Monday, 19 October 2026
อุทกภัย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ให้กำลังใจ และให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบเหตุ

(31 ก.ค.68) เวลา 09.00 น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจเยี่ยม ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน พร้อมด้วย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เลขานุการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมคณะ 

ผบ.ตร.และคณะ ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน (สภ.เมืองน่าน) โดยมี พล ต.ต.นพดล กรึงไกร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 , พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน (ผบก.ภ.จว.น่าน) , รอง ผบก.ภ.จว.น่าน , ผกก./หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.น่าน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ผบ.ตร. กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน พบว่ายังมีน้ำท่วมสูงในบางพื้นที่ กำชับให้ตำรวจพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างเต็มที่ ทั้งการอพยพ การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่ไม่มีใครอยู่ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพมาก่อเหตุซ้ำเติม หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เข้าสู่ระยะฟื้นฟู ต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมทั้งให้แต่ละโรงพักสำรวจความเสียหายอาคารที่ทำการ บ้านพัก ยานพาหนะ และทรัพย์สินของทางราชการ รายงานไปยังตำรวจภูธรจังหวัดเพื่อรวบรวมรายงานต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินการซ่อมแซม ต่อไป

นอกจากนี้ ผบ.ตร.สั่งการทุกพื้นที่เตรียมแผนเผชิญเหตุรับมือสถานการณ์ และก่อนถึงฤดูกาลปีหน้า ทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ ขณะน้ำเริ่มลด และหลังน้ำลด นำการถอดบทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงรายครั้งที่ผ่านมา มาเป็นแผนปฏิบัติเตรียมการในครั้งนี้ รวมทั้งถอดบทเรียนน้ำท่วมในครั้งนี้เพื่อเป็นแผนรองรับในปีต่อๆไป เพื่อบริหารจัดการ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ จะช่วยให้ความเสียหายที่เกิดจากสถานการณ์น้ำท่วมเบาบางลง โดยขอให้ตำรวจในพื้นที่มีแนวคิด (mindset) ว่าต้องดูแลพี่น้องประชาชนเสมือนเป็นญาติของเรา จะทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าตำรวจเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง

หลังการประชุม ผบ.ตร.ได้ตรวจเยี่ยมจุดน้ำท่วมบ้านพัก และแฟลตตำรวจ สภ.เมืองน่าน และ ภ.จว.น่าน พร้อมให้กำลังใจ มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจ จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะเดินทางไปพื้นที่ประสบอุทกภัยใน จ.น่าน ณ บ้านแสงดาว หมู่ 2 ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง , พื้นที่ ต.กองควาย อ.เมืองน่าน , พื้นที่ สภ.ภูเพียง , พื้นที่ สภ.เวียงสา เพื่อตรวจพื้นที่ดูทิศทางกระแสน้ำ และเยี่ยมให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย

“กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ผนึกกำลัง “4 กระทรวง” คิกออฟ “สกร.จิตอาสาฯ-สกร.ร่วมใจพัฒนา” 7 จว. ร่วมเร่งฟื้นฟู ‘เมืองหาดใหญ่’ หลังประสบอุทกภัย สะท้อน สกร. เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์

เมื่อวานนี้ (30 พ.ย. 68) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมจัดกิจกรรม Kick Off การฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างเร่งด่วนและทั่วถึงซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อห่วงใยและนโยบายเร่งด่วนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการการช่วยเหลือ พร้อมทั้งสอดคล้องกับ คำสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่กำชับให้สถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัดเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในทุกมิติ

ขณะที่ส่วนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) นำโดย นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ร่วมจัดกำลัง “สกร.จิตอาสาฯ-สกร.ร่วมใจพัฒนา” จาก 7 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ สุราษฎร์ธานี ระนอง และภูเก็ต รวมกว่า 300 คน ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ Big Cleaning ในเขตอำเภอหาดใหญ่ รวม 9 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนสำคัญ ได้แก่ ตำบลคอหงส์ ห้องสมุดประชาชนอำเภอหาดใหญ่ ชุมชนเพชรเกษม ชุมชนภาสว่าง ชุมชนมุสลิมบริเวณวงเวียนน้ำพุ วัดปรักริมสระน้ำ ท่าเคียน ชุมชนท่าเคียนใน-ท่าเคียนนอก ชุมชนหน้าควน-หมู่บ้านฟ้าใส ต.ควนลัง ตำบลคูเต่า ตำบลคลองแห รวมถึง โรงเรียนนานาชาติเซาท์เทิร์น หาดใหญ่ เพื่อเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาให้กลับมาเปิดเรียนได้โดยเร็ว โดยมีครู สกร. อำเภอหาดใหญ่ร่วมประสานงานอย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่

