Tuesday, 20 October 2026
เคทีซี

เคทีซี ชี้โมเดลเวลเนส!! ธุรกิจจากใจวัย 62 ผันตัวจากสลากสู่สปา ออกแบบบริการครบวงจร รับเทรนด์สุขภาพโตทั่วโลก

จากธุรกิจสลากครอบครัวสู่เวลเนส เคทีซีถอดบทเรียนผู้ประกอบการวัย 62 เปลี่ยนอาคารเดิมเป็นธุรกิจใหม่

เมื่อ “แพชชั่น” มาพบกับประสบการณ์และสินทรัพย์ที่มีอยู่ อายุอาจไม่ใช่ข้อจำกัดของการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชวนมองกรณีศึกษาของ Ukiyo Massage & Spa พันธมิตรร้านค้าบนถนนตะนาว ย่านพระนคร ที่เกิดจากการตัดสินใจของสรัญญา ถวิลวิทู ผู้ประกอบการวัย 62 ปี ผันเส้นทางจากธุรกิจจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลของครอบครัว มาสู่ธุรกิจสปาและเวลเนส ด้วยการนำความชอบส่วนตัว ประสบการณ์ และอาคารเดิมของครอบครัวมาต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ ท่ามกลางการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากการมองเห็นเทรนด์แล้วเข้าสู่ตลาดทันที แต่เริ่มจากการที่สรัญญาเป็นคนชอบนวด ก่อนค่อยๆ ศึกษาและเรียนรู้เรื่องสปาและเวลเนสอย่างจริงจัง จนมองเห็นว่าความชอบสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจได้ ประกอบกับครอบครัวมีอาคารบนถนนตะนาวในย่านพระนคร จึงตัดสินใจลงทุนปรับพื้นที่เดิมให้เกิดมูลค่าใหม่ จากสถานที่ที่เคยรองรับธุรกิจจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล สู่บริการที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ การพักผ่อน และการท่องเที่ยว

การออกแบบกลายเป็นหนึ่งในหัวใจของโมเดลธุรกิจ โดยมีนราทิป ผลบุณยรักษ์ คู่ชีวิตของสรัญญา ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการออกแบบ ร่วมกับทีมสถาปนิกดูแลตั้งแต่การจัดพื้นที่ไปจนถึงการเลือกวัสดุ หนึ่งในองค์ประกอบเด่นคือการคัดสรรไม้ไผ่จากภาคเหนือมาใช้ในงานออกแบบ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบ อบอุ่น และร่วมสมัย เมื่อก้าวจากความคึกคักของถนนตะนาวเข้าสู่ Ukiyo จึงให้ความรู้สึกราวกับได้วางความวุ่นวายไว้ด้านนอก แล้วเข้าสู่พื้นที่ของการพักผ่อน

ความแตกต่างของ Ukiyo จึงไม่ได้อยู่ที่การตกแต่งเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมตั้งแต่สถานที่ อุปกรณ์ที่ใช้ในสปา นักบำบัด (Therapist) ที่ผ่านการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการบริการและอัธยาศัยไมตรีของทีมงาน ภายใต้แนวคิด “Luxury Within Reach” หรือประสบการณ์ระดับลักชัวรี่ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยตีความความลักชัวรี่ผ่านคุณภาพและความใส่ใจในรายละเอียด มากกว่าความหรูหราหรือราคาเพียงอย่างเดียว

ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับความสนใจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ในปี 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ใช้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ในการผลักดันตลาด Health & Wellness และคาดการณ์ว่าการเจรจาธุรกิจภายในงาน Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026 จะสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 929.62 ล้านบาท สะท้อนโอกาสของบริการสุขภาพและเวลเนสไทยในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

หลังเปิดให้บริการประมาณ 7 เดือน Ukiyo ระบุว่า ลูกค้าราว 95% เป็นชาวต่างชาติ และได้รับคะแนนรีวิวระดับ 5 ดาวบน Google จากผู้ใช้บริการประมาณ 700 รีวิว ความสำเร็จในช่วงเริ่มต้นทำให้โจทย์ต่อไปเปลี่ยนจากการดึงลูกค้าเข้าร้าน ไปสู่การรักษามาตรฐานให้ได้ทุกครั้งที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ทั้งคุณภาพของ Therapist ความสะอาด บรรยากาศ และการบริการ
เพราะสำหรับธุรกิจบริการในยุคที่ผู้บริโภคค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจจากประสบการณ์ของผู้ใช้จริงได้ทันที “รีวิว” กลายเป็นสินทรัพย์ของแบรนด์ที่สร้างด้วยโฆษณาเพียงอย่างเดียวไม่ได้

