Thursday, 4 June 2026
อีวี

TESLA Model 3 ประกาศปรับราคาลง เริ่มต้นที่ 1,659,000 บาท  พร้อมฟรีประกันชั้น 1 สั่งซื้อผ่านออนไลน์ รับรถได้ ภายในเดือนนี้

Tesla Model 3 ประกาศปรับลดราคาอย่างเป็นทางการ (นำเข้า CBU จากประเทศจีน) โดยบริษัทแม่ Tesla Official (Thailand)
Model 3 Rear-Wheel Drive    ส่วนลด 100,000 บาท  เริ่มต้น    1,659,000 บาท
Model 3 Long Range AWD     ส่วนลด 120,000 บาท  เริ่มต้น     1,879,000 บาท
Model 3 Performance AWD  ส่วนลด 250,000 บาท  เริ่มต้น   2,059,000 บาท

โดยมีเงื่อนไขรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2023 นี้ พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เมื่อจัดไฟแนนซ์ กับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ
(ทิสโก้, กรุงศรีฯ, เกียรตินาคิน, กสิกรไทย)

โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านทาง website : https://www.tesla.com/th_TH หรือ TESLA Center แห่งแรกในไทย The Paseo รามคำแหง

NEW MG4 ELECTRIC รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ที่ได้รับการรับรอง ‘MiT’ ตอกย้ำ!! ถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ ด้วยคุณภาพ และมาตรฐานขั้นสูง

(28 ธ.ค. 67) บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า NEW MG4 ELECTRIC ของบริษัทฯ ได้รับการรับรอง ‘Made in Thailand (MiT)’ ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในหมวดรถยนต์ไฟฟ้า โดยความสำเร็จครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในนวัตกรรมและคุณภาพ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิต รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้สามารถส่งออกไปสู่ประเทศต่าง ๆ ได้ในอนาคต

ใบรับรอง MiT ถือเป็นมาตรฐานที่ออกโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามระเบียบของภาครัฐ สินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT จะได้รับสิทธิพิเศษในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ของภาครัฐ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทฯ ได้รับการบรรจุในระบบการจัดซื้อของภาครัฐ รวมถึงยังช่วยผลักดันการพัฒนาการขนส่งพลังงานสะอาดภายในประเทศอีกด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การรับรอง MiT ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้า ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ และการเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างบริษัทกับพันธมิตรและผู้บริโภค โดย NEW MG4 ELECTRIC เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ได้รับการรับรอง MiT และถือเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานขั้นสูง

สำหรับข้อได้เปรียบอีกประการของการรับรอง MiT คือการสนับสนุนการขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ โดยอาศัยนโยบายสนับสนุนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การรับรอง MiT สามารถ ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับการส่งออก ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญ กับสินค้าไทย การรับรองนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก และวางรากฐานอันมั่นคงสำหรับการขยายแบรนด์ไปสู่ระดับโลกได้

นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า "บริษัทฯ มีความมุ่งมั่น ในการพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้ทัดเทียมระดับโลก พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานให้กับผู้บริโภคและพันธมิตร เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อน และผลักดันสินค้าไทยให้เปล่งประกายบนเวทีระดับโลก NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรก ของ เอ็มจี ที่เป็นโกลบอลโมเดล โดยได้รับการการันตีจากรางวัลระดับโลก ในเรื่องการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงการออกแบบที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน จนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ EV OF THE YEAR ปี 2023 จากสมาคมสื่อมวลชนสายยานยนต์ไทย โดยรถยนต์รุ่นนี้ ทาง เอ็มจี ได้มีการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน แบบไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทย เพื่อให้หมดกังวล ในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าระยะยาว พร้อมตอกย้ำถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าชาวไทย"

‘ฮุนได’ ประกาศ!! แคมเปญสำหรับ IONIQ 5 ราคาเริ่มต้น 1.399 ลบ. ตอกย้ำ!! ความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล ‘World Car of the Year’

(22 ก.พ. 68) ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ IONIQ 5 รุ่นปี 2024 ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.399 ล้านบาท ตอบรับกระแส EV ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย IONIQ 5 ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของยนตรกรรมพลังงานสะอาดที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัย สมรรถนะทรงพลัง และการขับขี่ที่สะดวกสบายในการขับขี่ไว้อย่างลงตัว ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล World Car of the Year ในปี 2022