นอกเหนือจากการปฏิบัติภารกิจ Big Cleaning ในวัน Kick Off แล้ว สกร. ยังได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 โดยสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคใต้ นำโดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้ร่วมกับ สกร.จังหวัดสงขลา จัดทำข้าวกล่องรวมจำนวน 11,621 กล่อง แจกจ่ายประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา

สถาบัน สกร. ภาคใต้ ยังได้เปิดสถานที่ให้บริการที่พักแก่ผู้ประสบภัยและทีมอาสาที่ลงมาช่วยเหลือจำนวนรวมกว่า 200 คน พร้อมทั้งจัดบริการน้ำใช้สำหรับประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ รวมกว่า 3,503,000 ลิตร คิดเป็นจำนวนกว่า 1,000 คันรถขนน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงวิกฤต

ขณะเดียวกัน สกร. จังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ก็ได้จัดตั้งโรงครัวช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง เช่น สกร.ภูเก็ต ที่ประกอบอาหารแจกจำนวน 200 กล่องต่อวัน เป็นเวลา 3 วัน (28-30 พฤศจิกายน 2568) และจัดมอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูในพื้นที่ประสบภัย

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า การขับเคลื่อนภารกิจครั้งนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการทำงานแบบบูรณาการของ 4 กระทรวง และสะท้อนความเข้มแข็งของเครือข่าย “ครอบครัว สกร.” ที่พร้อมยืนเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

“ดิฉันรู้สึกทึ่งในพลังของ สกร. ทุกคน ทั้งจากพื้นที่สงขลาและจังหวัดต่าง ๆ ที่ส่งกำลังสนับสนุนอย่างรวดเร็ว ชื่นชมในน้ำใจและความสามัคคีของทุกฝ่าย ภารกิจวันนี้สะท้อนชัดเจนว่า สกร. จะก้าวข้ามทุกความท้าทายไปด้วยกัน และยังคงเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามเดือดร้อน” นางเกศทิพย์ กล่าว

นางเกศทิพย์ กล่าวด้วยว่า ภารกิจ Big Cleaning และมาตรการช่วยเหลือที่ดำเนินการต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ เป็นการตอกย้ำบทบาทและความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาปลอดภัย พร้อมรองรับการดำเนินชีวิต การทำงาน และการเรียนรู้ของประชาชนโดยเร็วที่สุด


#THESTATESTIMES
#NewsFeed
#กรมส่งเสริมการเรียนรู้
#อุทกภัย
#น้ำท่วมภาคมใต้
#สงขลา
#หาดใหญ่

จีนยกระดับรับมืออุทกภัย 7 มณฑล!! ฝนถล่มจีนตอนใต้–ตอนกลาง กระทรวงน้ำสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม แม่น้ำเล็กเสี่ยงล้นตลิ่ง ยกระดับมาตรการคุมอ่างเก็บน้ำ

20 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนสั่งการรับมือเหตุฉุกเฉินระดับ 4 เพื่อควบคุมอุทกภัยใน 7 ภูมิภาคระดับมณฑล ได้แก่ เจียงซี หูเป่ย หูหนาน กว่างตง (กวางตุ้ง) กว่างซี กุ้ยโจว และไห่หนาน (ไหหลำ) หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

มีการคาดการณ์ว่าตอนเหนือของเจียงซี หูหนาน ฝั่งตะวันออกของกุ้ยโจว ตอนเหนือและพื้นที่ชายฝั่งของกว่างซี ตอนเหนือและพื้นที่ชายฝั่งของกว่างตง และตอนใต้ของไห่หนาน จะเผชิญฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 19-21 พ.ค. นี้

ฝนที่ตกหนักมีแนวโน้มส่งผลให้แม่น้ำบางสายในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำจูเจียงและแม่น้ำแยงซีมีระดับน้ำสูงขึ้น ขณะเดียวกันแม่น้ำสายเล็กและสายกลางในพื้นที่ที่มีพายุฝนอาจเกิดน้ำหลากท่วมสูงเกินเกณฑ์เตือนภัย

กระทรวงฯ กระตุ้นหน่วยงานทรัพยากรน้ำในท้องถิ่นและหน่วยงานทางการในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสายต่างๆ เฝ้าติดตามปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำ และสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับปรุงการเฝ้าติดตาม พยากรณ์ และเตือนภัยล่วงหน้า รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้นกระทรวงฯ สั่งให้ดำเนินการควบคุมอุทกภัยของโครงการอนุรักษ์น้ำอย่างแม่นยำตามหลักการ ยกระดับมาตรการความปลอดภัยของอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และเพิ่มความพยายามป้องกันอุทกภัยตามแม่น้ำสายเล็กและสายกลาง รวมถึงน้ำป่าไหลหลาก

