Friday, 5 June 2026
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

นทท. ขับกระบะเร่งเครื่องยนต์ใส่ 'ช้างป่า' แถมเปิดประตูถ่ายรูป เมินคำเตือน นทท. คนอื่น

ผู้สื่อข่าว จ.นครนายก รายงานว่า มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ที่นักท่องเที่ยวสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ระทึก ขณะขับรถอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยช้างป่ากำลังหาอาหารกินอยู่ริมถนน มีรถกระบะได้ขับเข้าไปใกล้ช้างป่า และพยายามขับฝ่า จนช้างวิ่งเข้าใส่รถ ก่อนที่รถกระบะจะเร่งเครื่องควันดำโขม่งลักษณะท้าทาย ก่อนจะเปิดประตูรถ พร้อมหยิบมือถือขึ้นมาบันทึกภาพช้างในระยะใกล้

จากการสอบถาม นักท่องเที่ยว เล่าว่า เห็นช้างป่าเดินอยู่บนถนน จึงพากันจอดรถเพื่อรักษาระยะห่างประมาณ 200 เมตร จู่ ๆ รถกระบะขับเข้ามา และพยายามฝ่าวงเข้าไป โดยไม่สนคำเตือนของนักท่องเที่ยวด้วยกัน และพูดทิ้งท้ายว่า "ช้างหรอ เอ้าลุยสิ !!" และขับรถฝ่าผ่านช้างไป จากนั้นก็จอดรถ เบิ้ลเครื่อง และเปิดประตูดูช้างด้วยท่าทางท้าทาย และถ่ายรูป

18 กันยายน พ.ศ. 2505 ประกาศให้ ‘เขาใหญ่’ เป็นอุทยานแห่งชาติ นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย

วันนี้ เมื่อ 61 ปีก่อน ผืนป่าเขาใหญ่ได้รับการประกาศให้เป็น ‘อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่’ นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย 

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีพื้นที่ 2,168 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดคือ นครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระบุรี ประกอบด้วยป่าหลายประเภท ทั้งป่าดงดิบชื้น ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า และป่าที่กำลังฟื้นตัวหลังถูกทำลาย 

ในอดีตป่าผืนนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของป่าดงพญาไฟ มีการสำรวจพบพืชพรรณ 2,000-2,500 ชนิด นก 340 ชนิด ผีเสื้อ 189 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 67 ชนิด เช่น ช้าง เสือโคร่ง กระทิง ชะนี เก้ง กวาง หมูป่า ฯลฯ ผืนป่าเขาใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำและลำธารใหญ่น้อยหลายสาย มีน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามหลายแห่ง อาทิ น้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง น้ำตกเหวนรก น้ำตกผากล้วยไม้ ฯลฯ 

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขตร้อนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในแถบเอเชียอาคเนย์ ในที่สุดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548 คณะกรรมการมรดกโลก แห่งองค์การยูเนสโกได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผืนป่าดงพยาเย็น-เขาใหญ่ ขึ้นบัญชีเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก นับเป็นแห่งที่ 2 ของไทยต่อจากเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง 

‘หน.อุทยานฯ เขาใหญ่’ แจงดรามา กลุ่มคนวิ่งไล่ตามถ่ายภาพช้างป่า เตือน!! อย่าหาทำ เพราะเป็นช่วงฤดูตกมัน หวั่นเกิดอันตรายกับ นทท.

หลังมีดรามา ตามถ่ายภาพช้างป่าเขาใหญ่ 3 ตัว ชื่อแม่ด้วน ช้างแม่ลูกอ่อน ‘น้องจิ๊ดริด’ และพี่สาวชื่อไพริน ออกมาหากินริมถนน ระหว่า กม.37-38 ถนนที่ทำการไปเหวนรก บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขณะเจ้าหน้าที่กำลังดูแลและเพื่อต้อนช้างป่าอยู่นั้น มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จอดรถลงไปเดินตามช้างถ่ายภาพ ดูแล้วอาจจะเกิดอันตรายหากช้างมีอาการหงุดหงิด และบางคนวิ่งตามถ่ายภาพ เห็นภาพแล้วหลายคนบอกเป็นการไปรบกวนช้างป่าหรือไม่

ล่าสุดวันที่ 15 ต.ค. 66 นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า หลังจากมีการเผยแพร่ภาพทางโลกโซเชี่ยล หลายคนก็โทรมาสอบถาม และได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลในเวลานั้นว่า เหตุการณ์จริงช่างภาพ กับช้างอยู่ห่างกันไกลพอสมควร ประมาณ 50 เมตร แต่มุมภาพจะดูว่าอยู่ใกล้ช้าง

แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรให้นักท่องเที่ยวหรือช่างภาพลงมาเดินถ่ายภาพ อาจจะเกิดอันตรายหากมีช้างตัวอื่น ๆ ที่หลบอยู่ในป่าข้างทางวิ่งออกมาทำร้ายได้ เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูช้างตกมัน และพื้นที่ก็เป็นบ้านของสัตว์ป่า และได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดมากกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ อย่าหาทำ