IONIQ 5 ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม E-GMP (Electric Global Modular Platform) ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ช่วยให้พื้นที่ภายในกว้างขึ้น พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่ โดยมีตัวเลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Premium Standard Range ใช้แบตเตอรี่ขนาด 58 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และระยะทางขับขี่สูงสุด 384 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ส่วน รุ่น Exclusive Long Range ใช้แบตเตอรี่ขนาด 72.6 kWh กำลังสูงสุด 217 แรงม้า สามารถวิ่งได้ไกลถึง 481 กม. พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.4 วินาที

IONIQ 5 มาพร้อมเทคโนโลยี Ultra-Fast Charging รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 350 kW ทำให้สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที และยังมีระบบ V2L (Vehicle-to-Load) ที่ช่วยให้รถสามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

ในด้านดีไซน์ IONIQ 5 โดดเด่นด้วย Parametric Pixel Design ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Hyundai Pony ผสานความทันสมัยอย่างลงตัว ไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์พิกเซลสุดล้ำ กันชนหน้า V-Shape ล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto และระบบเสียง BOSE Premium Sound

เพื่อให้ทุกการเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น IONIQ 5 มาพร้อม Hyundai SmartSense ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ อาทิ Smart Cruise Control with Stop & Go ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Blind-Spot Collision Warning ระบบเตือนมุมอับสายตา Forward Collision-Avoidance Assist ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และ Lane Keeping Assist ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน

IONIQ 5 คือเจ้าของรางวัลระดับโลก ได้แก่ World Car of The Year, World EV of The Year และ World Car Design of The Year จากงาน World Car Awards 2022 ตอกย้ำความสำเร็จและมาตรฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากฮุนได

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์ขับขี่สุดล้ำของ IONIQ 5 ได้แล้ววันนี้ที่ IONIQ Agency ทั่วประเทศ

‘เอ็มจี’ ทยอยนำเข้า!! ‘NEW MG IM6’ ล็อตแรก เตรียม!! เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มี.ค.นี้

(24 ก.พ. 68) บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ NEW MG IM6 จำนวนกว่า 300 คัน จากท่าเรือ เซี่ยงไฮ้สู่ประเทศไทย โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่เริ่มนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จาก SAIC MOTOR CORPORATION โดยรถรุ่นนี้มีแผนเตรียมนำเข้ามาในประเทศไทยต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก และมีกำหนดเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มีนาคม 2568 

NEW MG IM6 มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยี สมรรถนะการขับขี่ และนวัตกรรมล้ำสมัย โดย NEW MG IM6 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้า SUV ขนาดกลางที่ได้รับความนิยมในจีน นอกจากนี้ ช่วงปีที่ผ่านมา IM6 ยังสามารถคว้ารางวัลมากมายในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็น รางวัล Red Dot Design Award ปี 2021 และ 2024 ประเทศเยอรมนี จากระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ  IM OS  ในสาขา Brand & Communication Design และ รางวัล Product Design Award จาก IM6 ตามลำดับ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นเลิศในศาสตร์แห่งการออกแบบ สะท้อนความหรูหรา และตอกย้ำความมั่นใจในระบบความปลอดภัย ด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก C-NCAP (China-New Car Assessment Programme) อีกด้วย ด้วยจุดเด่นที่ครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น รวมถึงแพลตฟอร์มช่วงล่าง Digital Chassis ที่เน้นเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม การออกแบบภายในระดับพรีเมียม 

สำหรับในประเทศไทย NEW MG IM6 ได้รับการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้ใช้ในประเทศมากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้เข้ากับสภาพถนนและพฤติกรรมของผู้บริโภค ชาวไทย โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) การตัดสินใจของ เอ็มจี ในการเลือกประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจในระดับสากลนั้นเป็นเพราะศักยภาพของตลาดที่แข็งแกร่ง นโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล และการต้อนรับที่ดีจากผู้บริโภคต่อรถยนต์พลังงานสะอาด การเปิดตัว NEW MG IM6 ในประเทศไทยในวันที่ 18 มีนาคมนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของ SAIC MOTOR CORPORATION ในการรุกตลาดโลก โดยบริษัทฯ มีแผนส่งออก NEW MG IM6 ไปยังประเทศอื่น ๆ เพื่อรุกตลาดต่างประเทศ ในปี 2025 พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยและมีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์การเดินทางอย่างชาญฉลาดและยั่งยืนให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก

