Wednesday, 16 September 2026
เขตแดนทะเล

‘สีหศักดิ์’ สวนกัมพูชา!! ซัดกัมพูชากลางวง UNCLOS บิดเบือนข้อเท็จจริง–สร้างภาพผู้ถูกกระทำ ย้ำไทยปกป้องอธิปไตย ขอจุดยืนชัดเจนเรื่องระเบียบระหว่างประเทศ คาดหวังเจรจาเปิดทางสันติภาพสู่อนาคต

อ้างอิงจากเฟสบุ๊ค Wassana Nanuam

เอา คืน!!….’สีหศักดิ์‘ซัดเขมร’โกหกใส่ร้าย รายวัน สร้างภาพผู้ถูกกระทำ‘กลางวง UNCLOS
ย้อนเหตุ เขมรปล่อยคลิปสนทนาทางโทรศัพท์ ผู้นำ-ยิงจรวดใส่คนไทย วางทุ่นระเบิด ทำทหารไทยขาขาด

ถาม ว่า ที่ กัมพูชา ว่าเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ นั้น อยู่ที่ไหน
แฉ เขมร มักใช้สถานการณ์ มาต่อรองทางการเมือง มาโดยตลอด
แจง ไทย ยกเลิก MoU 2001 เพราะ ไม่มีอะไรคืบหน้า 25 ปี ประชุม ได้2 ครั้งเท่านั้น
ยัน กระบวนการนี้ เฉพาะทางทะเล ในอ่าวไทย ไม่เกี่ยวกับเกาะกูด ที่เขมร ลากเส้นเอง และไม่เกี่ยวข้องกับ เขตแดนทางบก
ยัน ไทยจะปกป้องอธิปไตย
ขอให้ กัมพูชา กล้า ที่จะเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลง ในเวที UNCLOS ครั้งแรก ที่สิงคโปร์ โดย นาย ปรัก สุคน รมว.ต่างประเทศ กัมพูชา ได้ กล่าวก่อน จากนั้น นายสีหศักดิ์ ขึ้นกล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยเชื่อมาโดยตลอดว่า ความเห็นต่างระหว่างประเทศเพื่อนบ้านควรได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจา นี่คือแนวทางที่เราใช้มาโดยตลอด นั่นคือ การรักษา ช่องทางการสื่อสารไว้ การฟื้นฟูความเชื่อมั่น และการแสวงหาทางออกที่ยั่งยืนผ่านการเจรจาทวิภาคี
แต่กัมพูชา กลับใช้แนวทางแตกต่างออกไป กัมพูชากล่าวอ้างอยู่เสมอว่าเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และพยายามสร้างภาพว่า ไทยเป็นฝ่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ข้อกล่าวอ้างของกัมพูชานั้นเป็นการกล่าวอ้างเพื่อประโยชน์ของตนเอง มีความย้อนแย้ง

เราควรย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้ง
เมื่อกัมพูชานำการสนทนาทางโทรศัพท์ส่วนตัวระหว่างผู้นำของเรามาเปิดเผยต่อสาธารณะ เมื่อจรวดของกัมพูชายิงเข้ามาและทำให้พลเรือนไทยผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต และเมื่อทหารของเราต้องสูญเสียขาจากทุ่นระเบิดที่กัมพูชาวางไว้ แล้วในเวลานั้นกัมพูชาเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอยู่ที่ไหน
ข้าพเจ้าขอยืนยันให้ชัดเจนว่า ความมุ่งมั่นของไทยต่อกฎหมายระหว่างประเทศนั้นไม่เคยสั่นคลอน ไทยยึดมั่นอย่างแน่วแน่ต่อระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ และจะปกป้องสิทธิของเราภายใต้กรอบระเบียบดังกล่าว

สำหรับไทย กฎหมายระหว่างประเทศและการทูตเป็นรากฐานที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันของความสัมพันธ์อันสันติระหว่างรัฐ กฎหมายเป็นกรอบที่กำหนดแนวทาง ขณะที่การทูตช่วยให้ประเทศเพื่อนบ้านสามารถนำกรอบดังกล่าวมาใช้ สร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่น และบรรลุทางออกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้และมีความยั่งยืน

เรื่องนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในขณะนี้ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาแล้ว ความขัดแย้งได้ทำลายความไว้วางใจ และสร้างความสูญเสียอย่างหนักให้แก่ชุมชนของประชาชนทั้งสองฝ่าย

แต่หากเราต้องการมีโอกาสอย่างแท้จริงที่จะค้นหาทางออกที่ยั่งยืน เราจำเป็นต้องฟื้นฟูความไว้วางใจดังกล่าวขึ้นมาใหม่ ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงเดินหน้าใช้การเจรจาและแนวทางที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นที่จำเป็นสำหรับการจัดการกับประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและยากยิ่งขึ้น
ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบูเมื่อต้นปีนี้ ผู้นำของทั้งสองประเทศได้ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นที่จะค่อยๆ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน

และเมื่อข้าพเจ้าได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ที่นิวยอร์กเมื่อเดือนพฤษภาคม ข้าพเจ้าได้เสนอแนวทางปฏิบัติแบบเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อผลักดันพันธกรณีดังกล่าวให้เกิดความคืบหน้า แนวทางเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้เราสามารถเดินหน้าจัดการกับประเด็นข้อพิพาทที่อยู่ตรงหน้าได้ด้วยความมั่นใจ

น่าเสียดายที่แนวทางการทูตที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงในทางปฏิบัติดังกล่าวไม่เคยได้รับโอกาสอย่างแท้จริงจากกัมพูชา และจากมุมมองของไทย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการดำเนินการของกัมพูชาที่น่ากังวล

แทนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และจริงใจผ่านการเจรจาทวิภาคี กัมพูชากลับกล่าวร้ายประเทศไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยเรื่องเล่าที่เป็นเท็จ การบิดเบือนข้อเท็จจริง และข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลต่อไทย แทบจะทุกวัน รวมถึงบนเวทีระหว่างประเทศ และกัมพูชายังดำเนินการดังกล่าวด้วยการวางตนเป็นฝ่ายตกเป็นเหยื่อ พร้อมแสดงท่าทีว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกต้องทางศีลธรรม เพื่อมุ่งสร้างภาพว่าตนอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าในทางศีลธรรม

เราไม่อาจมองข้ามได้ว่า ปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศกัมพูชามีส่วนกำหนดรูปแบบการดำเนินการเช่นนี้ สำหรับเราแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศของเรา รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองฝ่าย ไม่ควรถูกนำไปขึ้นอยู่กับการคำนวณผลประโยชน์ทางการเมืองในระยะสั้น
นี่คือ เส้นทางที่กัมพูชาเลือกเดินมาตลอด แนวทางดังกล่าวนำมาซึ่งผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะทำให้กระแสความรู้สึกของประชาชนร้อนแรงขึ้น ทำให้ความตึงเครียดลึกซึ้งขึ้น และทำให้จุดยืนของแต่ละฝ่ายแข็งกร้าวมากขึ้น ส่งผลให้การหาจุดประนีประนอมและการปรองดองที่ทั้งสองประเทศต้องการยิ่งทำได้ยากขึ้น

เส้นทางที่ไทยพยายามเดินหน้าคือเส้นทางที่การใช้ช่องทางทางกฎหมายต้องดำเนินควบคู่ไปกับการทูตที่มองสถานการณ์อย่างชัดเจนและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เพื่อสร้างความไว้วางใจ การทูตจะต้องไม่กลายเป็นการแข่งขันเพื่อเอาชนะกัน หรือการพยายามแสดงว่าใครเหนือกว่าใคร เพื่อแสวงหาความได้เปรียบฝ่ายเดียว

ท่านประธานและสมาชิกคณะกรรมการทุกท่าน การดำเนินงานที่อยู่เบื้องหน้าของเราจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสถานการณ์จนมาถึงจุดนี้ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงประสงค์จะกล่าวถึงการนำเสนอของกัมพูชาเกี่ยวกับการตัดสินใจของไทยในการยุติข้อตกลงความเข้าใจปี 2544 หรือบันทึกความเข้าใจปี 2544 โดยสังเขป

กัมพูชาพยายามเสนอว่า การที่ไทยตัดสินใจยุติบันทึกความเข้าใจดังกล่าวทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเริ่มกระบวนการพิจารณานี้ ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง
ความจริงก็คือ ตลอดระยะเวลา 25 ปี เราสามารถจัดการเจรจาอย่างเป็นทางการได้เพียง 2 รอบเท่านั้น เป็นที่ชัดเจนว่าบันทึกความเข้าใจดังกล่าวไม่ได้นำไปสู่ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ดังนั้น ไทยจึงเลือกที่จะเริ่มต้นการเจรจาใหม่อีกครั้ง

การที่กัมพูชาเพิ่งให้สัตยาบันอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลเมื่อไม่นานมานี้ น่าจะเป็นโอกาสอันเหมาะสมที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้งบนพื้นฐานทางกฎหมายร่วมกันที่ชัดเจนและมีความมั่นคงยิ่งขึ้น

ไทยได้เสนอแนวทางดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยข้าพเจ้าได้เสนอด้วยตนเองต่อคู่เจรจาของข้าพเจ้าว่า เราควรเริ่มการเจรจาโดยตรงเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล ซึ่งจะสามารถช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเปิดทางไปสู่การแก้ไขประเด็นอื่นๆ ที่ยังคั่งค้างอยู่

และข้าพเจ้าได้เสนอด้วยว่า หากภายในระยะเวลา 6 เดือนยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ เราก็สามารถเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยร่วมกันต่อไปได้

ดังนั้น การที่กัมพูชากล่าวอ้างว่าหลังจากไทยยุติบันทึกความเข้าใจปี 2544 แล้ว กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเริ่มกระบวนการพิจารณานี้ จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้ง
กัมพูชาได้รับทางเลือกอย่างแท้จริง แต่กัมพูชากลับไม่เลือกทางเลือกดังกล่าว ด้วยเหตุผลที่ฝ่ายไทยยากจะเข้าใจ