ซึ่งก็ขอฝากนักท่องเที่ยวขึ้นไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ 4 ม.คือ 1.) ไม่ขับรถเร็ว 2.) ไม่ส่งเสียงดังรบกวน 3.) ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า 4.) ไม่ทิ้งขยะ และห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นไปไม่กดแตรรถ ไม่ดับเครื่องยนต์ และอย่าเข้าใกล้สัตว์ป่าอยู่ห่างอย่างน้อย 50 เมตร เพื่อความปลอดภัย

'ดร.เฉลิมชัย' เปิด เส้นทางศึกษาธรรมชาติอารยสถาปัตย์ จุดท่องเที่ยวสำคัญ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิด “เส้นทางศึกษาธรรมชาติอารยสถาปัตย์” (Universal Design) ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครนายก โดยมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ทส. พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก นายกฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ตลอดจนคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เข้าร่วมในพิธี และร่วมเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ดร.เฉลิมชัย รมว.ทส.  กล่าวว่าวันนี้ว่า การจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงวัยและส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างทั่วถึง ตามแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นอกจากนี้ ยังเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของพื้นที่สำหรับรองรับการแข่งขันกีฬา IWAS Games หรือการแข่งขันกีฬาคนพิการทางการเคลื่อนไหวนานาชาติ ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนเมษายน 2569 โดยได้มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าปรับปรุงอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงได้สำหรับผู้ใช้วีลแชร์ภายในปี 2569

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ถือเป็นต้นแบบของอุทยานแห่งชาติ ที่มีการปรับปรุงให้มีทางลาด ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ ป้ายบอกทางที่ชัดเจน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ตามมาตรฐาน Universal Design ในบริเวณจุดสำคัญ อาทิ ด่านตรวจศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ จุดชมวิว กม.30 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์อาหาร อ่างเก็บน้ำสายศร เป็นต้น 

“อุทยานเขาใหญ่” เผยยอดนักท่องเที่ยว ทะลุวันละหมื่น คาดพุ่งพีกช่วงปีใหม่ เปิด 3 ลานกางเต็นท์ เข้าฟรี 30-31 ธ.ค. ย้ำท่องป่ามรดกโลก-ห้ามโฟม-งดพลุรอบอุทยาน

นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงไฮซีซั่นฤดูหนาวปีนี้ วันธรรมดา มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปพักผ่อนและเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติป่ามรดกโลก เฉลี่ยวันละ 4,000 คน แต่ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันนักขัตฤกษ์ จะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปต่อเนื่อง เกิน 10,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีขึ้นมาพักค้างแรม ที่บ้านพักบนอุทยานฯ โดยจองผ่านทางเว็บไซต์กรมอุทยานฯ และอีกส่วนจะวอล์กอินขึ้นมากางเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ 2 จุด ที่เปิดให้บริการ คือ ที่ลานกางเต็นท์ลำตะคอง กับลานกางเต็นท์เขาร่ม

นายชัยยา กล่าวว่า ส่วนช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดเพิ่มอีก 1 จุด คือ ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ซึ่งลานกางเต็นท์ทั้ง 3 จุด รองรับนักท่องเที่ยวได้ 5,000 คน นอกจากนี้ ทางอุทยานฯ ยังจัดกิจกรรม “ไนท์ ซาฟารี” ทุกคืน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จะมีกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี” ทุก ๆ ปี

นายชัยยา กล่าวว่า ส่วนเรื่องการอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ช่วงการเดินทางขึ้นลงอุทยานฯ ซึ่งมักจะมีสัตว์ป่าออกมาเดินตามเส้นทางบนอุทยานฯ นั้น ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาบ้างแต่ไม่หนักเท่าไหร่ เพราะสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างป่า จะค่อนข้างคุ้นชินกับเจ้าหน้าที่ฯ และนักท่องเที่ยวพอสมควร จึงไม่ค่อยมีพฤติกรรมดุร้าย ก้าวร้าว ปัญหาจึงค่อนข้างน้อย ซึ่งทางอุทยานฯ ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยเอาไว้ อาทิ ห้ามให้อาหารหรือสัมผัสสัตว์ป่า, ไม่ก่อกองไฟนอกพื้นที่ที่กำหนด, เดินตามเส้นทางที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น 

พร้อมกันนี้ ทางอุทยานฯ ได้จัดศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั้งบริเวณหน้าด่านฯ, เนินหอม, ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ คอยดูแลให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเจ็บป่วย เป็นลม รถเสีย หรือประสบเหตุอื่น ๆ

นายชัยยา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินมาตรากรด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วย โดยงดใช้โฟมและพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use plastics) เข้าไปในเขตอุทยานฯ และให้รักษาความสะอาดกับเก็บขยะกลับมาด้วย โดยบริเวณลานกางเต็นท์ จะมีรถยนต์ 6 ล้อจอดไว้บริการ ให้นักท่องเที่ยวนำขยะไปทิ้ง เพราะทางอุทยานฯ จะไม่วางถังขยะไว้ที่พื้น เนื่องจากสัตว์ป่า อย่างเช่น เก้ง กวาง อาจมาคุ้ยเศษขยะกิน แล้วเจ็บป่วยล้มตายได้ จึงทำที่ทิ้งขยะไว้บนรถ 6 ล้อ ในตอนเช้าจะขนนำไปทิ้งที่โรงขยะใน ต.หมูสี อ.ปากช่อง ไม่ได้ฝังกลบบนอุทยานฯ ซึ่งจะทำให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมลดลง จึงต้องขอให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้อย่างเคร่งครัด 

หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย โดยจะเปรียบเทียบปรับตามอำนาจหน้าที่ ครั้งแรกจะปรับไม่เกิน 5% หรือไม่เกิน 5,000 บาทของโทษปรับ 100,000 บาท, ครั้งที่ 2 ปรับไม่เกิน 20,000 บาท, ครั้งที่ 3 สามารถปรับได้ 100,000 บาท

“ไฮซีซั่นหนาวปีที่แล้ว จะมีปัญหาเรื่องจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเขาใหญ่ ฝั่งเนินหอม ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี หลายกิโลเมตร ทำให้รถติดยาวหลายชั่วโมง ในปีนี้จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางอำเภอให้วางมาตรการแก้ไขเอาไว้ ไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซ้ำ ซึ่งคาดว่า ในช่วงพีค ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นเขาใหญ่ ไม่ต่ำกว่าวันละ 15,000 คน” นายชัยยา กล่าว

นายชัยยา กล่าวต่อว่า ช่วงสิ้นปีในวันส่งท้ายปีเก่า วันที่ 30 และ 31 ธันวาคม 2568 จะฟรี ค่าเข้าอุทยานฯ จึงคาดว่า นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาที่เขาใหญ่มากยิ่งขึ้นอีก ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจะเลี่ยงรถติดช่วงเดินทางกลับภูมิลำเนาส่งท้ายปี ด้วยการแวะไปพักผ่อนเคานต์ดาวน์บนเขาใหญ่ก่อน แล้วจึงเดินทางต่อ จึงทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงดังกล่าว ในขณะที่วันนี้ ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนบนเขาใหญ่ 10,000 กว่าคน เพราะสภาพอากาศหนาวเย็น เหมาะมากางเต็นท์ ชมวิว รับลมหนาวอย่างมาก

นายชัยยา กล่าวว่า สำหรับพื้นที่นอกเขตอุทยานฯ ที่มีการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ ได้มีการขอความร่วมมือไปยังอำเภอให้ออกหนังสือประกาศแจ้งยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการ ห้ามจุดพลุในรัศมี 5 กิโลเมตรจากแนวเขตอุทยานฯ เขาใหญ่ โดยกำหนดพิกัดห้ามจุดไว้อย่างชัดเจน เพราะปีที่แล้ว ได้มีการจุดพลุในพื้นที่ติดกับแนวเขตอุทยานฯ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าอุทยานฯ เป็นอย่างมาก ซึ่งปกติ งานอีเวนต์ขนาดใหญ่ อย่างเช่น บิ๊ก เมาเท่นท์ จะจัดห่างจากอุทยานฯ มากพอสมควรอยู่แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบบ้างในเรื่องเสียงแต่น้อยมาก แต่จะเป็นผลกระทบที่เกิดจากคนและปริมาณรถที่เข้ามาในพื้นที่มากกว่า

นายชัยยา กล่าวว่า ส่วนเรื่องปัญหาช้างป่าออกนอกเขตฯ เข้ามาในชุมชนช่วงนี้แทบทุกคืน ไม่ได้มาจากปริมาณอาหารของสัตว์ป่าบนอุทยานฯ มีน้อย แต่มาจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ ดึงดูด เนื่องจากธรรมชาติของสัตว์ป่าจะสำรวจไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้หรอกว่า ตรงไหนเป็นเขตอุทยานฯ และตรงไหนเป็นเขตชุมชน เมื่อสำรวจไปเรื่อยแล้วไปเจอผลไม้หรือพืชผลทางการเกษตร พอได้กินก็เกิดติดใจ มีอาหาร แหล่งน้ำ และที่อยู่อาศัยให้พร้อม ก็จะแวะเข้ามาหากินบ่อย ๆ จนบางตัวถึงขั้นไม่ยอมกลับเข้าป่า หลบอาศัยในพื้นที่ของชาวบ้าน และสาเหตุที่ 2 ผลักดัน เกิดจากการต่อสู้ แข่งขันกัน เพื่อจะผสมพันธุ์ เมื่อสู้ไม่ได้ ก็จะถอยร่นออกมาจากถิ่นที่อยู่ในป่า เข้าในชุมชน

“เป็นสาเหตุสำคัญ 2 ประการที่ทำให้ช้างป่าออกนอกเขตฯ ในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ จะมีชุดผลักดันช้างป่าของแต่ละพื้นที่ คอยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อยู่แล้ว ช่วยกันเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าทุกวัน เพื่อไม่ให้สร้างปัญหา โดยหากพบช้างป่าออกนอกพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฯ หรือทีมผลักดันช้างป่าแต่ละพื้นที่ได้ทันที เพื่อเข้ามาดูแลช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัยทั้งคนและช้าง” นายชัยยา กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top