‘วอลโว่พระนคร’ จัดมหกรรมสุดพิเศษ!! ‘Volvo Phranakorn Fest’ 8-9 มี.ค.นี้ เปิดรถผู้บริหารป้ายแดง!! ให้เลือกเป็นเจ้าของ พร้อมส่วนลด 1.5 ล้านบาท

(8 มี.ค. 68) นายเกษม มูลทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการบริหาร บริษัท พระนคร สวีดิช คาร์ จำกัด กล่าวว่า มหกรรมสุดพิเศษ Volvo Phranakorn Fest 2025 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ที่ลานกิจกรรม วอลโว่ พระนคร สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต เยื้องวัดเสมียนนารี ในวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2568

ในงานยังมีกิจกรรมมากมาย ทั้งโซนอาหาร โซนเด็กเล่น รับของที่ระลึก สามารถพาครอบครัวมาสัมผัสกิจกรรมได้ตลอดทั้ง 2 วัน

นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์เด็ดกับรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ Volvo EX90 Premium SUV 7 ที่นั่ง ที่สามารถเดินทางไกลได้ถึง 745 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

สำหรับแคมเปญพิเศษในงาน Volvo Phranakorn Fest ครั้งที่ 6

สิทธิพิเศษและของแถมสูงสุดถึง 1,500,000 บาท รถยนต์ในกลุ่ม Plug-in Hybrid/Volvo XC90, XC60, XC40, V60, S90, S60 สำหรับลูกค้าจองในงาน

ทุก ๆ การสั่งซื้อ จะได้รับ Privilege Card เป็นบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท ให้กับลูกค้าที่ได้รับมอบรถยนต์ภายในเดือนมีนาคม

วอลโว่ พระนคร หนึ่งในผู้แทนจำหน่ายรถยนต์วอลโว่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้บริการครอบคลุม ทั้งงานขาย, งานบริการหลังการขาย และศูนย์บริการซ่อมสี-ตัวถังมาตรฐานครบวงจรแบบ One Stop Service

NEX ระดมทุนกว่า 3 พันล้านบาท!! เร่งการเปลี่ยนผ่าน พัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทย อย่างครบครัน

(31 พ.ค. 68) บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ผู้ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรชั้นนำของไทย ประกาศความสำเร็จของการระดมทุนเพิ่ม 3,327 ล้านบาท เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของประเทศ

การเพิ่มทุนครั้งนี้ทำให้ NEX มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5,989 ล้านบาท และทำให้บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจาก 49.99% เป็น 77.77% ความร่วมมือนี้จะช่วยพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยอย่างครบครัน

"นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันของเรา" นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานกรรมการของ NEX และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินของ EA กล่าว "ความร่วมมือที่ใกล้ชิดขึ้นนี้ทำให้ EA มีระบบนิเวศ EV ที่สมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเงินทุนเข้าไปที่ NEX เพื่อใช้สำหรับการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด"

กลยุทธ์การใช้เงินทุน

เงินทุนที่ได้รับจะถูกจัดสรรอย่างมีกลยุทธ์เพื่อ:
- ชำระหนี้เจ้าหนี้การค้าที่ค้างอยู่
- เสริมแกร่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว
- สนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในโครงการโลจิสติกส์สีเขียว
- พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับโซลูชันการขนส่งที่ยั่งยืน

ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำในตลาด
NEX ได้ยึดตำแหน่งเป็นผู้ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าแบบ one-stop service ชั้นนำของไทย โดยนำเสนอ:
- ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์: รถโดยสาร รถบรรทุก และรถหัวลาก
- โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ: เครือข่ายสถานีอย่างครอบคลุม
- บริการหลังการขาย: ความสามารถด้านการบำรุงรักษาและบริการ

ทั้งนี้บริษัทจะให้บริการหลักแก่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ หน่วยงานราชการ องค์กรขนส่งมวลชน และธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยลูกค้าได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 2 เท่าของอัตราปกติ

