสไตน์เสริมว่าปริมาณนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเยือนสวนสนุกฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2025

เด็กเตรียมอุดมฯ พร้อมลุย IMO 2026!! ส่งกำลังใจ 5 เด็กเตรียมอุดมฯ ผู้แทนไทย ลุยศึกคณิตศาสตร์โอลิมปิกโลกที่เซี่ยงไฮ้ ทีมคณิตศาสตร์ไทยบินสู่เซี่ยงไฮ้ เตรียมแข่งขันโอลิมปิกนานาชาติ 10–21 ก.ค. 2569

ร่วมส่งกำลังใจแก่นักเรียนเตรียมอุดมศึกษาผู้แทนประเทศไทย

ไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 นายทรงเกียรติ เทพประเสน รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ และคณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ร่วมส่งกำลังใจแก่

นายเอกกวิน วิศิษฏ์เกียรติชัย ต.อ.86

นายดรณ์ สว่างทรัพย์ ชั้น ม.6 ห้อง 228

นายนภนต์ อภินทนาพงศ์ ชั้น ม.6 ห้อง 228

นายอภิวิชญ์ ชาญณรงค์ ชั้น ม.6 ห้อง 228

ด.ช.อีตั้น เชน ชั้น ม.4 ห้อง 436

นักเรียนผู้แทนประเทศไทยไปเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ วันที่ 10-21 กรกฎาคม 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

ที่มา : https://www.facebook.com/100057799533827/posts/pfbid027K7DqLivQqQErM2qhChrnbsg4KQCH8pzGDPDw5KA1ZnhtFFgJj54uqfsGrSmZvQnl/?mibextid=NOb6eG


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top