จากกรณีของ Ukiyo เคทีซีมองเห็น 3 บทเรียนที่ผู้ประกอบการรายอื่นนำไปปรับใช้ได้ ได้แก่ การเริ่มจากสินทรัพย์ที่มีอยู่แทนการเริ่มใหม่ทั้งหมด การเปลี่ยนความชอบหรือความเชี่ยวชาญให้เป็นจุดต่างที่ลูกค้ายอมจ่าย และการออกแบบประสบการณ์ให้ครบทั้งเส้นทาง ไม่ใช่เฉพาะตัวสินค้าและบริการ สำหรับธุรกิจที่รองรับลูกค้าต่างชาติ เรื่องการชำระเงินที่สะดวกและปลอดภัยก็เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดของประสบการณ์ ซึ่งช่วยลดรอยต่อระหว่างการเลือกใช้บริการจนถึงขั้นตอนสุดท้ายของการใช้จ่าย

อีกบทเรียนสำคัญคือ ธุรกิจหนึ่งแห่งสามารถเติบโตไปพร้อมกับพื้นที่รอบตัวได้ เป้าหมายของสรัญญาไม่ได้หยุดอยู่ที่ Ukiyo แต่ยังมองถึงการต่อยอดพื้นที่บนถนนตะนาวไปสู่ธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ที่พักหรือโฮสเทล และบริการสำหรับนักเดินทาง เพื่อให้แต่ละธุรกิจช่วยส่งต่อผู้คนถึงกัน และมีส่วนสร้างความคึกคักให้กับย่านอีกครั้ง

จากธุรกิจสลากกินแบ่งรัฐบาลของครอบครัว สู่ธุรกิจเวลเนสในวัย 62 เรื่องของสรัญญาจึงสะท้อนว่า โอกาสทางธุรกิจใหม่บางครั้งไม่ได้เริ่มจากการมองหาสิ่งที่ยังไม่มี แต่เริ่มจากการกลับมามองสิ่งที่มีอยู่ด้วยสายตาใหม่ ทั้งประสบการณ์ ความชอบ สินทรัพย์ คนรอบตัว และศักยภาพของพื้นที่ เมื่อเชื่อมองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกันได้ ธุรกิจใหม่ก็สามารถเกิดขึ้นจากต้นทุนเดิม และเติบโตไปพร้อมกับย่านที่ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งได้

เคทีซี ป้องกันฉ้อโกง!! มิจฉาชีพใช้กลเทคนิคหลอกคน ความเสียหายทั่วโลกพุ่ง 15.47 ล้านล้านบาท เคทีซี เน้นเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้จ่าย ตั้งชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิตระดับอุตสาหกรรม

เคทีซีมองโจทย์ใหม่ภัยการเงิน เมื่อมิจฉาชีพหลอกคนแทนเจาะระบบ

ระบบไม่ถูกเจาะ ไม่ได้แปลว่าเงินจะปลอดภัยเสมอไป หากมิจฉาชีพทำให้เจ้าของเงินเชื่อและกดยืนยันธุรกรรมด้วยตนเองได้ นี่คือโจทย์ที่ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญ ผ่านทีมงานที่เข้าใจกลโกง การเฝ้าระวังรายการผิดปกติ และความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลทั้งธุรกรรมและข้อมูลสมาชิกให้ทันกับภัยการเงินที่เปลี่ยนไป

เว็บไซต์จองที่พักที่ดูเหมือนจริง ข้อความอ้างว่าบัญชีมีปัญหา หรือโทรศัพท์ที่เร่งให้โอนเงินทันที ล้วนใช้ความน่าเชื่อถือเป็นเครื่องมือ ก่อนชักจูงให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลหรืออนุมัติการชำระเงิน การป้องกันจึงต้องเข้าใจทั้งวิธีหลอกคนและเส้นทางธุรกรรม เพื่อจับสัญญาณความเสี่ยงให้ทัน

รายงานประเมินภัยฉ้อโกงทางการเงินทั่วโลก ปี 2569 ขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL) อ้างอิงประมาณการของเครือข่ายต่อต้านการหลอกลวงระดับโลก (GASA) ว่า ความเสียหายทั่วโลกในปี 2568 อยู่ที่ 442,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15.47 ล้านล้านบาท พร้อมระบุว่า มิจฉาชีพใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปลอมภาพและเสียงเพื่อแอบอ้างบุคคลที่เหยื่อไว้วางใจ ทำให้กลโกงแนบเนียนและขยายวงได้ง่ายขึ้น ความเสียหายนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด รายงานสถานการณ์การหลอกลวงทั่วโลก ปี 2568 ของ GASA พบว่า ร้อยละ 23 ของผู้ตอบแบบสำรวจ สูญเสียเงินจากการหลอกลวงในช่วง 12 เดือนก่อนการสำรวจ ตอกย้ำความสำคัญของการตรวจสอบก่อนทำธุรกรรม ควบคู่กับระบบช่วยเฝ้าระวังความเสี่ยง