วิสัยทัศน์สำหรับอนาคต EV ของไทย
"เราขอขอบคุณผู้ถือหุ้นที่ให้ความเชื่อมั่นในภารกิจของเราอย่างต่อเนื่อง" นายธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ NEX กล่าว "การระดมทุนครั้งนี้ช่วยให้เราสามารถขับเคลื่อนภาคการขนส่งเชิงพาณิชย์ของไทยสู่การใช้ไฟฟ้า ขณะเดียวกันพัฒนาเทคโนโลยีและบริการที่พร้อมสำหรับอนาคต"

รากฐานทางการเงินที่ขยายตัวของ NEX สนับสนุนความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ให้บริการ Total Green Logistics Solution ที่สมบูรณ์แบบ สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนที่กว้างขึ้นของไทยและการเปลี่ยนแปลงสู่การขนส่งสะอาดทั่วโลก

‘บีโอไอ’ เคาะ!! มาตรการหนุน Local Content ประเดิม!! กลุ่มอุตสาหกรรม EV และเครื่องใช้ไฟฟ้า

(28 มิ.ย. 68) บอร์ดบีโอไอ หนุนผู้ประกอบการไทย เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) จับมือ ส.อ.ท. สนับสนุนสินค้า Made in Thailand กำหนดสัดส่วนร้อยละ 40 สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและ BEV ร้อยละ 45 สำหรับ PHEV และชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า ร้อยละ 15 ได้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain โลก พร้อมเดินหน้าตั้ง 'ทีมตรวจสอบพิเศษ' เร่งตรวจกลุ่มอุตสาหกรรมเสี่ยง พร้อมอนุมัติส่งเสริมลงทุน 2 โครงการ มูลค่ากว่า 28,000 ล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบ “มาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content)” เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าซื้อวัตถุดิบในประเทศมากขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain ระดับโลก โดยมาตรการนี้ ถือเป็นหนึ่งในชุดมาตรการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยเพื่อรองรับโลกยุคใหม่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการปกป้องอุตสาหกรรมที่มีความเปราะบาง รักษาระดับการแข่งขันให้เหมาะสม พร้อมลดความเสี่ยงจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ โดยในการประชุมบอร์ดบีโอไอครั้งก่อน ได้ออกมาตรการต่างๆ แล้ว ดังนี้

1. มาตรการส่งเสริมให้ SMEs ไทย ปรับปรุงประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

2. การงดส่งเสริมกิจการที่มีภาวะสินค้าล้นตลาด (Oversupply) เช่น เหล็กทรงยาว เหล็กแผ่นรีดร้อน ท่อเหล็ก และกิจการที่มีความเสี่ยงต่อมาตรการการค้าของสหรัฐฯ เช่น การผลิตแผงโซลาร์

3. การเพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณากระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญของโครงการที่จะขอรับการส่งเสริม เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและให้มีมูลค่าเพิ่มจากการผลิตในประเทศไทยมากขึ้น

4. การกำหนดสัดส่วนการจ้างงานบุคลากรไทยมากกว่าร้อยละ 70 ในกิจการผลิต และกำหนดเงื่อนไขเงินเดือนขั้นต่ำ 50,000-150,000 บาท สำหรับบุคลากรต่างชาติ เพื่อคัดกรองเฉพาะต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญสูง  

หนุนใช้วัตถุดิบในประเทศ MiT สำหรับ “มาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทย” (Local Content) ที่บอร์ดบีโอไอ ได้เห็นชอบเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะใช้สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า BEV, PHEV, ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยกำหนดสัดส่วน ดังนี้ หากโครงการยานยนต์ไฟฟ้า BEV และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่าร้อยละ 40, PHEV ที่มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่าร้อยละ 45 และชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าที่มีการใช้วัตถุดิบในประเทศมากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าวัตถุดิบทั้งหมด และได้รับการรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 50 เพิ่มเติมอีก 2 ปี 

“ที่ผ่านมา บีโอไอได้สนับสนุนให้บริษัทที่เข้ามาลงทุนใช้ชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการในประเทศผ่านการจัดกิจกรรม Subcon Thailand และ Sourcing Day อย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปัจจุบันผู้ผลิตจากต่างประเทศเริ่มมีการใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น แต่เพื่อเร่งรัดให้เกิดการใช้ Local Content สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อย่างยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า บีโอไอจึงได้หารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ สถาบันยานยนต์ และสถาบันไฟฟ้าฯ เพื่อเสนอมาตรการส่งเสริมการใช้ Local Content ที่จะช่วยกระตุ้นให้เพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศตามที่บอร์ดบีโอไอกำหนด จึงจะสามารถขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ กระตุ้นให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเสริมสร้าง Supply Chain ในประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นายนฤตม์ กล่าว