ท่านประธาน หากเราต้องการบรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาท เราจะต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตของประเด็นที่อยู่ต่อหน้าคณะกรรมการ

ขอบเขตของกระบวนการพิจารณานี้เกี่ยวข้องเฉพาะกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาในอ่าวไทยเท่านั้น

ไทยขอยืนยันจุดยืนเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลตามที่ระบุไว้ในประกาศพระบรมราชโองการลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 อีกครั้ง เราไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดมากไปกว่าการปกป้องอธิปไตย สิทธิอธิปไตย และสิทธิอันชอบธรรมที่ไทยพึงมีตามกฎหมายระหว่างประเทศ

และข้าพเจ้าขอย้ำให้ชัดเจนว่า การไกล่เกลี่ยครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดนทางบก รวมถึงเกาะกูด ไม่เคยมีการถกเถียงในประเด็นนี้มาก่อน ไทยไม่ยอมรับเส้นอ้างสิทธิในไหล่ทวีปของกัมพูชาที่จัดทำขึ้นในปี 2515 เนื่องจากเส้นดังกล่าวไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย

ท่านประธานและสมาชิกคณะกรรมการทุกท่าน ไทยเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ด้วยความสุจริต โดยตระหนักอย่างเต็มที่ถึงบทบัญญัติของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล และด้วยความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง และความเชี่ยวชาญโดยรวมของคณะกรรมการชุดนี้
ไทยพร้อมที่จะเข้าร่วมในกระบวนการนี้อย่างสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายที่จะบรรลุทางออกที่ผ่านการเจรจาและมีความเป็นธรรม โดยได้รับความช่วยเหลือจากคณะกรรมการ การไกล่เกลี่ยสามารถช่วยให้คู่กรณีระบุจุดที่มีความเห็นร่วมกัน จำกัดขอบเขตของจุดยืนทางกฎหมายที่แตกต่างกัน และเจรจาหาทางเดินหน้าต่อไปได้

และเรามั่นใจว่า ด้วยคำแนะนำและการชี้แนะของคณะกรรมการ ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุทางออกที่เป็นธรรม อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและสามารถปฏิบัติได้ และมีความยั่งยืนในระยะยาว สำหรับการกำหนดเขตแดนทางทะเล

ประตูสำหรับการเจรจายังคงเปิดอยู่ ท้ายที่สุดแล้ว ภาระหน้าที่ในการหาหนทางเดินหน้าต่อไปยังคงอยู่ที่ทั้งสองประเทศของเรา ซึ่งจะต้องร่วมกันค้นหาทางออกด้วยความจริงจังและด้วยความสุจริต
ท่านประธาน สมาชิกคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ และเพื่อนร่วมงานชาวกัมพูชา ขณะที่เราเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาในวันนี้ เราจะต้องตระหนักว่าแนวทางที่คดีนี้จะดำเนินต่อไป รวมถึงผลลัพธ์ของกระบวนการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ จะมีนัยสำคัญต่ออนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา
กระบวนการนี้ไม่ใช่การดำเนินการทางการทูตแบบผลรวมเป็นศูนย์ ซึ่งฝ่ายหนึ่งจะได้ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเสีย

ขอให้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่าไทยมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะยึดมั่นและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ขอให้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่าไทยจะปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของเราอย่างแน่วแน่
และขอให้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เช่นกันว่าไทยมีความมุ่งมั่นต่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา

เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจนมาแล้วในอดีต เมื่อไทยได้ทำงานร่วมกับประเทศต่างๆ ที่มีแนวคิดสอดคล้องกันมาเป็นเวลาหลายปี เพื่อช่วยนำสันติภาพมาสู่กัมพูชา และช่วยฟื้นฟูประเทศเพื่อประชาชนชาวกัมพูชา

ไทยยืนหยัดอย่างมั่นคงบนเส้นทางแห่งสันติภาพ
การเดินหน้าต่อไปจำเป็นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองจากทั้งสองฝ่าย ดังที่เราได้เน้นย้ำมาหลายครั้งแล้วว่า ทางเลือกอยู่ที่กัมพูชาจะเป็นผู้ตัดสินใจ และเราหวังว่ากัมพูชาจะสามารถรวบรวมเจตจำนงทางการเมืองเพื่อเข้าร่วมกับเราบนเส้นทางนี้

อีกไม่นานหลังจากกระบวนการพิจารณาเหล่านี้สิ้นสุดลง ไทยและกัมพูชาก็จะยังคงเป็นประเทศเพื่อนบ้านกันต่อไป ภารกิจของเราคือการทำให้มั่นใจว่า มรดกที่เราทิ้งไว้เบื้องหลังจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นต่อไปสามารถได้รับประโยชน์จากสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองระหว่างสองประเทศ
ไทยพร้อมที่จะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ และเราหวังว่ากัมพูชากล้า ที่จะทำเช่นเดียวกัน

ที่มา : https://www.facebook.com/100001454030105/posts/28519481151016972/?rdid=MeaBCFKmbaPH7Hx1#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top