ขณะเดียวกันหน่วยงานทางการท้องถิ่นควรประกาศเตือนภัยอย่างทันท่วงที จัดการอพยพย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงอันตราย พร้อมดำเนินมาตรการเตือนภัยและรับมือแบบมุ่งเป้า เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ที่มา : Xinhua

'สุริยะ' สั่งเยียวยาเกษตรกร จ.น่าน!! เร่งช่วยเกษตรกรน่านน้ำท่วมหนัก เพิ่มอัตราเยียวยาเท่าตัว เร่งศึกษาสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ หวังแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก

“สุริยะ” สั่งเร่งเยียวยาเกษตรกรได้รับผลกระทบน้ำท่วมน่าน - เผยได้อัตราเพิ่มขึ้นเท่าตัว หลังปรับเกณฑ์ใหม่ปี 2565 พร้อมสั่ง กษ.ศึกษาสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่ม-แก้ปัญหาระยะยาว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการเยียวยาเกษตรกร จากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน ว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยพิจารณากฎเกณฑ์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งเกษตร ประมงและปศุสัตว์ โดยให้พิจารณามาตรการให้ชัดเจน แต่ขณะนี้ ชัดเจนแล้วว่า เกณฑ์เงินการเยียวยาจะเพิ่มเป็นเท่าตัว เนื่องจาก มีการประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะไม่มีผลย้อนหลัง

นายสุริยะ ยังเปิดเผยว่า การสำรวจความเสียหายพื้นที่ของเกษตรกร ขณะนี้ ดำเนินการแล้ว 80% แต่จำนวนงบประมาณทั้งหมด ยังไม่สามารถระบุได้ แต่ย้ำว่า เกษตรกรที่ได้รับที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับเงินเยียวยาในอัตราที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว ซึ่งได้ปรับกฎเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา พร้อมย้ำว่า เกณฑ์ใดที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลจะดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประสบภัยสูงสุด

ส่วนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยซ้ำซากนั้น นายสุริยะ ระบุว่า เป็นข้อสังเกตที่นายกรัฐมนตรีมีความกังวลที่สุด เนื่องจาก อ่างน้ำในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการกักเก็บ และในแต่ละครั้งที่มีอุทกภัย รัฐบาลต้องใช้เงินเยียวยาครั้งละกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งประชาชนไม่ได้ต้องการเงินเยียวยา เนื่องจาก ไม่คุ้มและกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ศึกษาลุ่มน้ำต่าง ๆ เพื่อสร้างอ่างกักเก็บน้ำขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เพื่อรองรับน้ำเพิ่ม ซึ่งในจังหวัดน่าน ก็มีโครงการคลองเลี่ยงเมือง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยทำการศึกษาไว้แล้ว คาดว่า จะใช้งบประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะสามารถเอางบประมาณส่วนใดมาดำเนินการ และจะต้องใช้งบผูกพันปีละเท่าใด ซึ่งเชื่อว่า น่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้

รัฐบาล เร่งบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ!! เร่งสำรวจความเสียหายทั่วประเทศ โอนเงินเยียวยาประชาชนโดยเร็ว บริหารจัดการน้ำบูรณาการระบบ เตรียมพร้อมรับประชุม IMF-World Bank

นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. สั่งเร่งสำรวจความเสียหาย–โอนเงินเยียวยา ย้ำบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ รับประชุม IMF–World Bank

วันนี้ (5 ต.ค. 69) เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 โดยภาพรวมบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัย เช่น จ.ปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา โดยนายกฯ กำชับกระทรวงสาธารณสุขเร่งสนับสนุนยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และบุคลากรให้เพียงพอ รวมถึงเร่งจัดส่งยาที่จำเป็นไปยังพื้นที่จ.ปทุมธานี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้โดยเร็ว

นายกฯ กำชับทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเร่งสำรวจความเสียหายรายครัวเรือน และจัดทำทะเบียนส่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเร่งโอนเงินเยียวยาให้ประชาชน พร้อมให้จังหวัดที่ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้วเร่งใช้เงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน และดูแลผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัย โดยระบุว่า ภายในสัปดาห์นี้ต้องเห็นความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยาประชาชน พร้อมกันนี้ยังมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดระบบและขั้นตอนการเคลมประกันให้ชัดเจน ให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาโดยเร็วที่สุด

สำหรับสถานการณ์น้ำ นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูลและการบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะข้อมูลพยากรณ์ฝน ปริมาณน้ำเหนือ การระบายน้ำ และระดับน้ำทะเล เพื่อให้การวางแผนและแจ้งเตือนประชาชนสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