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า ถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านเม็ดเงินลงทุน การจ้างงาน การส่งออก การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนในประเทศ โดยที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2565 ถึงเดือนพฤษภาคม 2568 มีโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน รวมทั้งสิ้น 65 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 96,000 ล้านบาท และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า มีจำนวน 68 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 96,800 ล้านบาท

คุมเข้มกิจการเสี่ยง - ตรวจสอบเข้มข้น ที่ประชุมฯ ยังได้พิจารณาปรับปรุงประเภทกิจการเพิ่มเติม เพื่อปรับสมดุลการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการต่างชาติและไทย และลดความเสี่ยงจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ โดยกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับกิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน การผลิตกระเป๋า และการผลิตสิ่งพิมพ์ ต้องมีบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ยกเว้นโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

ทั้งนี้ กิจการที่อาจมีความเสี่ยงด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือชุมชน เช่น กิจการรีด ดึง หล่อ หรือทุบโลหะ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วน กิจการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการอุตสาหกรรม กิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมและชิ้นส่วน มีการปรับปรุงเงื่อนไข โดยจะงดให้สิทธิถือครองที่ดินเพื่อประกอบการ เพื่อให้กิจการเหล่านี้ต้องตั้งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและได้รับการกำกับดูแลที่รัดกุมมากขึ้น โดยให้มีผลสำหรับโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ บีโอไอได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโครงการที่ได้รับการส่งเสริม โดยจัดตั้ง 'ทีมตรวจสอบพิเศษ' เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินกิจการของผู้ได้รับการส่งเสริมที่มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติผิดเงื่อนไขของบัตรส่งเสริม หรือมีการใช้สิทธิประโยชน์ที่ไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด โดยอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ การผลิตยางล้อ เซลล์แสงอาทิตย์ ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วน กระเป๋า และเฟอร์นิเจอร์ 

“บีโอไอจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อสนับสนุนการติดตามและตรวจสอบโครงการที่ได้รับการส่งเสริม ทั้งระบบรับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ Traffy Fondue และระบบ Social Listening รวมถึงการนำระบบ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงาน และการประเมินความเสี่ยงในการทำผิดเงื่อนไข เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงาน และเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการตรวจสอบข้อสงสัยและข้อร้องเรียนต่าง ๆ อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที” นายนฤตม์ กล่าว

อนุมัติโครงการลงทุนกว่า 2.8 หมื่นล้าน

ที่ประชุมฯ ได้อนุมัติส่งเสริมลงทุน 2 โครงการใหญ่ รวมมูลค่า 28,644 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ Data Center ของบริษัท สตราตัส เทคโนโลยี จำกัด มูลค่าลงทุน 23,688 ล้านบาท ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี จังหวัดระยอง ให้บริการ Data Center ระดับ Tier 3 รองรับกำลังผลิตไฟฟ้า 203 เมกะวัตต์ 

อีกโครงการเป็นกิจการขนส่งทางอากาศ ของบริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด มูลค่าลงทุน 4,956 ล้านบาท ให้บริการขนส่งทางอากาศสำหรับเส้นทางทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้เครื่องบินโดยสารใหม่ จำนวน 6 ลำ ขนาดบริการรวม 1,134 ที่นั่ง ทั้งนี้ เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการบินในภูมิภาค และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับธุรกิจท่องเที่ยว ขนส่ง และบริการต่าง ๆ ที่จะขยายตัวมากขึ้นในอนาคต

‘เมโทร กรุ๊ป’ เปิด!! ZEEKR Metro Flagship บางนา กม.5 ชูประสบการณ์กว่า 70 ปี เติมเต็มความเชื่อมั่น ตลาดรถอีวีไทย

(26 ก.ค. 68) นายบดินทร์ บุญวิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมโทร กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “ภายใต้หลักการ Win Win Win ความซื่อสัตย์และจริงใจกับคู่ค้าทางธุรกิจและลูกค้าที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลให้เมโทร กรุ๊ป ประสบความสำเร็จ สร้างความมั่นคงทางธุรกิจยานยนต์มากว่า 70 ปี สามารถสร้างเป็นเครือข่ายยานยนต์ที่แข็งแกร่ง ด้วยฐานลูกค้ามากกว่า 200,000 ราย”