โจทย์นี้กำลังได้รับความสำคัญในระดับโลก ผ่านกรอบความร่วมมือ “Bangkok Blueprint” ที่เปิดตัวในการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมุ่งยกระดับการป้องกันภัยทุจริต การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการติดตามเส้นทางเงินข้ามพรมแดน เพราะการหลอกลวงหนึ่งครั้งอาจเชื่อมโยงหลายแพลตฟอร์ม หลายบัญชี และหลายประเทศ การสกัดความเสียหายจึงต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ

เคทีซีให้ความสำคัญกับการรู้ทันภัยและเข้าดูแลให้ทันเวลา ทีมงานนำข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายมาช่วยเฝ้าระวังและตรวจจับรายการผิดปกติ เมื่อพบสัญญาณความเสี่ยงจะเร่งตรวจสอบ แจ้งเตือน และติดต่อสมาชิก พร้อมพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และกระบวนการทำงานให้ตอบสนองต่อกลโกงใหม่ได้รวดเร็วขึ้น ความเชี่ยวชาญนี้ยังเชื่อมโยงกับบทบาทของนาย ไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานควบคุมงานปฏิบัติการและปฏิบัติการร้านค้า “เคทีซี” ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิต สะท้อนความไว้วางใจให้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนงานป้องกันภัยทุจริตในระดับอุตสาหกรรม และนำประสบการณ์มาช่วยให้ประชาชนรู้ทันวิธีหลอกลวงที่เปลี่ยนไป

เคทีซีทำงานร่วมกับวีซ่าและพันธมิตรในอุตสาหกรรม รวมถึงร่วมสร้างความรู้ด้านภัยไซเบอร์กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้การดูแลครอบคลุมทั้งระบบชำระเงินและผู้ใช้บริการ โดยมีรางวัลด้านความปลอดภัยจากวีซ่าต่อเนื่อง 3 ปีเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสนับสนุนการทำงานด้านนี้

เงินต้องได้รับการดูแล ข้อมูลก็เช่นกัน
เคทีซีมีระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 และระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐาน ISO/IEC 27701:2019 พร้อมการตรวจประเมินจากภายนอกและอบรมบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลอยู่ในกระบวนการทำงานทั่วองค์กร และลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

สมาชิกสามารถร่วมดูแลความปลอดภัยผ่านแอปพลิเคชันเคทีซี โมบาย (KTC Mobile) ทั้งตรวจสอบรายการใช้จ่าย ควบคุมวงเงิน และอายัดบัตรเมื่อพบความผิดปกติ หากพบรายการที่ไม่ได้ทำด้วยตนเอง ควรรีบติดต่อเคทีซี โทร. 02 123 5000 เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบโดยเร็ว

เคทีซียังชวนประชาชนยึดหลัก “ไม่รีบ ไม่บอก ไม่กด ก่อนตรวจสอบ” ไม่รีบโอนเงินตามคำเร่งเร้า ไม่บอกรหัสใช้ครั้งเดียว (OTP) หรือข้อมูลสำคัญแก่ผู้อื่น และไม่กดลิงก์จากข้อความที่ไม่แน่ใจ ควรตรวจสอบกับองค์กรที่ถูกอ้างชื่อผ่านช่องทางทางการด้วยตนเอง โดยไม่ใช้หมายเลขหรือลิงก์ที่ผู้ติดต่อส่งมา หากเผลอเปิดเผยข้อมูลบัตรหรือพบรายการที่ไม่ได้ทำ ให้รีบติดต่อผู้ออกบัตรเพื่อระงับการใช้งานและตรวจสอบ หากถูกหลอกให้โอนเงิน ให้รีบแจ้งธนาคารที่ใช้โอนและโทร. สายด่วน AOC 1441 พร้อมเก็บข้อความ หลักฐานการโอน และข้อมูลผู้ติดต่อไว้ประกอบการแจ้งความ การแจ้งเหตุเร็วช่วยเพิ่มโอกาสสกัดเส้นทางเงินก่อนถูกส่งต่อ

เคทีซีให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตลอดทั้งกระบวนการ ทั้งทีมที่รู้ทันความเสี่ยง ระบบที่ช่วยตรวจจับ และคนที่พร้อมดูแลเมื่อเกิดเหตุ เพราะการทำธุรกรรมที่สะดวก ต้องมาพร้อมการดูแลเงินและข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สมาชิกใช้บริการได้อย่างมั่นใจในทุกวัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top