นอกจากนี้ นายกฯ ขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 69 ณ กรุงเทพมหานคร โดยกำชับให้บริหารจัดการสถานการณ์น้ำและระบบคมนาคมไม่ให้กระทบต่อการประชุม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยว่ามีความพร้อมในการรองรับผู้เข้าร่วมงานและการลงทุนจากต่างประเทศ

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1547164977446228&id=100064582216937&rdid=XfhbtvHRlL0eCNvt#

เชฟรอน ร่วมส่งกำลังใจผู้ประสบภัย!! มอบเงิน 1.5 แสนบาท แก่สมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรมราช ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง ร่วมมูลนิธิประชาร่วมใจดูแลชุมชน

เชฟรอนสนับสนุน 150,000 บาท แก่สมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรมราช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา (ที่ 5 จากขวา) รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบงบประมาณสนับสนุนจำนวน 150,000 บาท แก่สมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมกับมูลนิธิประชาร่วมใจ ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยมี นายณรงค์ ธีระกุล (ที่ 4 จากขวา) อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรมราช และ นายอิทธิกร สมศิริ (ที่ 5 จากซ้าย) ประธานกรรมการมูลนิธิประชาร่วมใจ องค์การสถานสาธารณกุศล เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ศูนย์เศรษฐพัฒน์ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

งบประมาณสนับสนุนในครั้งนี้จะนำไปใช้จัดหาอาหาร น้ำดื่ม สิ่งของจำเป็น เชื้อเพลิง และอุปกรณ์สำหรับภารกิจช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย โดยที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ และมูลนิธิประชาร่วมใจ ได้ร่วมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง
ทั้งในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง และยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแจกจ่ายสิ่งของ การอพยพประชาชน และการดูแลกลุ่มเปราะบางร่วมกับหน่วยงานและทีมกู้ภัยในพื้นที่

การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการดำเนินงานเคียงข้างสังคมไทย และการเป็นพันธมิตรที่ดีของชุมชน ทั้งนี้ เชฟรอนจะยังคงให้การสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

'วราวุธ' ขอบคุณเจ้าหน้าที่เทศบาลสุพรรณฯ มอบข้าวสาร-ของบริจาคเกือบ 300 ชุด ชื่นชมเทศบาล-คนท้องถิ่นร่วมมือ น้ำเหนือเริ่มลด หวังสถานการณ์ดีขึ้น เตรียมเสริมคันเขื่อนป้องกันน้ำท่วม

“วราวุธ” พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ-ภาคเอกชน ขอบคุณ จนท.เทศบาลเมืองสุพรรณฯ ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มอบข้าวสาร-เครื่องอุปโภคบริโภค

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน พร้อมด้วยนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี พล.ต.ต. อภิชิต สุรพินิจ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี และเครือโรงสีจากจังหวัดสุพรรณบุรี มอบข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภคเกือบ 300 ชุด ให้เจ้าหน้าที่เทศบาลที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี

นายวราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้น้ำจากทางตอนเหนือจะค่อยๆ เบาลง ปริมาณน้ำจะไม่หนักไปกว่านี้แล้ว และขณะนี้ฝนกำลังลงไปที่ภาคใต้ หวังเป็นอย่างยิ่งน้ำหน้าเขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรีจะค่อยๆ ลดลง ทั้งนี้ นายกฯมีการบ้านให้กับรัฐมนตรีทุกคนว่า พื้นที่ไหนที่น้ำท่วมอยากให้รัฐมนตรีไปช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชน ต้องขอบคุณทุกคนที่อยู่ในเขตเทศบาลที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือในการปกป้องพื้นที่จากน้ำท่วม โดยเฉพาะต้องขอบคุณนายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี และทีมงาน ซึ่งวิธีการกรอกกระสอบทราย การตั้งแนวกระสอบทรายของเทศบาล ได้รับการถ่ายทอดมาจากนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ซึ่งต่อมาตนได้ไปแนะนำเทคนิคดังกล่าวให้กับนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 81 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งภายหลังน้ำลดลง ตนได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี ไปสำรวจเขื่อนกั้นน้ำทั้งหมดที่นายบรรหารทำเอาไว้ 15 ปีแล้วว่า ตรงไหนมีจุดอ่อน และมีน้ำผุดเข้ามา ที่สำคัญจะต้องเพิ่มคันเขื่อนกั้นน้ำขึ้นมาอีก 40-50 เซนติเมตร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้งบประมาณมา เพราะถ้าเขื่อนแข็งแรงเท่าไหร่ เจ้าหน้าที่จะเหนื่อยน้อยลงเท่านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top