“นวัตกรรมพลังงานสะอาดของรถยนต์ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมของเราและเป็นแรงบันดาลใจให้เลือก ZEEKR รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยเหตุผลที่ว่า ZEEKR เป็นบริษัทในเครือ Geely Automobile ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่จากประเทศจีนที่มีความมั่นคง มีความหลากหลายของยานยนต์ที่อยู่ในความดูแล และ ZEEKR มีความโดดเด่นเรื่องการออกแบบและเทคโนโลยีต่างๆ ในลักษณะของการผสานกันระหว่างยานยนต์ตะวันออกและตะวันตก (East Meet West) และการจับมือกับ ZEEKR ในครั้งนี้ส่งให้ เมโทร กรุ๊ป ก้าวสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจยานยนต์ครบวงจร ประเดิมเปิด ZEEKR Metro Flagship โชว์รูมและศูนย์บริการ ที่บางนา กม. 5 โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 60 คันต่อเดือน”

'ZEEKR Metro Flagship' มีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกกระบวนการของการซื้อ และบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด 'Customer-first Experience' เชื่อมต่อนวัตกรรมล้ำสมัย ความพรีเมียม และไลฟ์สไตล์ ไว้ในที่เดียวกัน ผ่าน 3 หลักการคือ Hardware มีโชว์รูม ที่กว้างขวาง สวยงาม สะดวกสบาย ด้วยพื้นที่จัดแสดงรถขนาดหน้ากว้าง 92 เมตร พร้อมบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ คาเฟ่เต็มรูปแบบ และ Share Working Space ที่สามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย

หลักการที่สอง Software ระบบการทำงานและการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า ที่จะเป็นผู้ช่วยที่ดีให้กับลูกค้าในการมารับบริการ และหลักการสุดท้าย Peopleware เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในด้านต่าง ๆ ในทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบการบริการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อาทิ โปรแกรม 'Metro Lux' ที่ให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกสามารถสะสมคะแนน และรับสิทธิพิเศษมากมาย”

นอกจากนี้ เรามีบริการ 'ใกล้ไกล เรา ใกล้คุณ' เป็นการบริการส่งรถทดลองขับถึงบ้านลูกค้า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย บริการรับ-ส่งรถเมื่อถึงกำหนดเข้ารับบริการ โดยการนัดหมายล่วงหน้า บริการรถสำรองให้ลูกค้า บริการรถสไลด์ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นต้น ซึ่งเมื่อผนวกแนวคิดการทำงานแบบ “มาด้วยกัน ไปได้ไกล - Together We Can” ของเมโทร กรุ๊ป เข้ากับวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของ ZEEKR แล้ว เรามั่นใจว่าลูกค้าจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแน่นอน”

โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร ZEEKR Metro Flagship บางนา ก.ม.5 พร้อมให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. 

ติดตามข่าวสารของ ZEEKR Metro เพิ่มเติมได้ที่ 

https://zeekrmetro.com 

Facebook : ZEEKR Metro 

หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
Call Center 02-0123-999

Geely ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ปล่อยดาวเทียม 11 ดวง

(10 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ผู้ผลิตรถยนต์จีนก็ผลิตดาวเทียมเช่นกัน เมื่อคืนที่ผ่านมา มีการปล่อยดาวเทียม 11 ดวงจากทะเลในเกาะรื่อจ้าวของจีนอีกครั้ง

ดาวเทียมเหล่านี้มาจากบริษัทเอกชนจีนในเครือของ Geely และจะทำหน้าที่ระบุตำแหน่ง สื่อสาร และสนับสนุนการขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับ EV ของ Geely

ด้วยการเปิดตัวครั้งนี้ Geely ได้ปล่อยดาวเทียมไปแล้ว 41 ดวง และจำนวนดาวเทียมทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็น 64 ดวงภายใน 2 เดือนข้างหน้า

ไทยที่แรกในอาเซียน!! บีโอไอเซ็น MOU ประวัติศาสตร์ "China EV100" คลังสมองของจีน ปูทางสู่ฮับอีวีโลก ดึงเทคโนโลยีอัจฉริยะ-ซอฟต์แวร์ขั้นสูง เสริมแกร่งซัพพลายเชนผู้ประกอบการไทย

‘บีโอไอ’ ผนึก ‘China EV100’ คลังสมองของจีน ปูทางสู่ฮับอีวีโลก ยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ซัพพลายเชนอีวีระดับโลกผ่าน 5 เสาหลัก มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบอัจฉริยะ 

( 22 ธันวาคม 2568) ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว หลังบีโอไอลงนาม MOU ประวัติศาสตร์กับ "China EV100" คลังสมองระดับโลกของจีน มุ่งเป้าดึงเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้าไทย พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลก ตั้งเป้าสร้างระบบนิเวศอีวีที่ยั่งยืน

MOU ฉบับแรกในอาเซียน: ยุทธศาสตร์เชื่อมไทย-จีน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้มีการลงนามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ นายจาง หยงเหว่ย รองประธานและเลขาธิการ สถาบันพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (China EV100) ซึ่งถือเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลสูงสุดในการกำหนดนโยบายอีวีของรัฐบาลจีน โดยการลงนามครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ China EV100 เลือกทำข้อตกลงกับประเทศในอาเซียน โดยมี 8 องค์กรพันธมิตรชั้นนำของไทย ประกอบด้วย กรมสรรพสามิต สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สถาบันยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน

 5 เสาหลักแห่งความร่วมมือ: จากแบตเตอรี่สู่ระบบอัจฉริยะ

ความร่วมมือภายใต้ MOU ฉบับนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเชิงลึกใน 5 ด้านสำคัญ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทย:

1. การแลกเปลี่ยนนโยบาย: เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและวิธีการพัฒนาอุตสาหกรรมอีวีระดับโลกจากจีน
2. การพัฒนาซัพพลายเชน: เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับผู้ผลิตระดับโลก และส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
3. การถ่ายทอดเทคโนโลยี: จีนพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิต แบตเตอรี่ และระบบอัดประจุไฟฟ้า (Charging System) ให้กับคนไทย
4. ระบบอัจฉริยะและซอฟต์แวร์: เปิดโอกาสให้กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทย เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาระบบรถยนต์อัจฉริยะในอนาคต
5. เวทีความร่วมมือระดับโลก: จัดงาน Thailand–China EV Forum ทุกปีในเดือนพฤษภาคม เพื่อสร้างกลไกสนับสนุนการร่วมทุนระหว่างสองประเทศ

 จีนยันไม่กลัวก๊อปปี้ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีหนีความเสี่ยง

ด้านนายจาง หยงเหว่ย จาก China EV100 ระบุว่า จีนเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย และพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจีนใช้ชิ้นส่วนในไทยมากขึ้น โดยย้ำว่า "ไม่กังวลเรื่องการลอกเลียนเทคโนโลยี" เนื่องจากจีนมีการวิจัยและพัฒนาที่ก้าวกระโดดตลอดเวลา การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ไทยจะช่วยให้จีนลดความเสี่ยงจากการลงทุนต่างประเทศเพียงลำพัง และช่วยให้การผลิตออกสู่ตลาดทำได้รวดเร็วขึ้น

 สถิติการลงทุนล่าสุด: ทะลุ 1.4 แสนล้านบาท

บีโอไอเปิดเผยตัวเลขการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมอีวี ณ เดือนตุลาคม 2568 พบว่ามีมูลค่ารวมสูงถึง 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น:

 การผลิตรถยนต์ BEV: 21 โครงการ (40,449 ล้านบาท)
 การผลิตแบตเตอรี่: 54 โครงการ (79,473 ล้านบาท)
 ชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ: 45 โครงการ (10,002 ล้านบาท)
 สถานีชาร์จ/สับเปลี่ยนแบตเตอรี่: 32 โครงการ (6,066 ล้านบาท)

"ความร่วมมือนี้จะเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่จะทำให้ไทยไม่ใช่แค่ฐานการผลิต แต่เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค" นายนฤตม์ 

ทั้งนี้ การลงนาม MOU ระหว่างไทยกับ China EV100 ดังกล่าว ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย โดยการเข้าถึงความรู้และเทคโนโลยีจากประเทศที่เป็นผู้นำด้าน EV ของโลก พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงเข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลก สอดคล้องกับเป้าหมายของไทยในการเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top